โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! 'ไฮโซลูกนัท' ตาบอด หลังร่วมชุมนุม-โดนตำรวจคฝ.ยิงกระสุนแก๊สน้ำตาใส่

Khaosod

อัพเดต 15 ส.ค. 2564 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 06.05 น.
ด่วน! 'ไฮโซลูกนัท' ตาบอด หลังร่วมชุมนุม-โดนตำรวจคฝ.ยิงกระสุนแก๊สน้ำตาใส่

ด่วน! 'ไฮโซลูกนัท' ตาบอด หลังร่วมชุมนุม-โดนตำรวจคฝ.ยิงกระสุนแก๊สน้ำตาใส่ ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ประสานหาแพทย์เฉพาะทางเข้ามาช่วย

หลังเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.64 เมื่อกลุ่มผู้ชุมุนมุได้เคลื่อนการชุมนุมจากอนุสาวรียชัยสมรภูมิไปยังบ้านพักของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนตำรวจควบคุมฝูงชนยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางสกัดกั้น

โดยกระสุนแก๊สน้ำตาได้ไปโดนบริเวณคิ้วขวาของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาล

ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊ก Nat Thanakitamnuay โพสต์อัพเดทความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของพี่ลูกนัทว่า อาการเบื้องต้นตอนนี้ ลูกโลหะแก๊สน้ำตาถูกยิงเข้ามาที่เบ้าคิ้วพี่นัท ทำให้เกิดบาดแผลรูปครึ่งวงกลมที่เบ้าคิ้ว ซึ่งทีมแพทย์ค่อนข้างกังวลว่าการบาดเจ็บนั้น อาจก่อความเสียหายให้แก่ดวงตาของพี่นัท เนื่องจากทีมแพทย์ได้เปิดบาดแผล เพื่อพยายามตรวจดวงตาเบื้องต้นแล้ว แต่พบก้อนเลือดกีดขวางอยู่เยอะมาก ทำให้ต้องรมยาสลบพี่นัท และนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อตรวจเช็คความเสียหายอาจที่เกิดขึ้นกับดวงตา

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากไฮโซลูกนัท ถูกกระสุนแก๊สน้ำตายิงไปโดนบริเวณคิ้วขวา จึงได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยทีมแพทย์ได้ผ่าตัดช่วยเหลืออยู่หลายชั่วโมง

แต่ล่าสุดรับแจ้งว่า ดวงตาขวาของไฮโซลูกนัทได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ส่งผลให้ดวงตาขวาของไฮโซลูกนัทได้บอดลง หลังจากนี้เตรียมประสานหาแพทย์เฉพาะทางเข้ามาช่วยเหลืออีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...