โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไวรัล! คนแห่เอ็นดู แรคคูนตัวน้อย พลัดหลงกับแม่ ขดตัวสั่น ก่อนเจ้าหน้าที่ช่วยทัน

WeR NEWS

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.09 น.

เว็บไซต์ People รายงานว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมสัตว์เมืองเบลเชอร์ทาวน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐฯ เข้าช่วยเหลือลูกแรคคูนตัวน้อยที่พลัดหลงอยู่ลำพังหน้าบ้านหลังหนึ่ง เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาพอากาศเปียกชื้นหลังฝนตกหนัก โดยเจ้าหน้าที่เผยว่าขณะพบตัว สัตว์น้อยมีอาการหนาวสั่น เปียกปอนไปทั้งตัว และมีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

ผู้แจ้งเหตุคือชาวบ้านที่สังเกตเห็นลูกแรคคูนนอนขดตัวอยู่หน้าประตูบ้าน โดยคาดว่าสัตว์ตัวนี้อาจอยู่ตรงนั้นตลอดทั้งคืน หลังจากเห็นสุนัขที่บ้านแสดงอาการผิดปกติ เจ้าหน้าที่ควบคุมสัตว์จึงรุดเข้าตรวจสอบทันที

เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในที่เกิดเหตุเผยว่า “เขาตัวเปียก ฝนชุ่มไปทั้งตัว แล้วก็นอนขดอยู่เหมือนกลัวมาก เห็นแล้วสงสารเลย เขายังเด็กเกินกว่าจะอยู่ตัวคนเดียวได้”

หลังตรวจสอบรอบพื้นที่จนมั่นใจว่าไม่มีแม่แรคคูนอยู่ใกล้ ๆ เจ้าหน้าที่จึงห่อตัวลูกแรคคูนด้วยผ้าห่มอุ่น และรีบประสานงานกับศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่า Leyden Center ที่เมืองเลย์เดน เพื่อรับตัวไปดูแลต่อ ซึ่งขณะนี้ลูกแรคคูนกำลังฟื้นตัวอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

เพจของหน่วยงานควบคุมสัตว์เมืองเบลเชอร์ทาวน์ได้โพสต์ขอบคุณชาวบ้านผู้แจ้งเหตุ พร้อมระบุว่า “ขอบคุณมากกับพลเมืองดีที่พบลูกแรคคูน และช่วยนำส่งศูนย์ฟื้นฟูด้วยตัวเอง เราซาบซึ้งใจมากจริง ๆ”

ต่อมาในวันเดียวกัน หน่วยงานได้รับแจ้งอีกเหตุจากชาวบ้านอีกคนที่พบลูกกราวด์ฮ็อกติดอยู่ในตาข่ายของกรงซ้อมเบสบอล เจ้าหน้าที่พบตาข่ายพลาสติกรัดแน่นรอบคอสัตว์จนหายใจลำบาก ต้องใช้กรรไกรตัดเส้นตาข่ายออกกว่า 30 เส้นจึงสามารถช่วยชีวิตได้ทัน

ทั้งลูกแรคคูนและลูกกราวด์ฮ็อกถูกส่งต่อไปยังศูนย์ Leyden Center เพื่อรับการดูแลฟื้นฟูให้แข็งแรงพอก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้ง ซึ่งภาพของทั้งสองตัวกลายเป็นไวรัลที่คนแห่เอ็นดูเป็นอย่างมาก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...