ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดลบ แรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐสูง หวั่นเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบ แรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐสูง หลังเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมิถุนายนเร่งตัวสูงสุดในรอบ 6 เดือนจากนโยบายทรัมป์ หวั่นเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย
วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดลบในวันพุธ อยู่ภายใต้แรงกดดัน ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับเงินเยนตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐบ่งชี้ว่าการเก็บภาษีนำเข้าเริ่มส่งผลต่อราคาสินค้า ส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ดัชนี ASX 200 ของออสเตรเลีย และ KOSPI ของเกาหลีใต้ ต่างลดลงราว 0.6%
ดัชนีหุ้นบลูชิปของจีนแผ่นดินใหญ่ (CSI300) ลดลง 0.1%
ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นทรงตัว โดยได้รับแรงหนุนจาก Nvidia และเงินเยนที่อ่อนค่า
ดัชนีตลาดหุ้นไต้หวัน (TWII) เพิ่มขึ้น 0.5%
ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง (HSI) พุ่ง 0.8% ต่อเนื่องจากการดีดขึ้น 1.6% ของวันก่อนหน้า
ส่วนฟิวเจอร์ส S&P 500 ปรับลง 0.2% หลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนก่อน
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน ยิ่งสนับสนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยน ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีฝ่าคลื่นตลาด แม้ตลาดโดยรวมจะอ่อนตัว โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้น 4% จากกระแสความนิยมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวใกล้ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ปรับลงเล็กน้อย
ทั้งนี้แรงกดดันมาจากเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.3% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม
ข้อมูลเมื่อวันอังคารแสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิถุนายน สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ถือเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า การปรับขึ้นราคาดังกล่าวในสินค้าจำพวกกาแฟและของตกแต่งบ้าน เป็นผลจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์
ธนาคารกลางสหรัฐยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม โดยรอดูผลกระทบจากภาษีดังกล่าว ซึ่งเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เคยระบุว่าจะเริ่มเห็นผลในช่วงฤดูร้อน
เทย์เลอร์ นูเจนต์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าวว่า “พาวเวลและทีมงานส่วนหนึ่งของเขามีแนวโน้มจะรอดูผลกระทบของภาษี และข้อมูลล่าสุดก็ตอกย้ำมุมมองนั้น”
ด้วยเหตุนี้นักลงทุนจึงเริ่มลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยตลาดประเมินในขณะนี้ว่ามีความเป็นไปได้ 56.5% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายน และมีการสะท้อนในราคาตลาดเท่ากับการลดดอกเบี้ยรวม 0.43% ภายในปีนี้
นักลงทุนจะจับตาดูข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะประกาศในภายหลังของวันพุธ เพื่อดูว่าต้นทุนในภาคการผลิตมีแรงกดดันด้านราคาหรือไม่ นอกจากนี้นักลงทุนยังให้ความสนใจกับฤดูกาลประกาศผลประกอบการ โดย JPMorgan และ Citigroup รายงานกำไรดีกว่าคาด แม้ผลตอบรับจากตลาดจะผสมผสาน ส่วน Wells Fargo ปรับลดประมาณการรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2568 แม้รายงานกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด ขณะที่วันนี้เตรียมประกาศผลอีก 3 ธนาคารใหญ่ Goldman Sachs, Morgan Stanley และ Bank of America
อ้างอิง : reuters.com