โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ลีวายส์’ ขย่มหนัก บริษัทแม่มาเอง ย้ำเจ้ายีนส์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. 2565 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2565 เวลา 07.13 น.

กว่า 169 ปีกับมนต์เสน่ห์ของยีนส์ แบรนด์ดัง “ลีวายส์” ที่วันนี้ขยายตลาดไปแล้วกว่า 110 ประเทศ 3,100 สาขา สำหรับในประเทศไทย ที่ผ่านมาลีวายส์ทำตลาดผ่าน DKSH ตัวแทนจำหน่ายมานานกว่า 25 ปี

แต่ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อบริบทของตลาดเปลี่ยนไป“ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค” ได้ปรับแนวทางการทำตลาดในไทยใหม่ ด้วยการก้าวเข้ามาบุกตลาดเองอย่างเต็มตัว โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565

“ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ “ซาเมียร์ กุล” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ถึงแนวทางการทำตลาดจากนี้ไปดังนี้

บุกตรงบริหาร 100%

“ซาเมียร์” ย้อนเล่าถึงเหตุผลในการที่บริษัทแม่ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค เข้ามาบริหารงานเองในครั้งนี้ว่า “…เราทำงานกับดิสทริบิวเตอร์มากว่า 25 ปี เหตุผลที่เข้ามาบริหารจัดการเองทำให้ได้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น

ซึ่งที่จริงแล้วในหลายประเทศทั่วโลกมีรูปแบบการบริหารงานที่แตกต่างกันออกไป ทั้งที่บริษัทแม่เข้าไปดูแลเอง 100% และการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ สำหรับในภูมิภาคอาเซียน มีไทยและสิงคโปร์ ที่บริษัทเข้าไปบริหารจัดการเอง 100%”

เขาย้ำว่า จุดประสงค์หลักเพื่อสร้างการเข้าถึงลูกค้าโดยตรง เพื่อต้องการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า สามารถสื่อสารตรงระหว่างลูกค้ากับตัวแบรนด์มากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา จากการศึกษาพบว่า คนไทยรู้จักแบรนด์ลีวายส์เป็นอย่างดี จึงอยากสร้างประสบการณ์ให้กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ได้รู้จักและรักแบรนด์มากยิ่งขึ้น

โดยแนวทางการดำเนินงานจากนี้ไป ส่วนหนึ่งจะมีการโฟกัสการไปที่กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น จากอดีตที่ลีวายส์มีสัดส่วนลูกค้าผู้ชายมากกว่า โดยตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนให้เป็น 50 : 50

“การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมากและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และขณะนี้แม้ว่าการระบาดจะเริ่มคลี่คลายมากขึ้น แต่พฤติกรรมผู้บริโภคยังคงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บริษัทจึงวางลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่ทางแบรนด์ทำ เป้าหมายเพื่อสร้างความเติบโตของลีวายส์”

ยุทธศาสตร์เจาะคนรุ่นใหม่

“ซาเมียร์” ยังบอกว่า โดยแนวทางการรุกตลาดของลีวายส์จากนี้ไป ได้วางยุทธศาสตร์หรือวิชั่น 10 ปี เพื่อสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ทั้งในด้านธุรกิจและด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

โดยในส่วนของแผนงานด้านการตลาด จะเน้นการให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ยังคงสนใจในสินค้าของลีวายส์ต่อไป โดยจะมีการสื่อสารแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวัยรุ่น อายุ 18-30 ปี และกลุ่มที่สองคือ กลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ หรือที่เรียกว่า แฟชั่นซีกเกอร์ และสไตล์คิวเรเตอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของพฤติกรรมการบริโภคของคนกลุ่มเจน Y และเจน Z

ขณะเดียวกันก็ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.ขับเคลี่อนด้วยแบรนด์ (brand led) ด้วยการให้แบรนด์ของเราเป็นผู้นำทาง และมุ่งเน้นไปที่ความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ 2.เข้าถึงลูกค้าโดยตรง (direct to consumer-DTC) ด้วยช่องทางสื่อสารของเราเอง

เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าได้โดยตรง และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากแบรนด์ และ 3.ขยายตลาด (diversification) ถึงลีวายส์จะเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังมีโอกาสอีกมากที่จะขยายขอบเขตการเข้าถึงและเพิ่มส่วนแบ่งไปในทุกภูมิภาค ทุกประเภทสินค้า ทุกเพศ และทุกช่องทาง

