โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

STC จับตาครึ่งปีหลังซีซั่นส่งมอบงาน หนุนรายได้ปี 63 โต 10%

ทันหุ้น

อัพเดต 19 มิ.ย. 2563 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 07.49 น.

ทันหุ้น-สู้โควิด : STC เสือคอนกรีตเมืองพัทยา ยิ้มแก้มปริ รับโปรเจ็กต์ภาครัฐหนุน มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และงานก่อสร้างต่างๆ รวมถึง ความคืบหน้าโครงการ EEC แม่ทัพใหญ่ มองปี 2563 คึกคัก พร้อมรับงานใหม่ หลังปัจจุบันตุนออเดอร์ในมือแล้วราว 500 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้และปีหน้า และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รุกงาน Landscape จับตาครึ่งปีหลังเป็นซีซั่นการส่งมอบงาน หนุนรายได้ปี 63 โต 10% ตามเป้า พร้อมย้ำ หุ้นแกร่งไม่กระทบโควิด-19

นายเอกชัย ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC ผู้ผลิตคอนกรีตครบวงจรในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เปิดเผยถึง ภาพรวมอุตสาหกรรมคอนกรีตปี 2563 ในเมืองพัทยา และโซนภาคตะวันออก ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนในงานโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคในเมืองพัทยา และแผนขับเคลื่อนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กระตุ้นให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐบาลและเอกชน โดยเฉพาะในปี 2563 เห็นสัญญาณการประมูลงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว

อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมามีการล็อกดาวน์ในจังหวัดชลบุรี ในระยะเวลาสั้นๆ ราว 1 เดือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 STC ไม่กระทบสถานการณ์ดังกล่าว จากแผนงานก่อสร้างโปรเจ็กต์ต่างๆ ของภาครัฐและภาคเอกชนไม่มีการเลื่อนวันส่งมอบ และดำเนินการก่อสร้างตามปกติ สนับสนุนให้มีความต้องการใช้คอนกรีตสำเร็จรูปและคอนกรีตผสมเสร็จของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง และได้รับชดเชยจากวันทำงานเพิ่มขึ้นจากการเลื่อนวันหยุดในเทศกาลสงกรานต์แต่เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน อาจทำให้การก่อสร้างชะลอตัวบ้าง ซึ่งเป็นช่วงปกติของทุกปี ทำให้มองว่า แนวโน้มไตรมาส 2/2563 ยังอยู่ในเป้าหมายที่บริษัทฯ ประเมินไว้

รวมทั้ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อนำมาใช้ทดแทนผลิตภัณฑ์เก่า ตอบสนองงานระบบ Landscape วางแผนจะเปิดตัวและทำการตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ และคาดว่า ในช่วงไตรมาส 3 จะเริ่มทำยอดขายบางส่วนเข้ามาได้ มองเป็นโอกาสในการขยายไลน์สินค้าจากลูกค้าเดิม และเจาะกลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ และไม่หยุดนิ่งในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทมาโดยตลอด เพื่อสนับสนุนให้มียอดขายและกำไรที่เติบโตขึ้น ขณะที่ ปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์ในมือที่รอส่งมอบราว 500 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานประเภทสาธารณูปโภคพื้นฐาน จ่อรอรับรู้รายได้ในปี 2563 เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้รายได้ในปี 2564จึงมั่นใจเป้าหมายในปีนี้จะเป็นไปตามที่วางไว้ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ 422 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังคาดเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงทยอยส่งมอบงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้งานโครงการแล้วเสร็จตามแผน ทำให้โรงงานใช้กำลังการผลิตได้เพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ แผนการประมูลงานใหม่ๆ ตามนโยบายของภาครัฐบาลและภาคเอกชน เป็นโอกาสของบริษัทฯ ในการเข้าไปรับคำสั่งซื้อ พร้อมขยายงานในพื้นที่จ.ชลบุรี และโซนภาคตะวันออก โดยเฉพาะงานระบบสาธารณูปโภคทั้งงานก่อสร้างถนน ขยายเส้นทาง รวมถึงงานนิคมอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องในการประมูลปีนี้และปีหน้า

“ในปี 2563 จะเป็นปีแห่งการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเริ่มตอกเสาเข็มการลงทุน ส่งผลให้มีงานโครงการออกมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดย STC มีความพร้อมรับโอกาสที่จะเกิดขึ้น โดดเด่นด้วยความครบวงจรของผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่มีมาตรฐาน และโรงงานคอนกรีตมีจำนวน 4 แห่ง อยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ ใจกลางเมืองพัทยา ทำให้บริษัทฯ ได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถควบคุมบริหารจัดการต้นทุนในการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง บริษัทฯ ไม่ปิดโอกาสในการขยายงานในโซนภาคอื่นๆ จากดีมานด์บางส่วนที่เข้ามา” นายเอกชัย กล่าว

สำหรับผลประกอบการงวดประจำไตรมาส 1/2563 ทำนิวไฮรายไตรมาสได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 130.51 ล้านบาท เติบโต 21.27 % จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการผลิตและจำหน่ายคอนกรีตสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นมาจากงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เป็นไปตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง 

ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38.02 ล้านบาท เติบโต 10.01% กำไรสุทธิอยู่ที่ 8.44 ล้านบาท ลดลง 5.38% โดยกำไรสุทธิที่ลดลงเนื่องจากบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าเสื่อมราคาโรงงานใหม่ และปรับปรุงเครื่องจักร เพื่อเตรียมพร้อมขยายงานในอนาคต รวมถึงมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เริ่มมีผลใช้ในงวดปัจจุบัน ส่งผลกระทบในการพิจารณาตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ดี บริษัทฯคาดว่าจะทยอยรับรู้หนี้สงสัยจะสูญกลับเข้ามาเป็นรายได้ในปีนี้ได้

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SAAPP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNATELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_newsTwitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...