‘2 ก๊ก’โหมกระแส‘ทีมบริหาร’ - ‘ส้ม-น้ำเงิน’ตีคู่ โชว์ว่าที่รมต.
ศึกเลือกตั้งที่จะรู้ผลแพ้ชนะกันในวันที่ 8 ก.พ.เห็นได้ชัด ถึงเกมการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างประชันนโยบาย โดยเฉพาะ 2 พรรค คือ "ประชาชน" และ"ภูมิใจไทย" ที่เปิดทีมบริหาร โชว์ความพร้อมเป็นรัฐบาล
ในวัน“เปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน” ได้โชว์ทีมบริหารพรรคประชาชนพร้อมเสนอ "12 ภารกิจ"ที่รัฐบาลประชาชนจะทำทันทีที่เข้าบริหารประเทศ เมื่อ 11 ม.ค.
“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ชูนโยบายตั้ง “รัฐบาลประชาชน” พร้อมเปิดตัว แคนดิเดต 4 รองนายกรัฐมนตรี ทั้ง "พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์" รองนายกรัฐมนตรี ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ "วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร" รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ "เดชรัต สุขกำเนิด" รองนายกรัฐมนตรี ด้านคุณภาพชีวิต และ"ศิริกัญญา ตันสกุล" รองนายกรัฐมนตรี ด้านการปฏิรูปภาครัฐ
ตามมาด้วยการเปิดแคนดิเดตรัฐมนตรี "มุนินทร์ พงศาปาน" อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในทีมบริหารพรรคประชาชน ว่าที่ รมว.ยุติธรรม
"พิศาล มาณวพัฒน์" อดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ และอดีต 250 สว. แคนดิเดต รมว.การต่างประเทศ "ณัฐยา บุญภักดีผู้สมัคร" สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 6 พรรค ปชน. เป็นแคนดิเดต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
"นพ.บวรศม ลีระพันธ์" รองศาสตราจารย์ สาขาวิชาวิทยาระบบสุขภาพ โรงเรียนแพทย์รามาธิบดี ถูกวางตัวเป็นทีมบริหารด้านสาธารณสุข โดยคาดว่าเป็นแคนดิเดต รมว.สาธารณสุข "รชพร ชูช่วย" อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแคนดิเดต รมว.วัฒนธรรม
ล่าสุดเปิดตัว "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 เป็นแคนดิเดต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)
การไม่ใช่พรรคบ้านใหญ่ จึงทำให้พรรคส้ม ไร้ข้อจำกัดในเรื่องการจัดสรรโควตา ที่ต้องคิดคำนวณสัดส่วน สส.เขต หลังการเลือกตั้งเหมือนพรรคการเมืองอื่น จึงเป็นข้อได้เปรียบในการโชว์บรรดาเทคโนแครต ที่พร้อมเข้ามาเป็นทีมบริหารในรัฐบาล
เสนอ 12 ภารกิจ“รัฐบาลประชาชน”
สำหรับ 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน ที่ ปชน.เสนอแพ็คเกจ มาพร้อมกัน ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก 2. เศรษฐกิจ หยุดหลุมดำเศรษฐกิจ ติดปีก SMEs 3. การต่างประเทศ การทูตโปรไทย สง่างามบนเวทีโลก 4. การบริหาร Lean and Clean Thailand ปฏิรูปงบ ประมาณ กระจายอำนาจ
5. คุณภาพชีวิต คุณภาพชีวิตใหม่ 6. เกษตรและที่ดิน พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ เกษตรยุคใหม่ ยั่งยืน 7.โครงการพื้นฐาน Orange Mega projects 8. ยุติธรรม คืนความยุติธรรมให้สังคม ปฏิรูปตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์
9. ความมั่นคง ความมั่นคงยุคใหม่ สร้างกองทัพทันสมัย ปราบภัยสแกมเมอร์ ทุนเทา 10. การศึกษา การเรียนรู้ไร้รอยต่อ ยกระดับทักษะคน ไทย ให้ทันโลก 11. พลังงาน รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย 12. แรงงาน เพิ่มสิทธิแรงงาน ค่าแรงเท่ากันค่าครองชีพ
ภท.โหน“ชาตินิยม-ประชานิยม”
ขณะที่ “ขั้วสีน้ำเงิน” อย่างภูมิใจไทยที่หวังโชว์ภาพเป็นพรรคแกนนำในซีกอนุรักษนิยม เกาะเกี่ยวไปกับกระแสชาตินิยม ชู “2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” ทั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค และ"สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" รมว.การต่างประเทศ
โดยมี "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" เป็นแคนดิเดต รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" รมว.พาณิชย์ เป็นแคนดิเดต
