โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

หมอไขข้อข้องใจ ออกกำลังกาย-คุมอาหาร ทำไมน้ำหนักไม่ลด หรือเราลดน้ำหนักผิดวิธี!

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ม.ค. 2565 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 07.32 น.
ลดน้ำหนักผิดวิธี

หมอไขข้อข้องใจ ออกกำลังกาย-คุมอาหาร ทำไมน้ำหนักไม่ลด หรือเราลดน้ำหนักผิดวิธี!

หลายคนกำลังแบกน้ำหนักร่างกายเพิ่ม จากการเวิร์กฟอร์มโฮมและกินหนักในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ตอนนี้ถึงเวลาลดน้ำหนัก ก็เริ่มกันแล้ว หลากหลายวิธี ซึ่งที่นิยมคือ การควบคุมอาหาร

ทว่าก็คุมอาหารมาหลายวันแล้ว ทำไมน้ำหนักถึงไม่ลดเสียที หรือเพราะเราคุมอาหารผิดวิธี ไปหาคำตอบในสาระความรู้เรื่อง “ลดน้ำหนักผิดวิธี น้ำหนักไม่ลดมีแต่เพิ่ม” โดย ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ ดังนี้

การเข้าใจต้นเหตุของน้ำหนักที่เพิ่มและรู้จักวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาน้ำหนักที่ดีให้คงที่ในระยะยาว

 

ทำไมคุมอาหารแต่น้ำหนักไม่ลง

กลุ่มที่ควบคุมอาหาร แต่น้ำหนักไม่ลดลงนั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.คุมอาหารผิดวิธี แต่คิดว่าถูกวิธี หลายคนเข้าใจว่าการควบคุมอาหารที่ถูกต้องคือ การลดปริมาณอาหารที่รับประทานให้น้อยลง ทั้งที่ความจริงแล้วปริมาณไม่ได้สำคัญเท่ากับพลังงานจากอาหารที่ร่างกายได้รับเข้าไป จะเห็นได้ว่าบางคนลดข้าว บางคนทานน้อยมาก บางคนทานเฉพาะโปรตีน แต่น้ำหนักไม่ลดลง นั่นเป็นเพราะอาหารที่ทานเข้าไปให้พลังงานสูง อย่างของทอด ของมัน ของหวานที่มีน้ำตาลสูง เป็นต้น

2.ระบบเผาผลาญพลังงานต่ำ มักพบในผู้ที่มีกล้ามเนื้อน้อย ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อลดลงในขณะที่ไขมันเพิ่มขึ้น ผู้หญิงบางคนมีอัตราการเผาผลาญอยู่ที่ 1,200 กิโลแคลอรี่เท่านั้น หรือผู้ชายบางคนมีอัตราการเผาผลาญอยู่ที่ 1,500 แคลอรี่เท่านั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ

ในกลุ่มที่ระบบเผาผลาญพลังงานต่ำ การควบคุมอาหาร แต่ไม่มีการใช้พลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักไม่ลด หรือลดได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ แล้วกลับมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากน้ำหนักที่ลดคือกล้ามเนื้อในร่างกายที่สลายมาเป็นพลังงาน

 

หลักการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง

หัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือ การทานอาหารให้พอดีกับที่ร่างกายต้องการ และออกกำลังกายเพื่อกำจัดส่วนเกินในร่างกายออกไป โดยแบ่งผู้ที่ลดน้ำหนักออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1.ผู้ที่มีระบบเผาผลาญพลังงานปกติ หากควบคุมอาหารได้ถูกวิธี ออกกำลังกายตามความเหมาะสม น้ำหนักจะลดลงตามที่ตั้งใจ

2.ผู้ที่ระบบเผาผลาญพลังงานต่ำ นอกจากต้องควบคุมอาหารให้ถูกต้อง ไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหาร ต้องเน้นการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ โดยเน้นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) ขยับร่างกายให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น เช่น แอโรบิก ว่ายน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นต้น

สำหรับการเลือกรูปแบบการออกกำลังกายนั้น ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่ไปด้วยคือ โรคประจำตัว หากผู้ที่มีปัญหาข้อเข่า ต้องเลือกชนิดการออกกำลังกายที่ไม่เกิดแรงกระแทกมากนัก เช่น ว่ายน้ำ เป็นต้น หรือในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านหัวใจ เพื่อรับคำแนะนำด้านการออกกำลังกายที่เหมาะสม

 

PLATE MODEL ลดอย่างยั่งยืน

การรับประทานอาหารอย่างสมดุลและดีต่อสุขภาพ (Healthy Balance Diet) จะช่วยให้สามารถลดน้ำหนักและรักษาน้ำหนักได้ในระยะยาว ซึ่งทำได้ไม่ยากโดยใช้หลักการ Plate Model ร่างกายจะได้รับพลังงาน 500 – 600 กิโลแคลอรี่ต่อมื้อและอิ่มแบบพอดี

Plate Model ใน 1 มื้อ ประกอบด้วย

ผัก 2 ส่วน : แป้ง 1 ส่วน : โปรตีนไขมันต่ำ 1 ส่วน

ปรุงด้วยน้ำมัน 2 ช้อนชา น้ำตาล 2 ช้อนชา

ปรุงด้วยซีอิ๊ว 2 – 3 ช้อนโต๊ะ

นม Low Fat 1 แก้ว (ปริมาณ 240 ซีซี)

ผลไม้ 1 ส่วน (ขนาดเท่ากับ 1 ลูกเทนนิส) ยกเว้นทุเรียนทานได้เท่ากับครึ่งลูกเทนนิสเท่านั้น

 

นอกจากนี้ สามารถเพิ่มรสเผ็ดและรสเปรี้ยวได้ แต่ห้ามทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่โดยเด็ดขาด เพราะร่างกายอาจขาดสารอาหาร อีกเคล็ดลับสำคัญคือ จำนวนมื้อ พื้นฐานควรทาน 3 มื้อต่อวัน แต่ถ้าต้องการลดน้ำหนักหลายกิโลกรัมควรแบ่งออกเป็น 5 – 7 มื้อ เพราะทุกครั้งที่ร่างกายทานอาหารจะนำพลังงานมาช่วยในการเผาผลาญ การแบ่งมื้อย่อยที่ทานได้บ่อยขึ้นย่อมช่วยให้ร่างกายเผาผลาญบ่อยขึ้น แต่ต้องเลือกสิ่งที่ทานเข้าไปให้พลังงานไม่เกินจากที่ร่างกายต้องการ

 

อิ่มดีพลังงานน้อย

วิธีเลือกอาหารที่ทานให้อิ่มท้อง แต่พลังงานต่ำสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

    เลือกกระบวนการปรุงอาหาร นึ่ง ต้ม ย่าง ยำ เเกงน้ำใส

    เลี่ยงอาหารทอด กระเทียมเจียว เคลือบน้ำมัน ผัดน้ำมันเยิ้ม ๆ

    เลี่ยงถั่วเปลือกเเข็ง

    เลือกเครื่องดื่มไร้น้ำหวาน เลี่ยงน้ำตาล น้ำผึ้ง นมข้นหวาน และน้ำเชื่อมหลากรส

 

เมื่อลดน้ำหนักไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ประมาณ 6 เดือน น้ำหนักจะเริ่มคงที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะยาวคือการออกกำลังกาย เพราะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกายให้เพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญช่วยให้สุขภาพแข็งแรงห่างไกลโรครุมเร้า

ข้อมูลโดย ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...