โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดลบ แรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐสูง หวั่นเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 03.13 น.

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบ แรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐสูง หลังเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมิถุนายนเร่งตัวสูงสุดในรอบ 6 เดือนจากนโยบายทรัมป์ หวั่นเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย

วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดลบในวันพุธ อยู่ภายใต้แรงกดดัน ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับเงินเยนตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐบ่งชี้ว่าการเก็บภาษีนำเข้าเริ่มส่งผลต่อราคาสินค้า ส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ดัชนี ASX 200 ของออสเตรเลีย และ KOSPI ของเกาหลีใต้ ต่างลดลงราว 0.6%

ดัชนีหุ้นบลูชิปของจีนแผ่นดินใหญ่ (CSI300) ลดลง 0.1%

ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นทรงตัว โดยได้รับแรงหนุนจาก Nvidia และเงินเยนที่อ่อนค่า

ดัชนีตลาดหุ้นไต้หวัน (TWII) เพิ่มขึ้น 0.5%

ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง (HSI) พุ่ง 0.8% ต่อเนื่องจากการดีดขึ้น 1.6% ของวันก่อนหน้า

ส่วนฟิวเจอร์ส S&P 500 ปรับลง 0.2% หลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนก่อน

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน ยิ่งสนับสนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยน ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีฝ่าคลื่นตลาด แม้ตลาดโดยรวมจะอ่อนตัว โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้น 4% จากกระแสความนิยมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวใกล้ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ปรับลงเล็กน้อย

ทั้งนี้แรงกดดันมาจากเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.3% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม

ข้อมูลเมื่อวันอังคารแสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิถุนายน สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ถือเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า การปรับขึ้นราคาดังกล่าวในสินค้าจำพวกกาแฟและของตกแต่งบ้าน เป็นผลจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์

ธนาคารกลางสหรัฐยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม โดยรอดูผลกระทบจากภาษีดังกล่าว ซึ่งเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เคยระบุว่าจะเริ่มเห็นผลในช่วงฤดูร้อน

เทย์เลอร์ นูเจนต์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าวว่า “พาวเวลและทีมงานส่วนหนึ่งของเขามีแนวโน้มจะรอดูผลกระทบของภาษี และข้อมูลล่าสุดก็ตอกย้ำมุมมองนั้น”

ด้วยเหตุนี้นักลงทุนจึงเริ่มลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยตลาดประเมินในขณะนี้ว่ามีความเป็นไปได้ 56.5% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายน และมีการสะท้อนในราคาตลาดเท่ากับการลดดอกเบี้ยรวม 0.43% ภายในปีนี้

นักลงทุนจะจับตาดูข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะประกาศในภายหลังของวันพุธ เพื่อดูว่าต้นทุนในภาคการผลิตมีแรงกดดันด้านราคาหรือไม่ นอกจากนี้นักลงทุนยังให้ความสนใจกับฤดูกาลประกาศผลประกอบการ โดย JPMorgan และ Citigroup รายงานกำไรดีกว่าคาด แม้ผลตอบรับจากตลาดจะผสมผสาน ส่วน Wells Fargo ปรับลดประมาณการรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2568 แม้รายงานกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด ขณะที่วันนี้เตรียมประกาศผลอีก 3 ธนาคารใหญ่ Goldman Sachs, Morgan Stanley และ Bank of America

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...