โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯ ทำลายสถิติผลิตพลังนิวเคลียร์ เกือบถึงระดับจุดชนวนปฏิกิริยาฟิวชันแบบยั่งยืน

Khaosod

อัพเดต 21 ส.ค. 2564 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 04.51 น.
LLNL เครื่องยิงเลเซอร์ของ NIF เป็นส่วนหนึ่งของห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ ในสหรัฐฯ

ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (LLNL) ของสหรัฐฯ ทำลายสถิติในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์แบบฟิวชันครั้งประวัติศาสตร์ โดยสามารถใช้เครื่องยิงเลเซอร์สร้างพลาสมาความร้อนมหาศาล จนเกือบถึงระดับที่สามารถจุดชนวนให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงอีกได้

หอยิงเลเซอร์เพื่อทดลองจุดชนวนนิวเคลียร์ฟิวชันในครั้งนี้ก็คือ National Ignition Facility (NIF) ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ใช้เลเซอร์พลังงานสูงให้ความร้อนและบีบอัดเชื้อเพลิงไฮโดรเจน เพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันขึ้นในขั้นแรก ก่อนจะพยายามหาทางพัฒนากระบวนการดังกล่าวไปสู่จุดหมาย ซึ่งก็คือการจุดชนวนฟิวชันแบบยั่งยืน (Fusion Ignition) ซึ่งจะผลิตพลังงานนิวเคลียร์ออกมาได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน ในระดับที่มากกว่าพลังงานตั้งต้นซึ่งใส่เข้าไปในระบบตอนแรก

LLNL
ภาพจากฝีมือศิลปินแสดงให้เห็นเม็ดเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในแคปซูล ขณะถูกระดมยิงด้วยเลเซอร์

วิธีสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันด้วยเลเซอร์นี้ เรียกว่าการควบคุมพลาสมาด้วยความเฉื่อย (Inertial Confinement Fusion - ICF) ซึ่งแตกต่างจากเตาปฏิกรณ์ฟิวชันอย่างดวงอาทิตย์เทียมของจีน ที่ควบคุมพลาสมาด้วยสนามแม่เหล็ก (Magnetic Confinement Fusion) โดยทั้งสองวิธีต้องอาศัยความร้อนและความดันในระดับที่เหมาะสม เพื่อบรรลุถึงการจุดชนวนฟิวชันแบบยั่งยืน ซึ่งจะเป็นแหล่งที่มาของพลังงานสะอาดที่มนุษย์สามารถตักตวงใช้ได้อย่างไม่สิ้นสุด

LLNL
เครื่องยิงเลเซอร์ของ NIF เป็นส่วนหนึ่งของห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ ในสหรัฐฯ

มีการใช้แสงเลเซอร์ 192 ลำระดมยิงไปยังเป้าหมาย ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงเม็ดเล็กเท่าหัวเข็มหมุด ทำจากไอโซโทป 2 ชนิดของไฮโดรเจนและบรรจุไว้ในแคปซูล โดยพลังงานจากเลเซอร์จะบีบอัดให้เชื้อเพลิงมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นเป็น 100 เท่าของตะกั่ว และมีอุณหภูมิสูงถึง 100 ล้านองศาเซลเซียส ซึ่งร้อนกว่าใจกลางของดวงอาทิตย์หลายเท่า

เม็ดเชื้อเพลิงที่เป็นเป้าของเลเซอร์ในสภาวะดังกล่าวจะระเบิดออก ปลดปล่อยความร้อนให้แก่เม็ดเชื้อเพลิงอื่น ๆ โดยรอบ ทั้งยังทำให้เกิดคลื่นกระแทกสะท้อนกลับจากพื้นผิวด้านในของแคปซูลด้วย ซึ่งจะทำให้อนุภาคของไฮโดรเจน 2 แบบหลอมรวมกันกลายเป็นฮีเลียม รวมทั้งปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาตามหลักของปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน

LLNL
ภาพจากฝีมือศิลปินแสดงให้เห็นเม็ดเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในแคปซูล ขณะถูกระดมยิงด้วยเลเซอร์

ผลการทดลองเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา หอยิงเลเซอร์ NIF สามารถผลิตพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันได้ 1.35 เมกะจูล (MJ) หรือ 1.35 ล้านจูลนั่นเอง ซึ่งคิดเป็น 70% ของพลังงานจากเลเซอร์ที่เป็นพลังงานตั้งต้นในระบบตอนแรก ทำให้ระดับของพลังงานนิวเคลียร์ที่ได้ ขยับเข้าใกล้การจุดชนวนฟิวชันแบบยั่งยืน ซึ่งอยู่ที่ 1.9 เมกะจูลมากขึ้น

ความสำเร็จนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของวงการนิวเคลียร์ฟิวชันแบบ ICF นับแต่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อช่วงทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา โดยระดับพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันที่ผลิตได้ล่าสุดสูงกว่าช่วงต้นปีนี้ 8 เท่า และสูงกว่าของเมื่อปี 2018 ถึง 25 เท่า แต่อย่างไรก็ตาม พลังงานที่เกิดขึ้นทั้งหมดคงอยู่ได้เพียงชั่วพริบตาเพียง 1 ล้านล้านส่วนของวินาทีเท่านั้น

PHILIP SALTONSTALL
ภายในหอยิงเลเซอร์ซึ่งจะมีปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิวชันเกิดขึ้น

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ NIF ยังคาดว่า พวกเขาได้ทำความร้อนให้พลาสมาได้สูงขึ้น จนบรรลุถึงจุดที่เรียกว่า burning plasma ไปแล้ว ซึ่งตัวปฏิกิริยาฟิวชันที่เกิดขึ้นในจุดนี้ สามารถสร้างความร้อนได้สูงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาฟิวชันต่อไปเรื่อย ๆ ได้เอง โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงเข้าไปใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่จะช่วยให้จุดชนวนฟิวชันแบบยั่งยืนได้ในอนาคตอันใกล้นี้

……………

ข่าวBBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...