โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หุ้นไทยดิ่ง 30% ใน 3 ปี ฉุดน้ำหนักใน MSCI EM ต่ำกว่า 1% ครั้งแรก หล่นสู่เบอร์ 3 กลุ่มตลาดเกิดใหม่อาเซียน รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย

THE STANDARD

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 06.10 น. • thestandard.co
หุ้นไทยดิ่ง 30% ใน 3 ปี ฉุดน้ำหนักใน MSCI EM ต่ำกว่า 1% ครั้งแรก หล่นสู่เบอร์ 3 กลุ่มตลาดเกิดใหม่อาเซียน รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย

ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ดัชนี SET ของตลาดหุ้นไทยร่วงลงมา 30% ถือเป็นตลาดหุ้นหลักที่มีผลงานย่ำแย่ที่สุดในโลก จากดัชนีที่เคยอยู่เกือบ 1,600 จุด ลดลงมาต่ำกว่า 1,100 จุด ต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี นับแต่วิกฤตโควิด

การดิ่งลงอย่างต่อเนื่องของหุ้นไทยส่งผลให้น้ำหนักของหุ้นไทยในดัชนี MSCI Emerging Market (EM) ลดลงมาต่ำกว่า 1% โดย MSCI EM เป็นดัชนีที่รวบรวมหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางในตลาดเกิดใหม่ และเป็นเหมือนดัชนีอ้างอิง (benchmark) ให้กับกองทุนจำนวนมาก

ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า “น้ำหนักหุ้นไทยในตะกร้าดัชนี MSCI EM ลดลงต่ำกว่า 1% เป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์”

สาเหตุหลักเพราะหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่อง สวนทางกับตลาดหุ้นอื่นๆ ใน EM ที่อาจจะปรับขึ้นหรือทรงตัวเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้เราเห็นการปรับน้ำหนัก (rebalance) โดยการลดน้ำหนักหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องในระยะหลัง

“ไม่ใช่แค่ปีนี้ แต่หลายปีที่ผ่านมา หุ้นไทย underperform มาตลอด โดยเฉพาะปีนี้ที่หุ้นไทยติดลบไป 20% ช่วงที่ผ่านมาเมื่อ MSCI ประกาศ rebalance แทบไม่มีหุ้นไทยเข้าใหม่เลย มีแต่จะโดนลดน้ำหนักหรือโดนเอาออก” ณัฐชาตกล่าว

ในช่วงพีคของหุ้นไทย น้ำหนักในดัชนี MSCI EM เคยสูงเกือบ 3% แต่ล่าสุด ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 0.97% หากเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียนที่อยู่ใน MSCI EM ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

จากที่เคยอยู่อันดับ 1 ปัจจุบันหุ้นไทยลดลงมาอยู่อันดับ 3 โดยมาเลเซียมีน้ำหนักมากสุด 1.27% รองลงมาคืออินโดนีเซีย 1.17% ส่วนอันดับ 4 คือ ฟิลิปปินส์ 0.49% ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ไทยยังเป็นอันดับ 1 คือไตรมาส 2/66

ณัฐชาตกล่าวต่อว่า นอกจากดัชนีหุ้นไทยที่ร่วงลงต่อเนื่อง อีกปัญหาหนึ่งของหุ้นไทยคือ การหาหุ้น IPO ขนาดใหญ่เข้ามาในตลาด ซึ่งเป็นเหมือนทางลัดในการเพิ่มมูลค่าตลาด (Market Capitalization) ให้กับหุ้นไทย

“ที่ผ่านมา IPO ขนาดใหญ่หายไป หรือไม่ก็มีแต่บริษัทขนาดเล็ก และเมื่อประเทศอื่นๆ มี IPO ขนาดใหญ่เข้ามา ก็ยิ่งทำให้หุ้นไทยเล็กลงไปอีกโดยเปรียบเทียบ”

สิ่งที่ต้องเร่งทำ คือ หยุดการ underperform ของหุ้นไทยให้ได้ และหา IPO ขนาดใหญ่เข้ามาจดทะเบียน แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ง่าย เพราะตอนนี้หุ้นไทยเหมือนเป็นตลาดที่อิ่มตัว สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจที่เติบโตช้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...