โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ทวี” อวดผลงาน ป.ป.ส. แค่ 8 เดือน จับยาบ้า 700 ล้านเม็ด

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.06 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(17 มิ.ย. 68) ที่ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ อาคาร 2 ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายเบเนดิกต์ ฮอฟมันน์ ผู้แทน สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก และคณะเจ้าหน้าที่ประสานงานยาเสพติดต่างประเทศประจำประเทศไทย ร่วมแถลงผลการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ห้วงเดือน ต.ค.67-พ.ค.68)

โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ตนต้องบอกว่ายาเสพติดมีมากกว่า 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ติดผู้เสพผู้ใช้ และอีกกลุ่มคือผู้ค้ายาเสพติด แต่ตอนนี้กลุ่มใหญ่ที่สุดกลับเป็น กลุ่มที่ 3 คือ องค์กรยาเสพติดระหว่างประเทศ เพราะรายได้จากตรงนี้กลายเป็นรายได้สูงสุดของบรรดาอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมยาเสพติด มีการใช้ชีวิตของมนุษย์เป็นเครื่องมือ ไม่ได้ใช้เครื่องจักร เพราะใช้คนติดคนเสพ ทำให้เป็นโรคสมองติดยา หรือติดยาขาดไม่ได้ ส่วนอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ก็คือ การใช้เสรีภาพของมนุษย์เป็นเครื่องมือ เพราะอาจต้องเสียชีวิต หรือต้องติดคุกถูกจองจำ เพราะกลายเป็นคนลำเลียงยาเสพติด เป็นคนค้ายาเสพติด ส่วนนักค้ายาเสพติด หรือองค์กรอาชญากรรมยาเสพติดจะอยู่เบื้องหลัง และมักจะอยู่ในที่ที่ปลอดภัยจากรัฐใดรัฐหนึ่ง ไปอยู่ในดินแดนที่รัฐต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ อาทิ พื้นที่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ จึงเป็นปัญหายาเสพติดที่ค่อนข้างซับซ้อนและมีความสำคัญ โดยไทยได้ยกระดับปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเร่งด่วนและวาระแห่งชาติ

พ.ต.อ.ทวี เผยอีกว่า สำนักงาน ป.ป.ส. มีข้อมูลในส่วนของการจับกุมเรื่องยาเสพติด โดยยึดของกลางยาบ้าได้ถึง 700 ล้านเม็ดเศษ เกือบ 800 ล้านเม็ด อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ (2568) มีผู้ถูกดำเนินคดียาเสพติดแล้ว 180,000 ราย และถูกนำตัวเข้าเรือนจำฯ เพื่อจำกัดเสรีภาพ แต่กลับกันปริมาณยาเสพติดก็ยังรุนแรงขึ้น วันนี้รัฐบาลและทุกภาคส่วนได้เห็นความสำคัญนี้ จึงอยากมาแจ้งทิศทางที่ดี หรือข่าวสารที่ดีขึ้น เพราะการทำงานร่วมกันของภาครัฐ โดยเฉพาะ ป.ป.ส. ในฐานะผู้กำหนดนโยบาย และขับเคลื่อนแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะยาเสพติดที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ไม่มีผลิตในไทย วันนี้เราเน้นเรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศ

พ.ต.อ.ทวี เผยต่อว่า ป.ป.ส. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อควบคุมสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด โดยมี พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก เป็นประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานทุกภาคส่วน ซึ่งเราได้สกัดกั้น 14 จังหวัด 52 อำเภอ เพื่อไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย อย่างไรก็ดี การทำงานตรงนี้ได้ผลดีมาก เนื่องจากปริมาณการจับยาเสพติดวันนี้มีมากกว่า 700 ล้านเม็ด ขณะที่ในปีที่มีการประกาศชนะสงครามยาเสพติด เราจับได้แค่ 70 ล้านเม็ดต่อปี แต่ 700 ล้านเม็ดใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

