ยูเอ็นห่วง ‘ซีเรีย’ ส่อขาดแคลน ‘ข้าวสาลี’ ถึง 2.7 ล้านตัน กระทบกว่า 16 ล้านชีวิต
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่า นายฮายา อาบู อัสซาฟ ผู้ช่วยผู้แทนองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ในซีเรีย เตือนว่า ผลผลิตข้าวสาลีของประเทศอาจขาดตลาดถึง 2.5-2.7 ล้านตัน ซึ่งจะส่งผลให้ต่อผู้คนราว 16.3 ล้านคน “เสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนอาหาร” ในปีนี้
ก่อนสงครามกลางเมืองปะทุขึ้นเมื่อปี 2554 ซีเรียสามารถผลิตข้าวสาลีได้เองเฉลี่ย 4.1 ล้านตันต่อปี แต่ความขัดแย้งเกือบ 14 ปี ส่งผลให้การผลิตหยุดชะงัก และเศรษฐกิจพังทลาย
เอฟเอโอประมาณการว่า สภาพอากาศที่เลวร้ายส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกข้าวสาลีเกือบ 2.5 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 25,000 ตารางกิโลเมตร ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 75% ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับทุ่งหญ้าสำหรับปศุสัตว์
เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดใหม่ของซีเรียรายงานว่า จะมีการขนส่งข้าวสาลีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด และตามด้วยการนำเข้าจากรัสเซีย นอกจากนั้น อิรักยังได้บริจาคข้าวสาลีมากกว่า 220,000 ตัน ให้แก่ซีเรียด้วย
ในเดือน มิ.ย. นี้ รัฐบาลดามัสกัสกำหนดราคาข้าวสาลีไว้ที่ระหว่าง 290-320 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน (ราว 9,413-10,387 บาท) โดยขึ้นอยู่กับคุณภาพ และโบนัสอีก 130 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,219 บาท)
ด้านรัฐบาลของเขตปกครองตนเองชาวเคิร์ด ซึ่งอยู่ทางเหนือของซีเรีย เสนอราคา 420 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน (ราว 13,633 บาท) และรวมโบนัส 70 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,272 บาท)
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรของซีเรียคาดการณ์ว่า ในปีนี้จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 300,000-350,000 ตัน จากพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาล.
เครดิตภาพ : AFP