โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เด็กไทยบินเรียนนอกเพิ่ม 70% เผชิญค่าเรียนหลักล้าน ค่าครองชีพหลักแสน

TODAY

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 04.39 น. • workpointTODAY

แม้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะลดลงและความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงดำเนินอยู่ แต่สำหรับครอบครัวคนไทย ก็ยังมองว่าการศึกษาต่างประเทศเป็นเรื่องที่ดีและเปรียบเสมือนการลงทุนระยะยาวให้ลูกหลาน

มีอินไซต์จาก YouTrip บอกว่า ยอดการชำระค่าเล่าเรียนผ่าน YouTrip เพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือพูดง่ายๆ ว่ามีนักเรียนไปเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

โดยมีนักเรียนไทยเข้าศึกษาต่อในสถาบันที่มีชื่อเสียงต่างๆ เช่น

  • สหรัฐอเมริกา: Berklee College of Music, UCLA, MIT และ Harvard Business School
    [        * ออสเตรเลีย: RMIT University, Swinburne University, Macquarie University, University of Queensland, University of Sydney และ Monash University ,         * แคนาดา: Douglas College, Centennial College และ Langara College ]

ไม่เพียงแต่การศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย แต่พวกโปรแกรมแลกเปลี่ยนระยะสั้น หรือ Summer School เป็นอีกจุดหมายในเอเชียที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนมีจำนวนนักเรียนไทยเข้าร่วมเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น หลักสูตรระยะสั้นของ Zhongnan University (Wuhan), South China University of Technology และ Zhejiang University

[ ค่าเรียนหลักล้าน แต่พ่อแม่คนไทยก็ยอมจ่าย ไม่รวมค่าครองชีพหลักแสน ]

อย่างไรก็ตาม การส่งลูกหลานไปศึกษาต่างประเทศก็ต้องยอมรับว่าค่าเล่าเรียนสำหรับปีการศึกษาค่อนข้างสูง เรามาดูตัวเลขค่าเล่าเรียนที่ผู้ปกครองยอมจ่ายกัน ในปี 2025/2026 ระดับปริญญาตรีเต็มเวลาที่ Harvardในสหรัฐอเมริกา มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ 2.8 ล้านบาท

ขณะที่ King’s College Londonในสหราชอาณาจักร ประมาณ 2.4 ล้านบาท และที่ South China University of Technologyในจีน ประมาณ 900,000 บาท

อีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ปกครองและนักเรียนต้องพิจารณาอย่างรอบด้านคือ ค่าครองชีพ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการวางแผนงบประมาณตลอดระยะเวลาที่ศึกษา

คาดการณ์ค่าครองชีพรายปีสำหรับนักเรียนที่ไปศึกษาต่อแต่ละประเทศ แบ่งออกเป็นดังนี้

  • สหรัฐอเมริกา ประมาณ 540,000 – 670,000 บาท/ปี
    [        * สหราชอาณาจักร ประมาณ 330,000 – 580,000 บาท/ ปี ,         * จีน ประมาณ 332,000 บาท/ปี ]

[ นักเรียนนอกเผชิญค่าครองชีพสูง เน้นทำอาหารทานเอง เอาเงินไปจุ่ม Pop Mart ]

สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักเรียนสะท้อนวิถีชีวิตในต่างแดนและแรงกดดันด้านค่าครองชีพที่สูงขึ้น สำหรับนักเรียนไทยแต่ละเดือนมักหมดเงินไปกับ

  • ค่าสาธารณูปโภค (10%)
    [        * ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด \(4%\) ,         * ช้อปปิ้ง \(42%\) ,         * การท่องเที่ยวและ ความบันเทิง \(8%\)  ,         * ร้านสะดวกซื้อ \(15%\) ,         * ค่าอาหาร \(21%\) ]

จะเห็นได้ว่า “การช้อปปิ้ง” เป็นหมวดค่าใช้จ่ายสำคัญของนักเรียนไทยในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาสิ่งของเข้าที่พัก ไปจนถึงการให้รางวัลตัวเองด้วยสินค้าแบรนด์เนมหรือของสะสมยอดนิยมอย่าง Pop Mart ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในทุกประเทศที่นักเรียนไทยไปเรียน

โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรที่นักเรียนมีแนวโน้มใช้จ่ายกับสินค้าหรูมากกว่าประเทศอื่น เนื่องจากราคาที่ดึงดูดใจและอยู่ใกล้ศูนย์กลางการช้อปในยุโรป แม้จะมีการใช้จ่ายเพื่อความเพลิดเพลิน แต่นักเรียนไทยส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังในการใช้จ่าย มักเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าท้องถิ่นเพื่อความประหยัด และสินค้าที่ไม่มีในประเทศไทย

รองจากหมวดช้อปปิ้ง ค่าใช้จ่ายที่พบได้บ่อย คือการรับประทานอาหารนอกบ้านและการซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไปตามวิถีชีวิตของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะค่าอาหารและความบันเทิงทั้งในแง่ราคาและพฤติกรรมการใช้จ่าย ที่สะท้อนค่านิยมและสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

แต่สำหรับนักเรียนไทยที่เรียนในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียมีแนวโน้มที่จะเลือกทำอาหารรับประทานเองมากขึ้น เนื่องจากค่าครองชีพโดยเฉพาะค่าอาหารนอกบ้านมีราคาสูง

ในเมืองใหญ่อย่างลอนดอนและซิดนีย์ การไปรับประทานอาหารในร้านอาจมีค่าใช้จ่ายสูงเป็นสองเท่าของการซื้อวัตถุดิบจากซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น เช่น Tesco (สหราชอาณาจักร) และ Coles (ออสเตรเลีย) เพื่อมาประกอบอาหารเองที่บ้าน

ในทางตรงกันข้าม นักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่จะทำอาหารเองและรับประทานอาหารนอกบ้านในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากมีร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดชื่อดังมีราคาเข้าถึงง่าย เช่น Shake Shack และ In-N-Out

นอกจากนี้ วัฒนธรรมการให้ทิปในสหรัฐอเมริกา เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่เลือกบริโภคอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดมากกว่าการนั่งร้านอาหาร เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่พบเหมือนกันในทุกประเทศปลายทาง คือความรักในอาหารไทยและอาหารเอเชียของนักเรียนไทย ซึ่งนำไปสู่การแวะเวียนหาร้านอาหารเอเชีย เช่น Panda Express ซึ่งเป็นรสชาติที่คุ้นเคยระหว่างการใช้ชีวิตในต่างแดน

และก็ต้องยอมรับว่าการเรียนต่อต่างประเทศยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สำรวจสิ่งใหม่ๆได้ประสบการณ์ที่หลายคนให้ความสำคัญ อาทิ ในสหราชอาณาจักร สามารถใช้ประโยชน์จากส่วนลดนักเรียนและการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิงได้, ในออสเตรเลียและแคนาดา นักเรียนมักใช้เวลาว่างไปกับกิจกรรมกลางแจ้งที่มีต้นทุนต่ำ เช่น การเดินป่าในอุทยานแห่งชาติ หรือการท่องเที่ยวชายหาดธรรมชาติ ตอบโจทย์ทั้งในด้านประสบการณ์และความคุ้มค่า

ในทางตรงกันข้าม นักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกาจำนวนไม่น้อยมีค่าใช้จ่ายด้านกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอื่นเกือบสองเท่า เช่น ราคาบัตรเข้า Disneyland ในสหรัฐฯ สูงกว่าทัวร์ Great Ocean Road แบบครบวงจรในออสเตรเลียมากกว่าสองเท่า

ขณะที่ประเทศจีนถือเป็นจุดหมายปลายทางที่นักเรียนมีค่าใช้จ่ายรวมต่ำที่สุด ปัจจัยสำคัญมาจากค่าครองชีพที่ไม่สูง และค่าท่องเที่ยวที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้นักเรียนสามารถใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างประหยัดกว่าประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...