พ.ต.อ.ทวี เผยด้วยว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด มันเป็นปัญหาของคนทุกหมู่บ้าน ของแม่ ของพ่อ ของครอบครัว สิ่งหนึ่งคือจะทำอย่างไร ทำพลังจิตอาสาร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะยังมีพืชยาเสพติด 2 ตัวที่เราไปยกเลิก คือ กระท่อมและกัญชา เชื่อว่าในอนาคตหลังเปิดสภา จะทำเรื่องการควบคุมกัญชาและกระท่อมให้มากกว่านี้ เพราะตอนนี้มีการใช้กระท่อมและกัญชาในทางที่ผิดในพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้

“สำหรับสารเสพติดประเภทพืช เช่น กัญชาและกระท่อม ที่มีการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายในช่วงที่ผ่านมา พบว่าการนำออกจากบัญชียาเสพติดส่งผลให้จำนวนผู้เสพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการผลิตน้ำกระท่อมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอาหารและยา และในบางพื้นที่ท้องถิ่นได้ร้องขอให้มีมาตรการควบคุมการจำหน่ายกระท่อมริมถนน โดยจะมีการประสานกับกระทรวงคมนาคม เพื่อใช้กฎหมายด้านจราจรและความปลอดภัยมาร่วมควบคุมด้วย” รมว.ยุติธรรม ระบุ.

พ.ต.อ.ทวี เผยอีกว่า ประเทศไทยจัดอยู่ในลำดับที่ 103 ของโลกในด้านความเสี่ยงจากยาเสพติด โดยเฉพาะยาเสพติดบางประเภทที่ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ไอซ์ เคตามีน และเฮโรอีน ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งหน้าสู่ประเทศปลายทางผ่านประเทศไทยในฐานะประเทศทางผ่าน ขณะที่ยาบ้ายังเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศ พร้อมเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญ คือ ต้องควบคุมสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มผู้ผลิตยาเสพติด ซึ่งถือเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยต้องผลักดันให้เป็นวาระความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างจริงจัง

เมื่อถามว่าเหลือเวลาอีกเพียง 2 ปี จะมีการใช้สมุดพกตัดคะแนนผู้ว่าราชการจังหวัดที่ในพื้นที่มีการแพร่ระบาดเรื่องยาเสพติดหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี แจงว่า นอกจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ก็ยังมีผู้กำกับการ นายอำเภอ หมอ ฯลฯ แต่เราก็มีมาตรการในการขับเคลื่อนโดย ป.ป.ส. แต่ต้องไม่ใช่เพียงเท่านี้ ชุมชนต้องลุกขึ้นมาร่วมกันด้วย

พ.ต.อ.ทวี ระบุด้วยว่า นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ รัฐบาลเตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายให้ผู้ที่เคยเสพ หรือติดยาเสพติดแต่ผ่านการบำบัดสามารถประกอบอาชีพได้ โดยเฉพาะอาชีพที่ขาดแคลนแรงงาน เช่น พนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันมีข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับผู้มีประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมได้เสนอแนวทางใหม่ โดยให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมยืนยันว่าผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูแล้ว และเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป เพราะทุกคนมีสิทธิ์ก้าวพลาด โดยเฉพาะการพลาดเรื่องยาเสพติด เราต้องสร้างโอกาสให้เขากลับมามีชีวิตใหม่อย่างมีศักดิ์ศรี

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี ปิดท้ายว่า การป้องกันยาเสพติดให้ดีที่สุด ตือ การลงพื้นที่เดินทางไปป้องกันในครอบครัว เนื่องจากน่าห่วงใยที่พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ได้ประสบพบกับยาเสพติด ดังนั้น สิ่งนี้รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยอย่างยิ่งเรื่องมาตรการชุมชนเข้มแข็ง ตนจึงขอความร่วมมือว่าในส่วนของคนที่ก้าวพลาดไปใช้ยาเสพติด ถึงเวลาแล้วที่เราต้อง Harm Reduction คือ ต้องวิจัยสิ่งทดแทนการใช้ยาเสพติด แม้เป็นเรื่องท้าทายก็ตาม