“ช่วงไตรมาส 4/2020 ที่ผ่านมา อีคอมเมิร์ซหรือการไดเร็กต์ตรงสู่ลูกค้าของบริษัทมีการเติบโตกว่า 22% ทั่วโลก และจากนี้ไปก็จะเดินหน้าลงทุนในเรื่องของอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแผนงานด้านการขยายสาขานั้น ตอนนี้แม้เราจะยังไม่สามารถพูดถึงเรื่องจำนวนได้ชัดเจน เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อในการเปลี่ยนผ่าน แต่เราก็มีนโยบายที่เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องแน่นอน”

ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญกับลีวายส์ เพราะคนไทยส่วนใหญ่รู้จักแบรนด์อยู่แล้ว กลุ่มเป้าหมายอย่าง Gen Y และ Gen Z มีกำลังซื้อ ขณะเดียวกันคนไทยมีความล้ำในด้านแฟชั่น เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่น

การที่บริษัทแม่เข้ามาทำตลาดเองดังกล่าวจึงเป็นโอกาสที่ดีในการรุกตลาดยีนส์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในอนาคตยังมีแผนที่จะนำเข้าแบรนด์อื่น ๆ ในเครือเข้ามาทำตลาดเพิ่ม ทั้ง Signature by Levi Strauss & Co., Denizen, Dockers และ Beyond Yoga

ปรับโฉม-ขยายสาขาต่อ

โดยจากนี้ไปจะเดินหน้าขยายสาขาร้านลีวายส์โฉมใหม่ ควบคู่กับการรีโนเวตร้านเดิมสู่ฟอร์แมตใหม่ในชื่อ “NextGen Indigo Store” ที่จะสื่อถึงแบรนด์ได้ดีขึ้น จะมีการจัดแสดงสินค้าที่มีอยู่ในพอร์ต

ที่บริษัทแม่ต้องการให้ลูกค้าได้เห็นมากกว่าเดิม ล่าสุดได้เปิดร้านลีวายส์รูปแบบใหม่ไปแล้ว 8 แห่ง อาทิ สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ เป็นต้น

ไม่เพียงแต่โฉมใหม่ของหน้าร้านเท่านั้น หากแต่ยังปรับเปลี่ยนในสาขาให้สามารถปรับหน้าร้านใหม่ customize เสื้อผ้าได้หรือหน้าร้านพิเศษที่เรียกว่า Levi’s Tailor Shop ให้ลูกค้าตกแต่งเสื้อผ้าได้ตามแบบที่ต้องการ โดยนำร่องที่สาขาที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว

นอกจากนี้ยังมีการปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ด้วยการเปิดเว็บไซต์แบรนด์เวอร์ชั่นภาษาไทยให้ลูกค้าซื้อสินค้าง่ายขึ้น และปรับโฉมช่องทางโซเชียลมีเดียในไทยใหม่ทั้งหมด โดยทุกช่องทางทั้ง LINE OA, Instagram และ Facebook จะใช้ชื่อเดียวกันที่@Levis_TH รวมถึงจะมีการ localize แบรนด์เด่นชัดขึ้น เพราะแบรนด์จะเริ่มทำงานคอลแลบส์ร่วมกับศิลปินไทย สร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริโภคด้วย

“ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีคอนเซ็ปต์ใหม่ในทุกสาขา เบื้องต้นขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทยอยรีโนเวตสาขาเดิมสู่ฟอร์แมตใหม่”

นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวแคมเปญคอลแลบส์กับแบรนด์ รวมถึงคอลเล็กชั่นใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจในระดับโลกและระดับภูมิภาค

ประเทศไทยจะมีสินค้าแบบเดียวกันนี้ในอนาคต ควบคู่กับการจัดงานที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ กับแบรนด์ลีวายส์ เช่น งาน 501 Day และ the Levi’s Music Project ทั้งนี้ 501 Day เป็นแคมเปญที่จัดขึ้นทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลอง 149 ปี แห่งความเป็นตัวจริงเรื่องยีนส์ของ Levi’s

นี่คือก้าวใหม่ของ “ลีวายส์” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดยีนส์เมืองไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...