โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิปิดตลาดลบ 55.13 จุด เงินเยนแข็งค่าฉุดหุ้นยานยนต์-แนวโน้มผลประกอบการไม่สู้ดี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 16.43 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 09.43 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดลบในวันนี้ (14 พ.ค.) โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่เน้นส่งออกถูกเทขายอย่างหนัก หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้น ประกอบกับแนวโน้มผลประกอบการที่ไม่สู้ดีนักจากความไม่แน่นอนเรื่องกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 38,128.13 จุด ลดลง 55.13 จุด หรือ -0.14% จบสถิติการปรับขึ้น 4 วันทำการติดต่อกัน

หุ้นลบนำโดยกลุ่มอุปกรณ์ขนส่ง กลุ่มเภสัชภัณฑ์ และกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด

ในช่วงเปิดตลาด หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลต่อดัชนีค่อนข้างมาก ยังได้รับแรงซื้อเข้ามาบ้างตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเดียวกันในดัชนี Nasdaq ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้

แต่ไม่นานตลาดก็พลิกเข้าแดนลบ โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่อ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเมื่อวันอังคาร (13 พ.ค.) ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor Co.) ออกมาคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิสำหรับปีธุรกิจปัจจุบันอาจลดลงถึง 70% จากปีก่อน ขณะที่นิสสัน มอเตอร์ (Nissan Motor Co.) ยังไม่เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ผลกำไร

มาซาฮิโระ อิชิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของบริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ ให้ความเห็นว่า "เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าบางบริษัทไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ได้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้ แต่หุ้นก็อาจมีแรงซื้อกลับเข้ามาได้" หากการเจรจาเรื่องภาษีระหว่างญี่ปุ่น-สหรัฐฯ มีความคืบหน้า

อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายตลาด ดัชนีเริ่มลดช่วงลบ หลังจากหุ้นของโซนี่ กรุ๊ป (Sony Group) ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังเปิดเผยผลประกอบการปี 2567 (สิ้นสุดเดือนมี.ค. 2568) ออกมาดี

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (14 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน รวมทั้งปัจจัยบวกจากการที่จีนและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว ซึ่งช่วยลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,403.95 จุด เพิ่มขึ้น 29.08 จุด หรือ +0.86%

สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเห็นพ้องให้ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิม 145% ขณะที่อัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิม 125%

หุ้นเทคโนโลยีพุ่งขึ้นนำตลาด โดยหุ้น East Money พุ่งขึ้น 5%, หุ้น Avid Chengdu บวก 1.8% และหุ้น Eoptolink Technology พุ่งขึ้น 2.6% ส่วนหุ้นในกลุ่มการเงินนั้น หุ้น Ping An Insurance พุ่งขึ้น 4.3%, หุ้น Citic Securities ดีดตัวขึ้น 3.8% และหุ้น China Pacific Insurance ทะยานขึ้น 8.5%

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (14 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มการเงิน ขณะที่นักลงทุนขานรับสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด และคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 23,640.65 จุด เพิ่มขึ้น 532.38 จุด หรือ +2.30%

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.4% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนมี.ค.

นอกจากนี้ ตลาดยังคงรับปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสองฝ่ายเห็นพ้องปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิม 145% ขณะที่อัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิม 125%

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกในวันนี้ (14 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หลังสองฝ่ายประกาศลดภาษีนำเข้าระหว่างกันเป็นเวลา 90 วัน

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,640.57 จุด เพิ่มขึ้น 32.15 จุด หรือ +1.23%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...