โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : Japan Sinks : 2020 ญี่ปุ่นวิปโยค

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ก.ค. 2563 เวลา 05.30 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 12.21 น.
ภาพประกอบ Netflix

ประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศกำลังจะจมน้ำหายไป…

นี่คือเรื่องราวมหันตภัยที่ปรากฏในนวนิยายเรื่องดังของญี่ปุ่น Nihon Chinbotsu” หรือ Japan Sinks” เขียนโดย “ซาเคียว โคมัตสึ” โดยนิยายตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1973 ซึ่ง “โคมัตสึ” ใช้เวลาถึง 9 ปี จนเขียนนิยายเรื่องนี้เสร็จ

Japan Sinks” ถูกนำไปสร้างเป็นเวอร์ชั่นภาพยนตร์และละครทีวีตั้งแต่ช่วงกลางยุค 70 และมีการรีเมกอีกครั้งในปี 2006 รวมทั้งยังมีฉบับมังงะที่ตีพิมพ์ในช่วงปี 2006-2009

ขณะที่ล่าสุด Japan Sinks ปรากฏตัวในฐานะซีรีส์แอนิเมชั่น 10 ตอนจบ ที่ออกฉายบนเน็ตฟลิกซ์ในชื่อ Japan Sinks : 2020”

การเดินทางของเรื่องราวที่ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นไหนก็ยังคงส่งผลให้คนดูรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงกับภัยพิบัติแผ่นดินจมทะเลของญี่ปุ่น โดยอ้างอิงในทฤษฎีที่ว่าประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟ” หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนมาชนกัน และมุดตัวซ้อนกันในแต่ละทวีปเมื่อหลายล้านปีก่อน และยังคงมีการเคลื่อนไหวโดยตลอด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดในญี่ปุ่นโดยทั่วไป

Pacific Ring of Fire” หรือ The Ring of fire” คือบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ยาวประมาณ 40,000 กิโลเมตร พาดผ่านแนวร่องมหาสมุทร ภูเขาไฟ และขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีประเทศที่อยู่ในพื้นที่ “วงแหวนแห่งไฟ” ทั้งหมด 31 ประเทศ

ซีรีส์แอนิเมชั่น Japan Sinks : 2020 ยังคงดำเนินเรื่องโดยยึดเค้าโครงดั้งเดิมถึงวิกฤตแผ่นดินไหวที่เกิดการยุบตัวของแผ่นเปลือกโลกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และนั่นก็ทำให้ผืนแผ่นดินญี่ปุ่นแทบจะจมลงไปทั้งประเทศได้

เรื่องราวตลอด 10 ตอน จึงเป็นการพยายามหนีเอาตัวรอดและรับมือกับวิกฤตของครอบครัวหนึ่งท่ามกลางภัยพิบัติที่ไล่ล่าชีวิตพวกเขา

ซีรีส์เล่าเรื่องผ่านครอบครัว “มุโต้” ที่ประกอบด้วย “โคอิจิโร่” ในฐานะคุณพ่อหัวหน้าครอบครัวผู้สดใส มองโลกในแง่บวก “มาริ” แม่ที่เป็นชาวฟิลิปปินส์ มีจิตใจโอบอ้อมอารี เข้มแข็ง พร้อมกับมีทักษะการเอาตัวรอดในแบบฉบับอดีตนักกีฬา “อายูมุ” ลูกสาววัยมัธยม ตัวแทนนักวิ่งของโรงเรียนที่มีอนาคตไกลระดับประเทศ และ “โก” น้องชายคนเล็กตัวแทนเด็กรุ่นใหม่ที่ฉลาดเฉลียวในเทคโนโลยี

ตลอดเรื่องราวเราจะได้สัมผัสถึง “พลังบวก” ของการมองโลกในแง่ดีที่พ่อและแม่พยายามส่งต่อถึงลูกๆ ในยามวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการถ่ายรูปกลุ่มท่ามกลางซากปรักหักพังด้านหลังและอนาคตที่ไม่รู้ชะตากรรมของพวกเขา

ขณะเดียวกันกลุ่มตัวละครต่างก็ต้องเผชิญกับมหันตภัยหลากหลายตั้งแต่แผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด กับระเบิดที่ฝังอยู่ใต้ดิน ก๊าซพิษ น้ำท่วม แผ่นดินแยก และภัยอันตรายอื่นๆ ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ด้วยกัน

กระนั้นเรื่องราวก็ไม่ได้ดำเนินไปในรูปแบบการผจญภัยแอ๊กชั่น หรือเพียงแค่การพยายามเอาตัวรอดของกลุ่มตัวละครหลักกันอย่างเดียว แม้ตัวซีรีส์จะเล่าเรื่องได้สนุก น่าติดตาม ทั้งยังมีฉากชวนช็อกคนดูแบบคาดไม่ถึงหลายต่อหลายครั้ง

