โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ห่วงปมขัดแย้งสหรัฐ-เวเนซุเอลากระตุ้นจัดระเบียบโลกใหม่

The Better

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 06.42 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 07.00 น. • THE BETTER
สนค.เกาะติดปมร้อนสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา กระทบไทยระยะสั้นเหตุการค้าน้อย น้ำมันโลกไม่พุ่งแรงจับตาปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เปิดช่องดึงการลงทุนย้ายฐานเข้าไทย

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์เปิดเผย ถึง เหตุการณ์กรณีสหรัฐปฏิบัติการทางทหารบุกจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อการควบคุมแหล่งพลังงานและการตัดวงจรอิทธิพลของมหาอำนาจขั้วตรงข้ามในลาตินอเมริกา แม้ว่าผลกระทบเชิงเศรษฐกิจในเบื้องต้นต่อตลาดโลกไม่รุนแรงนัก

ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบโลกไม่ได้พุ่งสูงขึ้นแต่กลับปรับตัวลดลงเล็กน้อย เพราะแม้เวเนซุเอลาจะมีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลกแต่ผลิตน้ำมันสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของผลผลิตทั่วโลก และตลาดโลกยังมีอุปทานส่วนเกินอยู่ อีกทั้งหากสหรัฐฯสามารถเพิ่มการผลิตจากเวเนซุเอลาได้น้ำมันจะยิ่งล้นตลาดขึ้นไปอีกด้านมิติของตลาดการเงินโลกกลับมีความเสี่ยงและผันผวนมากขึ้น นักลงทุนเริ่มโยกย้ายเงินทุนสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินดอลลาร์สหรัฐและทองคำ

อย่างไรก็ตาม หากมองไปข้างหน้า เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณของการจัดระเบียบโลกใหม่ที่จะส่งผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์การค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย สนค. ประเมินว่าในระยะสั้น ไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด ทั้งในมิติการค้าและการเงิน โดยการค้าระหว่างไทยและเวเนซุเอลามีผลกระทบทางตรงน้อยมาก เนื่องจากมูลค่าการค้าปี 2568 เพียง 55.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 0.01% ของการค้ารวม ขณะที่ฝั่งนำเข้าก็ไม่ได้รับผลกระทบเพราะไทยไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา ส่วนด้านการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทอาจผันผวนและอ่อนค่าลงในช่วงแรก ตามทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นจากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ส่วนผลกระทบระยะยาว ยังเป็นความเสี่ยงใหม่ที่ต้องจับตาใกล้ชิด โดยเฉพาะด้านพลังงานและเงินเฟ้อ หากสหรัฐฯเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันและเพิ่มกำลังการผลิตในเวเนซุเอลาได้สำเร็จจะทำให้อุปทานน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในระยะกลาง-ยาว แม้ราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพและเงินเฟ้อโดยรวม แต่จะส่งผลเชิงลบต่อราคาสินค้าเกษตรไทย อาทิ ยางพารา และพืชพลังงาน ที่มักแปรผันตามราคาน้ำมัน ซึ่งกดดันรายได้เกษตรกรและกำลังซื้อฐานราก

นอกจากนี้ด้านค่าเงินบาท หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง มูลค่าการนำเข้าของไทยจะลดลงตามไปด้วย ทำให้ความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐลดลง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในระยะยาว และส่งผลกระทบขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก

ด้านภูมิรัฐศาสตร์การค้าโลก นโยบายในการจัดระเบียบโลกใหม่และการแทรกแซงประเทศอื่น ๆ ของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่สงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น การกีดกันทางเทคโนโลยี และการแบ่งขั้วห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลกโดยรวม รวมถึงทำให้การส่งออกของไทยชะลอตัว

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งและการจัดระเบียบโลกใหม่นี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทย ในฐานะประเทศที่วางตัวเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และขั้วอำนาจตรงข้าม เช่น จีน จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิต (Relocation) ออกจากจีนมายังภูมิภาคอาเซียนเร็วขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากสงครามการค้า ทำให้ไทยมีโอกาสคว้าเม็ดเงินลงทุนและส่งออกสินค้าทดแทนไปยังสหรัฐฯ

แนวทางรับมือและโอกาสของไทยว่า ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยไทยต้องรักษาจุดยืนความเป็นกลางเพื่อรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสหรัฐฯ และกลุ่มพันธมิตรเดิมของเวเนซุเอลา (จีน รัสเซีย) ควบคู่ไปกับการเร่งเจรจาการค้าเชิงรุก เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมที่ต้องการย้ายฐานการผลิตหรือต้องการลดความเสี่ยงจากสงครามการค้าเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย
ทั้งนี้ ภาคเอกชนเองก็ต้องเน้นความคล่องตัวบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดการพึ่งพาประเทศคู่ขัดแย้งมากเกินไป เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับระเบียบโลกใหม่ได้อย่างมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...