โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำป่าทะลักหนัก อ.สิชล อ่วมตัดเส้นทางหลัก

INN News

เผยแพร่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 05.35 น. • INN News

น้ำท่วมหน้าแล้ง ฝนถล่มน้ำป่าทะลักอ.สิชล จ.นครศรีฯหนักท่วมเส้นทางสายหลักไม่สามารถใช้การได้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านี่คือสภาพน้ำป่าช่วงเช้าที่ผ่านมาบนถนนสายนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี ช่วงตำบลทุ่งใส-ตำบลเขาฝ้าย อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากฝนตกต่อเนื่องถึง 3 วันน้ำป่าปริมาณมหาศาลทะลักจากเทือกเขาในท้องที่ตำบลสี่ขีด ตำบลฉลอง ไหลหลากเข้าท่วมในหลายหมู่บ้านโดยเฉพาะเส้นทางจากอำเภอสิชล มุ่งหน้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระดับน้ำท่วมสูงเป็นระยะทางราว 1 กิโลเมตรรถยนต์ทุกชนิด ไม่สามารถใช้การได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิชล ได้เข้าอำนวยความสะดวก และแจ้งเส้นทางหลบเลี่ยงเป็นเส้นทางเลียบชายทะเลจากอำเภอสิชลเข้าสู่อำเภอขนอม ก่อนที่จะออกสู่อำเภอดอนสักเข้าสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยขณะนี้ทหารจากกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 อำเภอสิชล ซึ่งกองร้อยได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ได้ส่งกำลังพลออกให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนแล้ว

 

สำหรับสถานการณ์ฝนที่ตกอย่างหนักตลอด 2-3 วันที่ผ่านมาปริมาณฝนได้ตกหนักในพื้นที่ป่าเขาอย่างต่อเนื่อง และจนถึงขณะนี้ปริมาณฝนยังคงตกอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะริมธารน้ำเชิงเขาเร่งอพยพเนื่องจากยังมีปริมาณน้ำป่าไหลลงอย่างต่อเนื่อง

 

เช่นเดียวกับบริเวณลำน้ำท่าดี ในหุบเขาคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช น้ำป่าได้เริ่มหลากลงจากเทือกเขาหลวงในเขตอำเภอลานสกา ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นน้ำสีจุ่นแดง โดยน้ำป่าที่หลากลงมาในขณะนี้กำลังไหลมุ่งหน้าเขตเมืองนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตามพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงรองรับน้ำได้ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงฤดูแล้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2554 หรือเมื่อ 10 ปีก่อนได้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงมาแล้ว และขณะนี้ปริมาณฝนสภาพอากาศมีความคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในครั้งนั้นอย่างมาก

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...