"เต๋อ ฉันทวิชช์” เปิดใจรัก 7 ปี กับ "ใหม่ ดาวิกา" เผย! เกือบเลิกกัน 2 ครั้ง
หลังคบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 7 ปี สำหรับคู่รักซุปตาร์ “เต๋อ ฉันทวิชช์” และหวานใจสาว “ใหม่ ดาวิกา” ที่ความรักยังคงหวานฉ่ำไม่เปลี่ยน พร้อมปล่อยโมเมนต์คลั่งรักออกมาให้แฟน ๆ ได้ยิ้มตามกันอยู่เสมอ ล่าสุดหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ ก็ได้มาออกรายการคุยแซ่บShow พูดถึงความรัก พร้อมเปิดสาเหตุที่เคยเกือบเลิกกันถึง 2 ครั้ง
เต๋อ กล่าวว่า “แรก ๆ เลย ด้วยความคิดเราเอง เราคิดว่าเราไม่อยากจะเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวเขา เราไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไง เขาอาจจะมีโลกส่วนตัวสูง เราเลยจะไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเขามาก ก็จะโทรหาวันละครั้ง เวลาไลน์ไปก็ครั้งสองครั้ง ไม่ได้ไปถามว่าอยู่ไหน ทำอะไร ไม่ได้ไปจี้เขามาก ด้วยความคิดของเราเองว่าเขาน่าจะสบายใจ ว่างก็มาเจอกัน แต่เขาไม่ได้มองอย่างนั้น เขามองว่าผมไม่ใส่ใจเลย วัน ๆ นึงโทรมาครั้งเดียว แล้วก็ไลน์มาเหมือนไม่ได้จะจีบจริงจัง ไม่ได้อยากจะทำความรู้จักจริง ๆ ”
“พอเขารู้สึกแบบนั้น เราไม่ได้คุยกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อยู่ ๆ วันหนึ่งผมโทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ 2 วันติดกัน ยาว ๆ เลย 2 วัน ใจก็คือชัดเจนแล้ว ผมคิดในใจว่า เทแล้วหลุดแน่ เขาไปแล้ว อย่างน้อยถ้าจะโดนเท ก็ควรจะเคลียร์ให้มันดีอีกหน่อย เลยพยายามตื๊อ โทรไปเรื่อย ๆ จนเขารับ จนได้คุยกัน ปรับความเข้าใจกัน ผมก็บอกว่าในมุมผมเป็นยังไง เขาก็บอกว่า พี่ มันไม่ได้ ถ้าพี่จะมาเป็นแฟนกัน ถ้าพี่จะมาเหมือนคบกัน มันต้องแชร์กัน ต้องให้เวลากันเราก็เพิ่งเข้าใจ ก็ดีมาเรื่อย ๆ จนผ่านมา 3 ปี”
“เหตุการณ์ครั้งที่ 2 ก็เกิดขึ้น ยังไม่ได้เลิกด้วยนะ แต่มีความรู้สึกว่ากำลังจะ เพราะครั้งแรกไม่ได้ทะเลาะกัน ครั้งแรกเป็นแนวไม่เข้าใจกัน แล้วก็ออกห่างกันไป ยังไม่ได้เริ่มต้นผูกพันกันมากพอ 3 ปีผ่านไป ผูกพันกันแล้ว ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทะเลาะอะไรกัน สิ่งที่ทำให้เรื่องราวมันใหญ่โต คือพอทะเลาะกันเสร็จปั๊บ ผมเงียบเลย ไม่พูดอะไรเลย ในความคิดเราคือ เรามีคำพูดเยอะมากเลยในหัว แต่ไม่รู้จะเรียบเรียงออกมายังไงให้ดีที่สุด แล้วเราก็รู้สึกว่า ต่อให้เราพูดไป เขาก็ยังไม่พร้อมฟังตอนนี้ อยากจะให้มันดีก่อน แล้วค่อยคุยกันด้วยเหตุผลพอเราไม่พูด กลับมาเดิมเลย เขาเกิดความรู้สึกว่าเราไม่ได้สนใจจะแก้ปัญหา เขารู้สึกว่าจะปล่อยให้เรื่องมันเงียบแบบนี้ต่อไปใช่มั้ย ก็คือรู้สึกว่าเราไม่ใส่ใจ ตอนนั้นก็เลยทะเลาะกัน เถียงกันเยอะ ผมยิ่งเงียบ เขาก็ยิ่งหงุดหงิด เขาก็ยิ่งจี้ ๆ ผมก็พูดว่า คำในหัวมันเยอะ อยากจะพูดในสิ่งที่ดีที่สุด เขาก็บอกว่า พี่ไม่ต้องคิดแล้ว พี่อยากพูดอะไรพูดออกมาเลย ถ้าเรื่องอะไรมันจะแย่ ก็ปล่อยให้มันแย่ไปเหอะ"
“ผมก็เลยพูดออกมาเลย แล้วแย่จริง กลายเป็นตึงไปเลย จังหวะนั้นความคิดที่ผุดขึ้นมาคือ เลิกกันแน่เลย คิดว่าจบแล้ว ผมก็พูดออกไปเลย แล้วก็นั่งคุยกัน แล้วผมก็บอกออกไปประมาณว่า เรากำลังจะเลิกกันหรือเปล่า ผมกลัวว่ามันจะเป็นแบบนั้น แต่ตัวเขาไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นเลย เขารู้สึกว่าอยากให้สถานการณ์นี้มันผ่านไปได้ด้วยดี อารมณ์เขาตอนนี้มันขึ้นมาก เขาต้องระบาย เขาต้องพูด หน้าที่เราคือรับฟัง สื่อสารสิ่งที่พี่คิดออกมาเลย ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ ผมก็โอเค ถ้างั้นผมจะพยายามพูดมากขึ้น แต่ผมคิดว่าในแง่ความสัมพันธ์นี้ เขาปรับเยอะกว่าผมมาก ความน่ารักของเขาคือว่า เขาเริ่มมาเข้าใจกับความเป็นตัวผมมากขึ้น ผมช้า ผมทำอะไรได้ทีละอย่าง ผมเป็นคนพูดน้อย”