รองนายกรัฐมนตรี กำกับการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการค้าของประเทศ ทั้งสองจากเดินหน้าสานต่อภารกิจ หากภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัย
ขณะที่นโยบายได้กระแส อย่าง "ภูมิใจไทยพลัส" ก็ได้ขยายวงไปยัง 4 ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และภัยพิบัติ ทั้งคนละครึ่งพลัส นำเศรษฐกิจเติบโตจีดีพี 3% พลัส เศรษฐกิจสีเขียว บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ+(บัตรคนจนใหม่) ค่าไฟต่ำ 3 บาท รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Barter trading (เช่นซื้อเครื่องบิน จ่ายด้วยสินค้าเกษตร ผลผลิตไม่ตกค้าง)
จ้างผู้สูงอายุทำงาน (สูงวัยมีรายได้) พยาบาลอาสา (15,000/4 ปี ลูกหลานกลับบ้านมีงานทำ ดูแลผู้สูงวัยถึงที่) กองทุนภัยพิบัติ เรียนฟรีต้องมีจริง สร้างกำแพงความมั่นคง ปกป้องคนไทย จากภัยคุกคาม สกัดลักลอบนำเข้า ทหารอาสา 1 แสนอันตรา เงินเดือน 12,000 บาท Up-skillRe-skill เป็นนายสิบ และศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ เป็นต้น
“เสรีนิยม-อนุรักษนิยม”ปชน.-ภท.ตีคู่
แน่นอนว่า ภายใต้กระแสเลือกข้างระหว่าง “เสรีนิยม” และ “อนุรักษนิยม” ไม่ต่างจากคะแนนนิยม 2 พรรค คือ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ที่เวลานี้ตีคู่ อยู่ในอันดับหนึ่ง และอันดับสอง แทบทุกสำนักโพล
“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ล่าสุด เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ยกแรกกระแสเลือกตั้ง 69” เมื่อวันที่ 11 ม.ค. โดยพบว่า บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า 24.76% ระบุว่าเป็น “เท้ง ณัฐพงษ์” 20.84% “อนุทิน” 14.12% ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 12.12% "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ9.64% ระบุว่าเป็น“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย
ไม่ต่างจากพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า 30.40% พรรคประชาชน 21.96% พรรคภูมิใจไทย 15.72% พรรคเพื่อไทย 12.16% พรรคประชาธิปัตย์ และ 8.40% ยังไม่ตัดสินใจ
ขณะที่พรรคการเมืองที่ประชาชน มีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า 30.48% พรรคประชาชน 22.32% พรรคภูมิใจไทย 15.44% พรรคเพื่อไทย 12.56% พรรคประชาธิปัตย์ 7.80% ยังไม่ตัดสินใจ 4.16% พรรคเศรษฐกิจ 2.24% พรรครวมไทยสร้างชาติ, 1.76% พรรคไทยสร้างไทย 3.12% ระบุอื่นๆ และโหวตโน
ไม่ต่างจาก“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้งปี 2569” จากกลุ่มตัวอย่าง 2,682 คน
ที่พบว่า พรรคที่ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดแบบบัญชีรายชื่อ 34.23% พรรคประชาชน 16.22% พรรคภูมิใจไทย 16.03% พรรคเพื่อไทย 9.02% พรรคประชาธิปัตย์ 3.13% พรรคเศรษฐกิจ 11.12% พรรคอื่นๆ และ 10.25% ยังไม่ตัดสินใจ
ขณะเดียวกัน เมื่อถามว่าประชาชนจะเลือก สส.เขตสังกัดพรรคใด พบว่า 33.56% พรรคประชาชน 18.46% พรรคเพื่อไทย 16.29% พรรคภูมิใจไทย 8.05% พรรคประชาธิปัตย์ 2.01% พรรคเศรษฐกิจ 8.65% พรรคอื่นๆ และ 12.98% ยังไม่ตัดสิน
ส่วนคำถามประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกฯ รัฐมนตรีคนต่อไป พบว่า 31.99% ณัฐพงษ์ (ปชน.) 17.45% ยศชนัน (พท.) 15.14% อนุทิน (ภท.) 10.81% อภิสิทธิ์ (ปชป.)
จากผลสำรวจข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงกระแสตีคู่ ระหว่างฝั่ง“ส้ม”และฝั่ง“น้ำเงิน” จึงได้เห็นความเคลื่อนไหวทั้ง 2 พรรค ที่ต่างฝ่ายต่างโหมกระแสสุดตัว ทั้งประชันนโยบาย และโชว์ทีมบริหารที่พร้อมทำงาน ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลทันที เพื่อชิงแต้มในศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้