โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฤษฎีกา ชี้ ปค. ไร้อำนาจ เอาผิดต่อเนื่อง ผู้ถือใบอนุญาตมี-ใช้ปืน ไม่แจ้งย้ายอาวุธฯออกนอกพื้นที่ ที่มีโทษปรับ แค่ครั้งละ 1 พันบาท

Manager Online

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 11.12 น. • MGR Online

กฤษฎีกา ชี้ ปค. ไร้อำนาจ เอาผิดอย่างต่อเนื่อง ผู้ถือใบอนุญาตมี-ใช้อาวุธปืน หลังพบ จนท.รัฐ -บุคคลทั่วไป ไม่แจ้งย้ายอาวุธปืนออกนอกพื้นที่แก่นายทะเบียน ที่มีโทษปรับ แค่ครั้งละ 1 พันบาท แถมไม่ยอมไปแจ้งอยู่เรื่อย ย้ำการนับอายุความผิด ให้เริ่มนับอายุความตั้งแต่วันกระทําความผิดเท่านั้น เผย "นายทะเบียน" จะรู้ว่ากระทำความผิด ก็ต่อเมื่อเจ้าของปืน ไปยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตเท่านั้น

วันนี้ (10 มิ.ย. 2568) มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 11 (ด้านศาล และกระบวนการยุติธรรม) มีความเห็นในเรื่องเสร็จที่ 644/2568

ว่าด้วยการนับอายุความสําหรับความผิดฐานไม่แจ้งย้ายถิ่นที่อยู่แก่นายทะเบียน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490

โดย กรมการปกครอง มีหนังสือ ถึงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังจากพบปัญหาการกระทําความผิด ทางพินัยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ

"กรณี ความผิดฐานไม่แจ้งย้ายถิ่นที่อยู่แก่นายทะเบียน ตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เป็นความผิดต่อเนื่องหรือไม่ และจะเริ่มนับอายุความ เมื่อใด"

ซึ่งเป็นกฎหมายตามบัญชี 1 ท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 โดยมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ บัญญัติว่า

“ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้มี และใช้อาวุธปืน คนใดย้ายถิ่นที่อยู่ ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันย้าย และถ้าย้ายไปอยู่ต่างท้องที่ ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ใหม่ให้ทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ย้ายไปถึงอีกด้วย”

ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวไม่แจ้งย้ายภายในเวลาที่กฎหมายกําหนดต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

ในการบังคับใช้กฎหมาย กรมการปกครองเห็นว่า หากการกระทําความผิดดังกล่าว เป็นความผิดต่อเนื่อง ตราบใดที่ผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนไม่แจ้งย้าย ก็ยังเป็นความผิดอยู่เรื่อยไปจนกว่าจะดําเนินการแจ้งย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่

เทียบเคียงบันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการไม่ยื่นขอมีบัตรประจําตัวประชาชน เรื่องเสร็จที่ 1207/2558

"อายุความจะยังไม่เริ่มนับจนกว่าจะได้แจ้งย้ายต่อนายทะเบียนท้องที่ แต่หากการกระทําความผิด ดังกล่าวเป็นความผิดสําเร็จ ตั้งแต่วันถัดจากวันครบกําหนดระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด อายุความจะเริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกําหนดระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด"

ประเด็นนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 11 เห็นว่า มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ บัญญัติให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน คนใดย้ายถิ่นที่อยู่ ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันย้าย

และถ้าย้ายไปอยู่ต่างท้องที่ ให้แจ้งการย้ายแก่นายทะเบียนท้องที่ใหม่ ให้ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ย้ายไปถึง อีกด้วย หากฝ่าฝืน บุคคลนั้นต้องชําระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาทตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน

บทบัญญัติดังกล่าวกําหนดความผิดฐานไม่แจ้งย้ายถิ่นที่อยู่ แก่นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด เมื่อพ้นระยะเวลาที่ต้องแจ้งการย้ายถิ่นที่อยู่ต่อนายทะเบียนแล้ว ผู้ได้รับใบอนุญาตไม่แจ้งย้ายต่อนายทะเบียน

"ความผิดก็เริ่ม ตั้งแต่วันนั้น ไม่ใช่ความผิดต่อเนื่อง และต้องเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันกระทําความผิด โดยนับในวัน ถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลาสิบห้าวันที่กําหนดไว้"

ทั้งนี้ ตามนัยความเห็นของคณะกรรมการ กฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 2) ที่ได้เคยให้ความเห็นไว้ในเรื่องเสร็จที่ 43/2536

เมื่อมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 บัญญัติ ให้ในคดีความผิดทางพินัย ถ้ามิได้มีคําสั่งปรับเป็นพินัยหรือฟ้องภายในกําหนดสองปีนับแต่วันกระทํา ความผิด เป็นอันขาดอายุความ

เว้นแต่กฎหมายซึ่งบัญญัติความผิดทางพินัยจะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น ความผิดตามมาตรา 626 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จึงมีอายุความสองปีนับแต่วันถัดจาก วันสุดท้ายของระยะเวลาสิบห้าวันที่กําหนดไว้

อนึ่ง การแจ้งย้ายอาวุธปืนมีความเชื่อมโยงกับการย้ายถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายว่าด้วย การทะเบียนราษฎร และความผิดฐานไม่แจ้งย้ายถิ่นที่อยู่แก่นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ

เป็นความผิดที่นายทะเบียนจะพบเห็นได้เมื่อผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนมาแจ้งย้ายต่อนายทะเบียนเท่านั้น ซึ่งอาจจะขาดอายุความในการดําเนินคดีปรับเป็นพินัยแล้ว

กฤษฎีกาชุดนี้ มีข้อสังเกตว่า หากกรมการปกครอง เชื่อมโยงฐานข้อมูล ทะเบียนประวัติราษฎรเข้ากับฐานข้อมูลทะเบียนอาวุธปืน เพื่อให้นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ

สามารถตรวจสอบถิ่นที่อยู่ของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันเสมอ ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมอาวุธปืน และยังผลให้เกิดความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยแก่ประชาชนด้วย.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...