โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสทช. ไฟเขียว 8 มาตรการคุมเข้ม ปราบอาชญากรรมไซเบอร์ ดึงผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบ

THE STANDARD

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 01.28 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 01.28 น. • thestandard.co
กสทช. ไฟเขียว 8 มาตรการคุมเข้ม ปราบอาชญากรรมไซเบอร์ ดึงผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบ

วานนี้ (30 มิถุนายน) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเห็นชอบ 8 มาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

พล.ต.อ. ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า มาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้ :

  • คัดกรองผู้ใช้บริการผิดปกติ: ผู้ให้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบและระงับการใช้งานทันทีสำหรับผู้ใช้บริการที่มีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น จำนวนครั้งที่โทรออก, พื้นที่การโทร, ข้อมูลลูกค้า และการใช้อุปกรณ์ SIM BOX โดยสำนักงาน กสทช. จะร่วมกับผู้ให้บริการกำหนดเงื่อนไขการคัดกรอง
  • ระงับบริการต้องสงสัย: ผู้ให้บริการต้องระงับบริการโทรคมนาคมทันทีภายใน 24 ชั่วโมงสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และภายใน 3 วันสำหรับบริการโทรคมนาคมอื่น นับแต่วันที่ได้รับการแจ้งเตือนจากสำนักงาน กสทช. ว่าบริการนั้นเป็นที่ต้องสงสัย
  • จัดการลงทะเบียนซิมใหม่: ผู้ให้บริการต้องดำเนินการให้การลงทะเบียนผู้ใช้บริการเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ใหม่เป็นไปตามประกาศ กสทช. ภายใน 7 วัน รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง โดยข้อมูลที่ลงทะเบียนตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 จนถึงวันที่มาตรการมีผลบังคับใช้ ต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และข้อมูลก่อนปี 2567 ต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี
  • ควบคุม SMS แบบ A2P: การส่งข้อความจากแอปพลิเคชันถึงบุคคลทั่วไป (Application-to-Person หรือ A2P) ต้องลงทะเบียนชื่อผู้ส่ง (Sender Name) ก่อนส่งข้อความ และกรณีที่มีการแนบลิงก์ ผู้ให้บริการต้องตรวจสอบความถูกต้องของลิงก์ทุกครั้งก่อนส่ง
  • จำกัดเบอร์ต่างชาติ: จำกัดการลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลต่างชาติไม่เกิน 3 เลขหมายต่อคนต่อผู้ให้บริการ และกำหนดให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ในการยืนยันตัวตนเท่านั้น
  • จำกัดเวลา Tourist SIM: กำหนดระยะเวลาใช้งานซิมการ์ดสำหรับนักท่องเที่ยว (Tourist SIM) ไม่เกิน 60 วัน และไม่สามารถเติมเงินเพื่อขยายเวลาได้ หากต้องการใช้งานต่อ ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนอีกครั้ง
  • ห้ามใช้ SIM BOX และ Gateway ไม่ลงทะเบียน: ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต้องห้ามเครื่องวิทยุคมนาคมลูกข่ายประเภท SIM BOX หรือ Gateway ที่รองรับ 4 ซิมขึ้นไป และไม่ได้รับการลงทะเบียนจากสำนักงาน กสทช. เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม
  • แจ้งเตือนและปฏิเสธสายจากต่างประเทศ: ผู้ให้บริการต้องเพิ่มเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนผู้ใช้บริการสำหรับทราฟฟิกที่รับจากต่างประเทศ เช่น การเติม +697 หรือ +698 หน้าเลขหมายที่มาจากต่างประเทศ และมีระบบปฏิเสธการรับสายจากต่างประเทศ

พล.ต.อ. ณัฐธร เสริมว่า การกำหนดมาตรการเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ โทรคมนาคมอื่นๆ และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือมาตรการที่ กสทช. กำหนดไว้ โดยถือเป็นการเพิ่มบทบาทของผู้ประกอบการในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการส่งข้อมูลที่จำเป็น และช่วยป้องกันความสูญเสีย รวมถึงดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...