โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.สั่งการ 9 ข้อเน้นย้ำการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้อพยพ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 06.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ก.สาธารณสุข 25 ก.ค. – สธ.ติดตามสถานการณ์ปะทะชายแดน สั่งการ 9 ข้อเน้นย้ำการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้อพยพ โดยมีผู้ได้รับผลกระทบ 44 ราย เสียชีวิต 13 ราย อพยพผู้ป่วยในแล้ว 429 ราย และพลเรือน 83,170 ราย

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา โดยหลังการประชุมได้เปิดเผยว่า ในวันนี้มีหลายเรื่องที่ประชุมกัน หลักๆ เป็นข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เน้นย้ำเรื่องของข้อปฏิบัติทั้งหมด 9 ข้อ ตั้งแต่การตั้งศูนย์, การประเมินสถานการณ์, การวางระบบ, การส่งต่อผู้ป่วย, การเตรียมความพร้อม, การสำรองเวชภัณฑ์, การสำรองเลือด, การประสานงานกับพื้นที่ รวมไปถึงการดูแลเฝ้าระวังโรคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกิดทางกายหรือทางจิตใจ

รายงานผู้ได้รับผลกระทบล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. มีประชาชนได้รับผลกระทบทั้งสิ้นรวม 44 ราย เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บสาหัส 6 ราย บาดเจ็บปานกลาง เคสสีเหลือง 14 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย เคสสีเขียว 11 ราย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ จังหวัดศรีสะเกษ รองลงมาคือ จังหวัดสุรินทร์ และอุบลราชธานี

ส่วนการอพยพเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในที่อยู่ในโรงพยาบาลใกล้เขตชายแดนใกล้พื้นที่เสี่ยง รวมทั้งสิ้น 429 ราย ในจำนวนนี้จังหวัดสุรินทร์มากที่สุด รองมาคือ จังหวัดศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี การอพยพพลเรือน ทั้ง 4 จังหวัด รวม 83,170 ราย ในจำนวนนี้ได้อพยพเข้าไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง 4 จังหวัด รวมแล้วกว่า 58,000 ราย

จากข้อมูลสถานบริการที่ได้รับผลกระทบมี 11 แห่ง ใน 4 จังหวัด ปิดบริการทั้งหมด 7 แห่ง และปิดบางส่วน ให้บริการเฉพาะเคสฉุกเฉิน 4 แห่ง

ส่วนคนไข้ที่มีโรคประจำตัวสามารถใช้สิทธิบัตรทอง รับยาได้อย่างต่อเนื่อง เพราะโดยปกติแล้วจะรับได้แค่ 7 วัน แต่เนื่องในสถานการณ์แบบนี้สามารถขยายเวลาในการรับยาได้.-420-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...