โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัณวีร์แนะรัฐบาลไม่ควรโยนให้กองทัพแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา หวั่นแพ้ทางยุทธศาสตร์

THE STANDARD

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 11.26 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 11.26 น. • thestandard.co
กัณวีร์แนะรัฐบาลไม่ควรโยนให้กองทัพแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา หวั่นแพ้ทางยุทธศาสตร์

วันนี้ (8 มิถุนายน) กัณวีร์ สืบแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เปิดเผยว่า จากแถลงการณ์ของรัฐบาลผ่านโฆษกของ 2 กระทรวง 1 กองทัพ จับใจความและสัญญาณได้ว่า รัฐบาลที่นำโดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โยนความรับผิดชอบให้ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปเรียบร้อยแล้ว

“การตอบสนองของผมหลังจากได้ยินคำแถลงและการตอบคำถามของสื่อ คือ ‘ห่วย’ เท่านั้น แต่มันอธิบายความด้อยฝีมือของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างมาก”

กัณวีร์อธิบายว่า ทหารไทยไม่มีคำว่าทำไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาชายแดน และการปกป้องอธิปไตยกับการป้องกันอริราชศัตรูเข้ามาในประเทศ เมื่อรัฐบาลถามว่าท่านทหารทำได้หรือไม่ ทหารไทยมีแต่ “Can do” ยุทธศาสตร์ เพราะเป็นงานของทหารอยู่แล้ว เพียงแต่รัฐบาลได้ประเมินหรือไม่ว่างานนี้มันมีอะไรมากกว่างานการทหาร ที่จะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

กัณวีร์กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองยังขาดความรู้ในการบริหารสถานการณ์ในมิติที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดน โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ประกอบด้วยงานหลากหลายมิติ ที่มากกว่างานด้านการทหาร จึงมองปัญหาแค่เพียงมิติเดียวอย่างขาดการวิเคราะห์ถึงข้อเท็จจริง

“ความเป็นจริงที่ว่า รัฐบาลมีทรัพยากรในมือทั้งหมดแล้ว แต่กลับมอบหมายให้ทหารไปจัดการเอง ปัญหาที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ จะไม่สามารถสั่งการหน่วยงานอื่นได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจภาพรวมของสถานการณ์ อาทิ ระบบการบริหารข้อพิพาทชายแดนที่ต้องใช้งานการต่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงร่วมสมัย”

กัณวีร์ระบุว่า ในทางกลับกัน กัมพูชาได้ใช้องคาพยพการจัดการสถานการณ์นี้อย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายบริหารที่เอาทุกหน้างานมาเปิด ทั้งวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ การทหาร และนำเรื่องทั้งหมดออกไปด้วยงานการต่างประเทศ การกระจายกันทำงานฝั่งกัมพูชาได้ส่งลงสู่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและชัดเจน

“หากพิจารณาเปรียบเทียบการเตรียมพร้อมของสองประเทศแล้วจะเห็นว่าความสัมพันธ์ในการบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าว เป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง กองทัพบกไทย กับรัฐบาลกัมพูชา”

กัณวีร์กล่าวว่า ข้อกังวลคือ ในทางที่ถูกต้องแล้ว การบริหารจัดการควรเป็นแบบรัฐต่อรัฐ ไม่ใช่กองทัพบกสู้กับรัฐบาลกัมพูชา ถ้าสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปและเลวร้ายขึ้น พลังอำนาจทางทหารที่เหนือกว่าของไทย อาจเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง การต่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ที่กัมพูชาเตรียมเอาชนะทางยุทธศาสตร์ ก็อาจเป็นได้ เพราะต้องการยั่วยุให้ไทยใช้กำลังทหาร เพื่อสร้างความเห็นใจจากนานาชาติ นอกเหนือไปจากการปลุกระดมความเป็นชาตินิยมในกัมพูชา

“ต้องกลับมามองที่ไทยแล้วว่าทำไมฝ่ายการเมือง ถึงหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในครั้งนี้ ทำไมไม่ใช้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มี รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย รวมกับรัฐมนตรีอีก 8 คน และผู้บัญชาการทหารสูงสุด บวกกับเลขา สมช. จัดการกับปัญหา หรือเพราะรัฐบาลขาดประสบการณ์ อีกนัยหนึ่งคือ ไม่ยอมเผชิญหน้า เนื่องจากมีผลประโยชน์ร่วม หรือพยายามรักษาความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือไม่”

“เมื่อวานนี้ทุกคนต้องการฟังว่าแผนคืออะไร กัมพูชาเล่นใหญ่ไปไกลกว่า ICJ แล้วเพราะเค้ามองถึง UNSC และ UNGA แต่ไทยแจ้งว่า ‘ปิด-เปิด ด่าน’ แล้วเล่นใหญ่ว่าจะทำให้ฝั่งกัมพูชาเต้นกันทั้งชายแดนและทั้งประเทศ เพราะสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการข้ามแดนไปเล่นพนัน การค้าผิดกฎหมาย การข้ามแดนของคน”

กัณวีร์ย้ำว่า ไม่ได้บอกว่าชีวิตคนชายแดนไม่สำคัญ แต่พอมองถึงสถานการณ์ภาพรวมแล้ว ไทยต้องมองภาพให้ขาดว่าไม่ใช่แค่สถานการณ์ทางทหารแค่เพียงชายแดนเท่านั้น รัฐบาลไทยให้กองทัพบกจัดการ และกองทัพอาจมองในมิติการเอาชนะด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว อาจเกิดความขัดแย้งกันเองกับหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งมีแผนงานไม่ตรงกัน และอาจตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้ามในการเอาชนะทางยุทธศาสตร์ได้

“มองให้ขาดครับ ผมเสนอไปแล้วว่าต้องวางระบบการบริหารจัดการชายแดน การตอบโต้โดยใช้มิติการต่างประเทศ ที่ควบรวมมิติด้านอื่นๆ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคมจิตวิทยาและความมั่นคงร่วมสมัย ผ่านการปรึกษาหารือ บวกกับการล็อบบี้ในเวทีระหว่างประเทศ ที่ต้องทำควบคู่กับงานพื้นที่ให้สอดผสานกัน”

กัณวีร์กล่าวย้ำว่า เวลาไม่คอยท่า อย่าโยนความรับผิดชอบให้หน่วยราชการประจำไปต่อกรกับรัฐบาลประเทศอื่นที่ใช้ทุกองคาพยพทั้งในและนอกประเทศมาบริหารจัดการกับไทย รัฐบาลไทยต้องเริ่มต้นจากการใช้กลไกการจัดการให้ถูก นำ สมช. มาบริหารจัดการในครั้งนี้ มารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองต้องทำทันที

“ผมอยากเห็น สภาผู้แทนราษฎรเปิดวิสามัญถกแถลงเรื่องนี้ เพราะมีผลกระทบกับคนไทยทั้งประเทศ คงต้องใช้อำนาจ ครม. วิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน หรือผู้นำฝ่ายค้านในการขอพิจารณาให้เปิดสภาฯ สมัยวิสามัญเป็นการด่วนในช่วงปิดสมัยประชุมนี้ หวังว่าจะเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ” กัณวีร์ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...