ขณะที่ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงผลการดำเนินงานประเด็นสำคัญใน 5 มาตรการ ว่า แนวโน้มการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทยลดลง หากดูจากจำนวนคนไทยในปัจจุบัน 64 ล้านคน ซึ่งลดลงทุกปี และเมื่อมีนักวิชาการดำเนินการวิจัย รวบรวมข้อมูล มีการไปสุ่มถามกลุ่มคนที่ใช้ยาเสพติด ว่าในจำนวน 30 วัน มีคนใช้ยาเสพติดกี่ราย และในจำนวน 20-30 วันมีกี่ราย จึงพบว่า ในปี 2567 ผู้ที่ใช้ยาเสพติดใน 30 วัน มีจำนวน 1,201,677 ราย ขณะที่ใช้ใน 20-30 วันของปี 2567 มีจำนวน 330,522 ราย จึงต้องย้ำว่า ยาเสพติดลดลดจริง ๆ เราต้องเชื่อนักวิชาการที่ได้ลงสำรวจทำวิจัย มีการเก็บตัวอย่างอย่างละเอียด จะเห็นว่าสถานการณ์ผู้ติดยาเสพติดในไทยลดลง แต่เรื่องยาบ้าในไทยที่ได้รับความนิยม พบว่า ปี พ.ศ. 62 มีการสำรวจคนอายุระหว่าง 12-65 ปี พบว่า มีการใช้ยาบ้าใน 20-30 วัน จำนวน 91,329 ราย ขณะที่ปี 2567 กระโดดไปถึง 281,159 ราย ก้าวกระโดดอย่างน่ากลัว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยาเสพติดอื่น ๆ ลดลง

“ส่วนของไอซ์ในปี 62 พบคนไทยติดไอซ์ มีการใช้ไอซ์ใน 20-30 วัน จำนวน 60,199 ราย ขณะที่ในปี 67 กลับพบใช้ไอซ์ใน 20-30 วัน จำนวน 10,775 ราย ทั้งนี้ ยาบ้าคือยาเสพติดที่คนไทยใช้มากที่สุด รองลงมาคือเฮโรอีน แม้ปัญหายาเสพติดลดลง แต่ยาบ้าไม่ได้น้อยลง ผู้บริหารต้องคิดให้ชัดเจน” เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุ.

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวด้วยว่า เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว กระท่อมและกัญชาอยู่ในกลุ่มที่ต้องจับกุม แต่รัฐบาลตอนนั้นได้ปลดออกจากยาเสพติด แต่ผลกลับน่าตกใจ เพราะคนติดกระท่อมในปี 62 ในห้วงนั้นที่กระท่อมผิดกฎหมาย พบคนใช้กระท่อมใน 30 วัน จำนวน 300,000 ราย แต่พอปลดล็อกกระท่อมแล้ว ยอดจำนวนกลับพุ่งถึง 2.7 ล้านราย ทุกวันนี้วัยรุ่นใช้กระท่อมผสมยาเแก้ไอ เป็น 4*100 ทำร้ายร่างกายพ่อแม่และคนอื่น เราจะทำอย่างไรให้กระท่อมและกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด เพราะมันทำลายเยาวชน ทั้งนี้ เรากำลังจะหายาทดแทนยาบ้า ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะร่วมกับสมาชิกหายาทดแทนยาบ้า ถ้าทำสำเร็จ เราจะยกระดับว่าเป็นการไม่แก้ปัญหาวนอยู่ในอ่าง

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ปิดท้ายว่า สำหรับผลการยึดทรัพย์สินค้าของนักค้ายาเสพติด จากปฏิบัติการตัดไฟแต่ต้นลม มีดังนี้ ครั้งที่ 1 ยึดได้ 66 ล้านบาท, ครั้งที่ 2 ยึดได้ 101 ล้านบาท, ครั้งที่ 3 ยึดได้ 80 ล้านบาท ดังนั้น รวม 3 ครั้ง เรายึดทรัพย์แล้ว 181 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...