‘ไฟเซอร์’ เผยผลการทดลองเฟส 3 ชี้วัคซีนเข็มกระตุ้นมีประสิทธิภาพป้องกันโควิด 95.6%
ไฟเซอร์/ไบโอเอนเทคเผยผลการทดลองเฟส 3 วัคซีนเข็มกระตุ้น มีประสิทธิภาพป้องกันโควิดได้ 95.6%
วันที่ 22 ต.ค. 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไฟเซอร์และไบโอเอนเทคแถลงผลการทดลองทางคลินิกเฟส 3 กับอาสาสมัครที่ฉีดวัคซีนของบริษัทเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น พบมีประสิทธิภาพฟื้นฟูการป้องกันโควิด-19 เป็นที่น่าพอใจ
การทดลองดังกล่าว ดำเนินการกับกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปจำนวน 10,000 คน ซึ่งได้รับวัคซีนไฟเซอร์/ไบโอเอนเทคเป็นวัคซีนสองเข็มแรก และเริ่มฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นห่างจากเข็มที่ 2 เป็นระยะเวลาเฉลี่ย 11 เดือน โดยสุ่มฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ และยาหลอก
ผลการทดลองพบว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นของไฟเซอร์/ไบโอเอนเทคมีประสิทธิภาพป้องกันโควิด-19 ได้ 95.6% ในช่วงที่สายพันธุ์เดลตากำลังระบาดหนัก เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น
อัลเบิร์ต เบอร์ลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไฟเซอร์กล่าวว่า “ผลการทดลองเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของวัคซีนเข็มกระตุ้น ในขณะที่เรามีเป้าหมายเพื่อปกป้องประชาชนจากโรคนี้”
ไฟเซอร์ระบุในแถลงการณ์ว่า “บริษัทจะรีบยื่นผลการทดลองเบื้องต้นนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจ”
ทั้งนี้ ผลการทดลองเฟส 3 ของไฟเซอร์ ถูกเปิดเผยออกมาหนึ่งวันหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติวัคซีนของโมเดอร์นาและจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น พร้อมกับประกาศเปิดทางให้ชาวอเมริกันสามารถเลือกฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นของบริษัทใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นยี่ห้อเดียวกับวัคซีนสองเข็มแรก
ก่อนหน้านี้ FDA ได้อนุมัติฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มกระตุ้นของไฟเซอร์/ไบโอเอนเทคให้กับประชาชนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หลังจากได้รับวัคซีนครบโดสแล้วอย่างน้อย 6 เดือน รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงสูง