โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มาริษ” แจง UN ไทยถูกกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 18.02 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 11.02 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบฯ 24 ก.ค. – “มาริษ” รมว.ต่างประเทศ ประชุมอยู่ที่สหประชาชาติ ระบุจะใช้เวลาชี้แจงความเข้าใจสมาชิก UN ว่าไทยถูกเปิดฉากยิงก่อน และถูกละเมิดอธิปไตย พร้อมทั้งกัมพูชาละเมิดหลักการ มุ่งโจมตีพื้นที่ของพลเรือนและโรงพยาบาลของไทย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการ ศบ.ทก. เปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเวทีหารือทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี ค.ศ. 2025 (High-Level Political Forum on Sustainable Development 2025 : HLPF2025) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) นครนิวยอร์ก โดยการประชุม HLPF2025 เป็นเวทีสำคัญประจำปีของ UN ที่มุ่งติดตามและเร่งรัดการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยที่ขณะนี้ได้อยู่ในเวทีสหประชาชาติในห้วงที่เกิดความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา

นายจิรายุ กล่าวว่าวันนี้ เวลา 18.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย นายมาริษ จะวิดีโอคอลประชุมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อชี้แจงและทบทวนขั้นตอนการเตรียมความพร้อมรับมือหากต้องมีการอพยพคนไทยในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีคนไทยและนักลงทุนไทยอยู่ และจะชี้แจงในกรณีที่จะมีโอกาสได้พูดคุยกับสมาชิก UN ในกรณีไทยถูกเปิดฉากยิงถล่มในช่วงเช้าวันนี้เพื่อให้นานาชาติเข้าใจ ซึ่งพยานหลักฐานชัดเจนพบว่ากองทัพกัมพูชาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับ และขัดต่อหลักการสากล โดยการเลือกยิงเป้าหมายที่เป็นพลเรือนทั้งโรงพยาบาลและพื้นที่สาธารณะของประชาชนคนไทย.-314-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...