โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 สิ่งที่น้องๆต้องเตรียมไว้ใส่ใน Portfolio

Eduzones

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 06.30 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 06.30 น. • eduzones

สำหรับน้องๆที่อยากจะเข้า TCAS รอบที่ 1 รอบ Portfolio แต่ไม่รู้ว่าควรต้องมีอะไรใส่ไว้ใน Portfolio บ้าง วันนี้พี่ๆจะมาบอกถึง "10 สิ่งที่น้องๆต้องเตรียมไว้ใส่ใน Portfolio" ว่าควรมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!! 1.ผลงานการแข่งขันทางวิชาการ สิ่งที่เปิดมาก็คือหนึ่งในสิ่งที่สำคัญในการใส่พอร์ตนั่นก็คือผลงานด้านวิชาการโดยเฉพาะการแข่งขันวิชาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันรายการต่างๆทางวิชาการในระดับต่างๆ การสอบแข่งขันระดับประเทศ หรือระดับโอลิปิกวิชาการ ซึ่งในแต่คณะ/สาขาที่เราอยากจะเข้านั้นก็จะมีวิชาการในด้านที่เราโดดเด่นแตกต่างกันไปในตามสายคณะ/สาขาที่เราอยากเข้า ยิ่งถ้าเรามีผลงานการแข่งขันวิชาการในด้านคณะ/สาขาที่เราอยากจะเข้ามากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะมีโอกาสที่จะเข้าคณะ/สาขาที่เราอยากเข้าได้มากขึ้น ฉะนั้นน้องๆสะสมเก็บผลงานวิชาการเหล่านี้ไว้ตั้งแต่ม.ปลายไว้เลยนะครับ เพราะการแข่งขันทางวิชาการนั้นเป็นกิจกรรมที่จะต้องสะสมไว้ตั้งแต่ม.ปลายเพื่อที่จะให้มีผลงานทางวิชาที่มีสะสมเยอะๆเพื่อเพิ่มโอกาสในการติดมากขึ้นครับ โดยเฉพาะสายคณะที่เกี่ยวกับเน้นทางวิชาการเป็นหลักอย่างเช่น สายคณะ/สาขาที่เกี่ยวกับแพทย์ สายคณะ/สาขาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นต้น 2.ใบประกาศนียบัตรที่เกี่ยวข้องกับคณะและสาขา ลำดับต่อมานั้นก็คือผลงานของเราต่างๆที่ได้ใบประกาศนียบัตรหรือเกียรติบัตรไม่ว่าจะมาจากการแข่งขัน การประกวด การชิงเงินรางวัล สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเพิ่มโอกาสในการติดให้กับเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่เราได้รางวัลชนะ ไม่ชนะ หรือชมเชย ก็ควรใส่ใน Portfolio เพราะเกียรติบัตรเหล่านี้เป็นการแสดงถึงประสบการณ์ของเราที่ได้เคยทำกิจกรรมแข่งขันต่างๆมากแล้วมากมาย ยิ่งถ้าเราสะสมหรือมีเกียรติบัตรสะสมมากขึ้นเพียงใดก็เพิ่มโอกาสในการติดมากขึ้นและถ้าผลงานในเกียรติบัตรของตรงกับสายคณะ/สาขาที่เราอยากเข้าก็มีโอกาสติดเพิ่มขึ้นอีก หรือถ้าเรามีการเรียนหลักสูตรพิเศษต่างๆมาแล้วก็สามารถใส่ได้เลยครับ โดยรวมแล้วใบประกาศนียบัตรก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรมีใน Portfolio เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัววัดประสบการณ์ของเราและเป็นตัวที่ดึงดูดความสนใจของเราใน Portfolio มากขึ้นครับ 3.คะแนนสอบวัดความสามารถด้านภาษา ลำดับต่อมาเป็นสิ่งที่สำคัญของคนที่จะยื่นสายคณะ/สาขาที่เกี่ยวกับภาษาเลยทีเดียวที่ควรมีใน Portfolio นั้นก็คือผลการสอบภาษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอย่าง TOEIC,IELTS,TOEFL,CU-TEP,TU-GET สอบวัดระดับภาษาจีนอย่าง HSK,YCT และ BCT สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นอย่าง JLPT ส่วนคนยื่นคณะ/สาขาอื่นๆก็สามารถใส่คะแนนสอบเหล่านี้ได้เช่นกัน เพราะคะแนนสอบเหล่านี้เป็นตัวชี้ความสามารถในด้านการใช้ภาษาต่างๆของเราและสามารถเพิ่มโอกาสในการเข้าได้อีกด้วย ซึ่งคะแนนสอบเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนที่ยื่นสายคณะ/สาขาที่เกี่ยวกับภาษาและสายคณะ/สาขาอื่นๆที่ใช้คะแนนวัดระดับเหล่านี้ คะแนนสอบวัดความสามารถด้านภาษาจึงเป็นสิ่งที่ควรมีใน Portfolio 4.ผลงานด้านจิตสาธารณะ ไม่ใช่แค่ด้านวิชาการเท่านั้นที่จำเป็นสำหรับกับการใส่ Portfolio ด้านกิจกรรมก็เช่นกันโดยเฉพาะกิจกรรมสาธารณะ ก็สามารถใส่ไว้ใน Portfolio ได้เช่นกัน ซึ่งเหมาะสำหรับน้องๆสายกิจกรรมจิตอาสาทำความดี อย่างเช่น ค่ายจิตอาสาต่างๆ หรือ กิจกรรมทำเพื่อสังคมต่างๆอย่างการทำความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ ในพื้นที่ต่างๆอย่างเช่น วัด ถนน สถานที่ราชการ เป็นต้น ก็สามารถนำไปใส่ใน Portfolio ได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องมีเกียรติบัตรหรือใบประกาศนียบัตรแค่มีรูปถ่ายก็สามารถใส่ใน Portfolio ได้แล้วครับพร้อมกับคำอธิบายถึงกิจกรรมที่น้องๆทำอยู่ การทำกิจกรรมสาธารณะเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นในการที่ใส่ Portfolio เพราะ Portfolio นั้นเป็นตัวที่บ่งบอกถึงตัวตน ความคิดและจิตใจของเราและการทำกิจกรรมสาธารณะนั้นแสดงถึงการที่เรานั้นมีจิตสาธารณะต่อสังคมและเป็นที่มีจิตใจที่ดีต่อสังคมอีกด้วย 5.ผลงาน กิจกรรม หรือรางวัลความสามารถทางด้านกีฬา ลำดับต่อมาอย่างที่บอกไว้ในข้อที่แล้วว่าไม่ใช่ด้านวิชาการเท่านั้นที่จำเป็นแต่ด้านกิจกรรมนั้นก็จำเป็นเช่นกัน ซึ่งกิจกรรมก็มีหลากหลายด้านเช่นกัน ซึ่งกิจกรรมด้านกีฬาก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญสำหรับคนที่จะยื่นสายคณะ/สาขาที่เกี่ยวกับกีฬาและคนที่มีความสามารถด้านกีฬา สามารถยื่นความสามารถทางกีฬาของตัวเองว่า ถนัดกีฬาประเภทไหน แข่งขันอะไรมาบ้าง มีรางวัลอะไรบ้าง สำหรับน้องๆที่มีความสามารถทางด้านกีฬาหรือน้องๆที่อยากจะเข้าคณะ/สาขาสายทางด้านกีฬา หัวข้อนี้จึงจำเป็นในการใส่ Portfolio สำหรับน้องๆ ยิ่งมีผลงาน รางวัลทางด้านกีฬามากเท่าไหร่ ก็เพิ่มโอกาสในการการเข้าคณะสาขาที่น้องๆอยากเข้ายิ่งสูงครับ 6.