แต่ Japan Sinks : 2020” ดำเนินเรื่องหลักบนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน การพูดถึงธรรมชาติอันหลากหลายของมนุษย์เมื่อเกิดวิกฤต การช่วยเหลือเกื้อกูล การมีมนุษยธรรม ความรักความเมตตา ความเสียสละ การมองโลกอย่างมีความหวัง ไปจนถึงการตั้งคำถามต่อสถานะของประเทศในขณะที่กำลังเผชิญวิกฤตและไร้การควบคุม

Japan Sinks : 2020” ยังสะท้อนให้เราเห็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเรียนรู้และเติบโตของตัวละครที่เปรียบเสมือน “จิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่น” เพราะแม้ประเทศต้องเผชิญสภาพไร้กฎเกณฑ์ควบคุม จนดูเหมือนว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติที่ทำญี่ปุ่นแผ่นดินหายไปเกือบทั้งประเทศจะดูน่าหดหู่เพียงใด

แต่ความเป็นจิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นก็นำพาให้เกิด “ความหวัง” ที่จะเยียวยาฟื้นคืนแผ่นดินแห่งอาทิตย์อุทัยให้กลับคืนมา เฉกเช่นประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่ผ่านมรสุม และบทพิสูจน์มากมายจนก่อร่างสร้างประเทศกลับขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการพ่ายแพ้ย่อยยับในสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือการที่ประเทศต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงหลายครั้งหลายครา แต่ญี่ปุ่นก็ฟื้นกลับคืนมาได้ทุกครั้ง และเป็นการกลับมาด้วยวิถีแห่งจิตวิญญาณที่เข้มแข็งของคนญี่ปุ่นไม่ว่าจะยังมีชาติหรือแผ่นดินหลงเหลืออยู่หรือไม่

ในด้านหนึ่ง Japan Sinks : 2020” ได้ฉายภาพ “ความภูมิใจ” และ “ความหวัง” ในการฟื้นคืนชาติ ผ่านความรู้สึกชาตินิยมทางบวกเพื่อปลุกพลังใจ แต่ขณะเดียวกันซีรีส์ยังได้สอดแทรกและท้าทายแนวคิดชาตินิยมสายสุดโต่งที่ว่า “คนญี่ปุ่นโดยแท้” ในบริบทว่า “ต้องแท้แค่ไหน” ผ่านการสร้างตัวละครหลักครอบครัวมุโต้ ที่มีภรรยาเป็นชาวฟิลิปปินส์ และลูกๆ คือเด็กลูกครึ่ง

เป็นการจงใจใช้ภาพแทนของการเชื่อมต่อ และความลื่นไหลทางชาติพันธุ์ที่ไม่ควรปิดกั้นหรือหลีกเลี่ยงได้ในโลกปัจจุบัน

ขณะเดียวกันซีรีส์ยังจงใจสอดแทรกการวิพากษ์วิจารณ์ค่านิยมและสังคมของญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งโดยทั่วไปมุมมองของคนภายนอกที่มีต่อสังคมวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่หลายครั้งต่างชื่นชอบและชื่นชม ขณะที่คนญี่ปุ่นก็ภูมิใจในอัตลักษณ์นี้

แต่เมื่อเพ่งมองไปที่เหรียญอีกด้านจะพบว่าคนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยก็อึดอัดกับสิ่งที่พวกเขาถูกหล่อหลอม โดยหนึ่งในฉากสำคัญของซีรีส์เรื่องนี้ที่สะท้อนการวิพากษ์แนวคิดดังกล่าวคือ ฉากที่กลุ่มตัวละครหลักร้องดวลเพลงแร็พใส่กันด้วยการระเบิดความในใจในฐานะประชากรและพลเมืองญี่ปุ่น โดยแต่ละท่อนแร็พที่ร้องออกมานั้นมีทั้งแง่มุมตั้งคำถาม ระบายอารมณ์ ภาคภูมิใจ ชื่นชม และมุมมองต่างวัย

ภาพรวมซีรีส์แอนิเมชั่น Japan Sinks : 2020” ที่แม้เกินครึ่งเรื่องจะดำเนินเรื่องด้วยความหม่นหมอง พร้อมกับความสนุกน่าติดตามในแบบฉบับหนังมหันตภัยเอาตัวรอด แต่ตลอดระยะทางของซีรีส์ 10 ตอนเรื่องนี้ก็ได้สร้างคุณค่าที่ดีส่งถึงคนดู เพราะเรื่องราวที่เติมพลังบวกและความหวังไว้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตัวละคร “อายูมุ” ลูกสาววัยมัธยมที่เสมือนเป็นภาพแทนของความเป็น “จิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่น” ตลอดเรื่อง

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าญี่ปุ่นจะจมลงไปหรือไม่ แต่จิตวิญญาณและความทรงจำนั้นยังคงอยู่ตลอดกาลไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด และมันจะเป็นญี่ปุ่นอันหลากหลายโดยปี 2020 คือจุดสตาร์ตตั้งต้นออกวิ่งใหม่อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...