โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนรวยซื้อของถูก คนจนซื้อของแพง - จันทร์ดีเป็นสาวขี้งก

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 10 ม.ค. 2565 เวลา 08.11 น. • จันทร์ดีเป็นสาวขี้งก

หลายคนอาจเคยได้ยินประโยคทางการเงินดัง ๆ ฮิต ๆ อย่าง “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” หรือ “ที่สุดของความเสียดาย คือตายไปแล้วใช้เงินไม่หมด ที่สุดของความสลด คือใช้เงินหมดแต่ยังไม่ตาย” แต่ในบทความนี้จันทร์ดีจะมาเล่าประโยคที่บังเอิญไปได้ยิน หรือมีคนใกล้ตัวเคยพูดเกี่ยวกับเรื่องเงิน ที่ได้ยินแล้วรู้สึกว่ามันน่าสนใจ แล้วมันจริงอย่างที่คนพูดเค้าว่าไว้ไหมนะ

“คนรวยซื้อของถูก คนจนซื้อของแพง”

ประโยคนี้จำได้ขึ้นใจเลยว่าได้ยินระหว่างที่กำลังลงลิฟต์แล้วมีคนพูดประโยคนี้ขึ้นมา ได้ยินครั้งแรก จันทร์ดีก็รู้สึกขัดแย้ง มันจริงหรือ ? คนรวยน่าจะซื้อของแพงของแบรนด์เนมมากกว่า ส่วนคนจนจะไปซื้อของแพงได้ยังไง ซึ่งผู้พูดก็ให้ความเห็นเพิ่มเติมโดยยกตัวอย่างว่า อย่างคนรวยที่ใช้บัตรเครดิตววงเงินสูง ๆ ก็มักจะได้รับส่วนลดมากกว่าคนที่ถือบัตรเครดิตแบบธรรมดา พอได้ยินเหตุผลประกอบแบบนี้แล้วคิดตาม ก็รู้สึกว่า จริงอย่างที่พี่เค้าว่าไว้เหมือนกันนะ

(บอกเลยว่าไม่ได้มีเจตนาแอบฟัง แต่ทั้งลิฟต์มันมีแค่จันทร์ดี กับผู้พูดและเพื่อนของเค้า ซึ่งครั้นจะให้เอามืออุดหูมันก็จะดูแปลก ๆ และเรื่องนี้ผู้พูดไม่ได้กล่าวถึงตัวเองหรือบุคคลใด เป็นเพียงการตั้งขอสังเกตต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม เท่านั้นแต่ขออนุญาตและชื่นชมในไอเดียความคิดของพี่เค้านะคะ)

พอลองคิดตามที่พี่เค้าว่า มันก็พอจะมีส่วนจริงอยู่นะเมื่อไปดูในส่วนของส่วนลดบัตรเครดิตก็พบว่า บัตรเครดิตระดับแพลทินัม หรือ ประเภทเอ็กซ์คลูซีฟ โดยส่วนใหญ่แล้วจะได้รับส่วนลดมากกว่า 10% ขึ้นไป แน่นอนว่าค่าธรรมเนียมรายปีจะต้องสูงตาม 

แต่! ถ้ารวยจริงยอดใช้งานสูงจริงก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำเรื่องขอลดค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งตัดมาที่จันทร์ดี พนักงานออฟฟิศธรรมดาผู้เลือกบัตรเครดิตที่ฟรีทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี เมื่อมียอดใช้จ่ายเกิน 18,000 ต่อปี ส่วนลดที่ได้ก็จะมีแค่ช่วงโปรโมชั่นพิเศษ ที่ต้องใช้คะแนนสะสมนำมาแลกเป็นส่วนลด 

อีกประเด็นหนึ่งที่จันทร์ดีพอจะเห็นด้วย นั่นเป็นเพราะว่า คนรวยจะมีกำลังซื้อ (Volume) ที่สูงกว่าคนจน เมื่อมาพิจารณาดูชีวิตตัวเองสมัยที่เป็นเด็กต่างจังหวัดต้องซื้อแชมพูซองละ 2-3 บาทมาใช้ การที่จะซื้อแชมพูขวดละ 99 บาท นั่นเท่ากับว่าคือค่าอาหารในวันนั้นทั้งวันแลกกับการซื้อแชมพูขวดใหญ่ขวดหนึ่ง โตมาอีกหน่อยก็พอจะขยับมาซื้อแชมพูขวดเล็ก 20 บาท ซึ่งพอมาเทียบราคาซองละ 2-3 บาท ในปริมาณ 5 มล. กับ ณ ปัจจุบันที่โตแล้วและมีกำลังซื้อแชมพูขวดละ 99 บาท ในปริมาณ 650 มล. ก็จะเห็นได้ว่าราคาแบบขวดมันถูกกว่ามากจริง ๆ แต่ในตอนนั้นเราไม่มีกำลังที่จะซื้อแบบขวดได้ 

นั่นก็จะตรงกับประโยคที่ว่า คนรวยซื้อของถูก คนจนซื้อของแพงแต่มันก็ต้องมีบางส่วนนั่นแหละค่ะ ที่อาจจะไม่ตรง เพราะถ้ามีเงินมากก็จะสามารถซื้อของแพงได้มากกว่า หรือของแบรนด์เนมที่อยากได้ราคาก็จะสูงอยู่ดี แต่คนที่มีกำลังซื้อน้อยกว่าก็อาจจะต้องใช้ของถูก หรือของมือสองซึ่งราคาก็จะถูกกว่าของใหม่มือหนึ่ง ยังไม่นับรวมกับคนที่มีรายได้สูงมีแนวโน้มที่จะต้องจ่าย “ภาษีสังคม” มากกว่าคนที่มีรายได้น้อย 

และอีกข้อหนึ่งที่จันทร์ดีคิดว่าสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของ “รสนิยม” ที่เราจะเห็นตามข่าวก็มี ที่ว่าบ้านจนแต่ใช้ของแบรนด์เนมจนเป็นหนี้สินต้องมาขอรับเงินบริจาค หรือคนรวยที่เค้าขี้งก ขี้เหนียว ประหยัด มัธยัสถ์ คิดก่อนใช้ บ้านหลังใหญ่คนใช้ไม่จ้าง ของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยส่วนบุคคลด้วยอ่ะเนอะ

สำหรับบทความนี้เป็นการเปรียบเทียบคนรวยซื้อของถูก คนจนซื้อของแพง ในบทความหน้า จันทร์ดีจะมาเล่าประโยคที่พ่อค้าตลาดนัดพูดให้ฟัง เป็นเรื่องเกี่ยวกับนิสัยทางการเงินของเพศชาย เพศหญิง จะตรงกับตัวคุณรึเปล่า 

ฝากติดตามต่อในสัปดาห์หน้านะคะขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้

จันทร์ดีเป็นสาวขี้งก

 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...