ผลงาน กิจกรรม หรือรางวัลความสามารถทางด้านดนตรี หัวข้อนี้มาทางน้องๆสายกิจกรรมและน้องๆที่ถนัดทางสายดนตรี สามารถใส่ความสามารถทางดนตรีได้เหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน ประกวด หรือการเข้ากิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับดนตรี น้องๆสามารถใส่ในPortfolioได้เช่นกัน และถ้าน้องๆยื่นคณะ/สาขาที่เกี่ยวกับสายดุริยางค์ศาสตร์ คณะ/สาขาสายศิลปกรรมศาสตร์ หรือคณะ/สาขาที่เกี่ยวกับสายทางดนตรีและศิลปะ หัวข้อนี้สามารถเพิ่มโอกาสให้น้องๆมีโอกาสติดคณะเหล่านี้ได้มากขึ้น สำหรับน้องๆที่ยื่นคณะ/สาขาอื่นก็สามารถใส่ไว้ใน Portfolio ได้เหมือนกันครับเพราะเป็นความสามารถพิเศษของตัวเองครับ 7.ผลงานการเข้าร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียน สำหรับน้องที่คิดไม่ออกว่าจะใส่อะไรลงไปใน Portfolio ดี น้องๆก็สามารถใส่กิจกรรมในโรงเรียนที่น้องๆได้ทำใส่ลงไปใน Portfolio ได้เหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิชาการ กิจกรรมต่างๆในรั้วโรงเรียน โดยจะต้องเน้นให้ตรงกับสายคณะสาขาของตัวเอง อย่างเช่น ถ้าน้องๆอยู่ในกลุ่มโสตทัศนศึกษาโรงเรียน เป็นตากล้องถ่ายกิจกรรมของโรงเรียน สามารถยื่น Portfolio คณะ/สาขาที่เกี่ยวกับสายนิเทศศาสตร์ได้ เป็นต้น กิจกรรมในรั้วโรงเรียนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีเกียรติบัตรก็ได้ สามารถใส่แค่รูปถ่ายได้ หัวข้อนี้ก็เป็นหนึ่งหัวข้อที่สำหรับน้องๆที่คิดว่าอยากใส่อะไรเพิ่มลงไปใน Portfolio ดี หัวข้อนี้ก็สามารถใส่เพิ่มลงไปได้ 8.ผลงานการเข้าค่ายหรือฝึกอบรมต่างๆ มาถึงหัวข้อต่อไปหัวข้อนี้เหมาะสำหรับน้องๆสายกิจกรรมอีกแล้ว โดยเฉพาะน้องๆที่ชอบเข้าค่าย ทำกิจกรรมต่างๆ น้องๆสามารถใส่กิจกรรมเข้าค่ายเหล่านี้ลงไปใน Portfolio ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เข้าค่ายวิชาการ ค่ายอบรม ค่ายแนะแนว ค่ายเปิดบ้าน พี่อยากจะแนะนำให้น้องๆเก็บรูปทำกิจกรรมในค่ายไว้เยอะๆเลยนะครับ เพื่อที่จะได้ไว้เก็บใส่ใน Portfolio นะครับ ถ้าน้องๆเข้าค่ายหรือกิจกรรมฝึกอบรมต่างๆที่ตรงกับสายคณะ/สาขาที่ตัวเองอยากเข้าก็สามารถเพิ่มโอกาสในการเข้าได้เป็นอย่างดี น้องๆสายเข้าค่ายอย่าพลาดใส่กิจกรรมเหล่านี้ลงไปใน Portfolio นะ 9.ประวัติส่วนตัว แน่นอนว่าเรื่องที่ผ่านมาเป็นกิจกรรม ความสามารถ และ ความถนัดทางวิชาการ ที่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆนั้นก็คือประวัติส่วนตัวของเราเอง ซึ่งประวัติส่วนตัวก็เปรียบเสมือนการแนะนำตัวเราเองลงไปใน Portfolio ต้องเขียนให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ อายุ ประวัติการศึกษา เรียนที่ไหน ชั้นประถมจบที่ไหน ชั้นมัธยมต้น ชั้นมัธยมปลายจบที่ไหน เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ในแต่ละระดับชั้น มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง ชอบหรือสนใจอะไรบ้าง ช่องทางการติดต่อ การเขียนประวัติส่วนตัวไม่ต้องเขียนให้ยาวมาก เขียนให้ละเอียด และเขียนข้อมูลให้ถูกต้อง ประวัติส่วนตัวนั้นเป็นสิ่งที่จะทำให้เขานั้นรู้จักถึงตัวตนเรามาขึ้นฉะนั้น น้องๆเขียนประวัติส่วนตัวของตัวเองออกมาให้ดีที่สุดนะ 10.