โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Citigroup ชี้ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ยังไปต่อได้ กระแสเงินลูกค้ามั่งคั่งไหลเข้าทำสถิติสูงสุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 05.49 น.

Citigroup ชี้ยังไม่เห็นสัญญาณฟองสบู่ในตลาดหุ้น นักลงทุนมั่งคั่งทั่วโลกเร่งนำเงินเข้าตลาดผ่านสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ทำสถิติเงินไหลเข้ารายไตรมาสสูงสุดในเอเชีย

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้บริหารสายความมั่งคั่งของ Citigroup Inc. ระบุว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังมีพื้นที่ให้เติบโตต่อ แม้ความผันผวนเพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยลูกค้ารายมั่งคั่งทั่วโลกยังคงนำเงินเข้าไถ่ถอนสินทรัพย์สถิติสูงสุดในปีนี้

แอนดี ซีค ประธานฝ่ายบริหารความมั่งคั่งของซิตี้ กล่าวในการให้สัมภาษณ์จากฮ่องกงว่า “ตอนนี้ยังไม่เห็นความคลั่งไคล้แบบปลายวัฏจักรตลาดกระทิง ที่นักลงทุนทุ่มเงินใส่หุ้นโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง”

ดัชนี S&P 500 ร่วงลงราว 2% ในเดือนพฤศจิกายน กำลังมุ่งหน้าสู่เดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ขณะที่ความผันผวนในตลาดพุ่งสูงขึ้น การเทขายหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กลับมาสร้างความกังวลเรื่องการประเมินมูลค่าอีกครั้ง แม้หุ้นสหรัฐจะดีดตัวขึ้นท้ายสัปดาห์หลังแนวโน้มผลประกอบการเชิงบวกของ Nvidia แต่แรงซื้อก็แผ่วลงในเวลาต่อมา

ตลาดยังไม่ถึงจุดเปลี่ยน ลูกค้ารายใหญ่ทยอยเข้าซื้อด้วยกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง

ซีคระบุว่า Citigroup ยังไม่เห็นจุดพลิกผันของตลาด เนื่องจากคาดการณ์กำไรบริษัทยังแข็งแกร่ง ลูกค้ารายมั่งคั่งยังคงถือเงินสดจำนวนมาก และมุ่งเน้นการเข้าซื้อสินทรัพย์แบบมีการป้องกันความเสี่ยง เช่น Structured Notes

ซีคย้ายจาก Bank of America มาร่วมงานที่ Citigroup ในปี 2566 เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นแกนสำคัญในแผนฟื้นฟูกิจการของซีอีโอ เจน เฟรเซอร์ ภายใต้การนำของเขา ธุรกิจความมั่งคั่งของซิตี้ได้ปรับน้ำหนักจากการปล่อยกู้หันไปสู่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์มากขึ้น มูลค่าสินทรัพย์เพื่อการลงทุนของลูกค้าเพิ่มขึ้น 14% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กระแสเงินไหลเข้ารวม 3 ไตรมาสแรก สูงถึง 3.71 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำสถิติใหม่ในไตรมาส 3

โดยเอเชียโดดเด่นเป็นพิเศษ โดยมีกระแสเงินไหลเข้าแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้โบนัสของผู้ดูแลความมั่งคั่งในภูมิภาคเพิ่มขึ้น ซีคกล่าวว่“เอเชียเป็นพื้นที่ที่เรามีเงินไหลเข้าสุทธิดีที่สุดในโลก

ซิตี้ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ พร้อมย้ำไม่ถอนธุรกิจ Citigold ในเอเชีย

เฟรเซอร์กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ รวมถึงแผนลดพนักงาน 20,000 คน เพื่อพลิกภาพลักษณ์บริษัทที่ถูกมองว่าล้าหลัง ซิตี้ยังคงเป็นธนาคารใหญ่รายเดียวที่ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อโครงสร้างธุรกิจ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Citigroup ทยอยถอนตัวจากธุรกิจธนาคารรายย่อยในหลายตลาดเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และไต้หวัน ทำให้เกิดคำถามว่าจะมีการถอนธุรกิจเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยซีคย้ำว่า ธนาคารยังคงมุ่งมั่น 100% ต่อการทำธุรกิจ Citigold ในเอเชีย ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์ราว 200,000 ดอลลาร์ และไม่มีแผนขายธุรกิจนี้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Citigroup ยังประกาศรวมธุรกิจธนาคารรายย่อยเข้ากับฝ่ายความมั่งคั่ง โดยแต่งตั้ง เคต ลุฟท์ (Kate Luft) เป็นหัวหน้าธุรกิจธนาคารรายย่อยสหรัฐและ Citigold รายงานต่อซีคโดยตรง ในฮ่องกงและสิงคโปร์ สองฮับความมั่งคั่งหลักของซิตี้ ลูกค้าจากจีนยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่อินเดียมีแรงหนุนจากลูกค้าที่เป็นชาวอินเดียพำนักในสิงคโปร์ ดูไบ และลอนดอน โดยซิตี้ไม่มีแผนขยายธุรกิจในอินเดียแบบ onshore

หลังการเยือนปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ล่าสุด ซีคกล่าวว่าเห็นพลังงานเชิงบวกด้านพัฒนาเศรษฐกิจของจีน ไม่เคยเห็นระดับนี้ตั้งแต่ก่อนโควิด พร้อมเสริมว่าธนาคารรู้สึกดีมากกับธุรกิจในจีน

ซีคตอบข่าวลือปัญหาภายใน ปฏิเสธข้อกล่าวหากดดันพนักงาน

ซีคยังต้องเผชิญข้อครหาภายในองค์กร หลังมีรายงานว่าเขาใช้พฤติกรรมกดดันพนักงาน จนบริษัทต้องจ้างสำนักงานกฎหมาย Paul Weiss ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เฟรเซอร์กล่าวในสัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ว่ามั่นใจกับผลสอบสวน

ซีคตอบว่า “ข่าวเหล่านั้นสะท้อนบุคลิกและวัฒนธรรมการทำงานของผมไม่ถูกต้อง… การเปลี่ยนแปลงมันยาก และเรากำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริง ๆ”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...