การเขียน SOP (Statement Of Purpose) และแล้วมาถึงหัวข้อสุดท้ายแล้ว ซึ่งเป็นหัวข้อที่สำคัญที่สุดในสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ใน Portfolio นั้นก็คือการเขียน SOP (Statement Of Purpose) ลงไปใน Portfolio เมื่อน้องๆอยากเข้าคณะสาขาที่ตัวเองไฝ่ฝันน้องๆจะต้องเขียน SOP (Statement Of Purpose) นั้นก็คือจดหมายแนะนำตัวในการยื่นมหาวิทยาลัยเป็นรูปแบบเอกสารเรียงความที่จะเล่าแนะนำตัวตนของเราให้คณะ/สาขาของมหาวิทยาลัยนั้นรู้จักตัวตนของเราโดยเนื้อหาของ SOP จะเล่าถึงตัวตนของน้องๆ บอกถึงความสนใจและแรงบันดาลใจของน้องที่มีความฝันอยากในการเข้าเรียนคณะ/สาขานี้ เพื่อให้คณะ/สาขาที่น้องๆเข้าเห็นว่าน้องๆมีคุณสมบัติที่จะเข้าคณะสาขานี้ แล้วโครงสร้างของ SOP มีอะไรบ้างล่ะ ? โครงสร้างของ SOP นั้นมี 1.การแนะนำตัวเอง ซึ่งการแนะนำตัวเองนั้นจะต้องเขียนให้กระชับ 2.เล่าประวัติการศึกษา ผลงานและความสามารถของน้องๆ ก็เล่าเรื่องราวประวัติการศึกษาของน้องๆและผลงานต่างๆที่น้องเคยทำซึ่งควรเป็นผลงานที่ตรงกับคณะ/สาขาที่น้องอยากเข้าด้วย โดยน้องพูดถึงรายละเอียดของผลงานนั้นๆว่าทำอะไรมาบ้าง เจออุปสรรคอะไรมาบ้าง มีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไรแล้วงานชิ้นนี้ทำให้เราพัฒนาตัวเองอย่างไรบ้าง 3.เหตุผลที่อยากเข้าคณะ/สาขาที่น้องๆสมัคร น้องๆก็เล่าเหตุผลที่น้องๆอยากเข้ามาศึกษาในคณะ/สาขานี้ แล้วบอกว่าคณะสาขานี้มีหลักสูตรอะไรมาบ้างและมีสาขาอะไรที่ตรงกับตัวเรา 4.เป้าหมายในอนาคตหรืออีกใน 5-10 ปีข้างหน้าน้องๆพูดถึงเป้าหมายของน้องๆว่าหลังจากน้องเข้าเรียนที่คณะ/สาขานี้หรือหลังจากเรียนจบจากคณะ/สาขานี้ จะช่วยให้ตรงตามสิ่งที่น้องๆตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร การเขียน SOP (Statement Of Purpose) นั้นเป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในการนำใส่ลงไปใน Portfolio เพราะ SOP เป็นสิ่งที่บอกถึงตัวตนของเราได้ดีที่สุดและบอกถึงความตั้งใจของเราที่มีต่อคณะและสาขาที่เราอยากจะเข้าเรียนจริงๆ ซึ่ง SOP ก็เปรียบเหมือนจดหมายที่บอกถึงความตั้งใจและจุดประสงค์ของน้องในการทำ Portfolio อีกด้วย

และนี่คือ "10 สิ่งที่น้องๆต้องเตรียมไว้ใส่ใน Portfolio" น้องๆสามารถนำ 10 สิ่งเหล่านี้ใส่ไว้ใน Portfolio ของน้องๆได้เลย และน้องสามารถเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านี้ได้ตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย น้องๆต้องพยายามเก็บผลงาน เก็บกิจกรรม เก็บผลสอบ จาก 10 สิ่งเหล่านี้ที่พี่ได้กล่าวมาแล้วน้องจะมีโอกาสติดรอบ Portfolio แน่นอน พี่เชื่อว่าน้องๆสามารถทำได้และขอให้น้องโชคดีกับการยื่นรอบ Portfolio นะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...