โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ส่อง Fattah-1 ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิคของอิหร่าน เอาชนะระบบป้องกันภายทางอากาศ Iron Dome

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 17.27 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น.
ภาพไฮไลต์

การวิเคราะห์ว่า เหตุใด ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Fattah-1 ที่อิหร่านผลิต จึงมีความโดดเด่นเมื่อถูกใช้งาน การป้องกันภัยจากการรุกรานของฝั่งตะวันตก ทำให้เกิดพัฒนาการที่รุดหน้าและเข้ามาเปลี่ยนแปลงคลังอาวุธของกองทัพอิหร่านให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิม ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในภูมิทัศน์ระบบป้องกันตัวเอง

Fattah-1 เปิดตัวโดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เมื่อเดือนมิถุนายน 2023 เป็นขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นแรกของอิหร่าน และเข้าประจำการในฐานะอาวุธปล่อยระยะไกล มีประสิทธิภาพในเรื่องความเร็ว ความแม่นยำ ความคล่องตัวของฐานยิง รวมถึงความสามารถในการหลบเลี่ยงระบบป้องกันขีปนาวุธที่ล้ำหน้าที่สุดของอิสราเอล เช่น Iron Dome และ Arrow การระดมยิงขีปนาวุธเข้าใส่ดินแดนอิสราเอล ซึ่งหนึ่งในจำนวนอาวุธปล่อยที่ถูกยิงออกจากฐานยิง เป็นจรวดไฮเปอร์โซนิค Fattah-1 ซึ่งพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมายของอิสราเอลอย่างรุนแรง ภาพความเสียหายของอาคารขนาดใหญ่ในเทลอาวีฟ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของขีปนาวุธดังกล่าว มีรายงานว่าขีปนาวุธหลายลูกสามารถเจาะทะลุเครือข่ายการป้องกันของอิสราเอลได้ ด้วยความเร็วก่อนกระทบเป้าที่ 13 มัค หรือ 15,926 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นการหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศหลายชั้นที่คอยปกป้องประเทศอิสราเอลมาโดยตลอดด้วยความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิค

ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Fattah-1 เป็นการพัฒนาศักยภาพทางทหารของอิหร่านครั้งสำคัญ ผสานความเร็ว ความคล่องตัว พิสัยการโจมตีระยะไกล เพื่อท้าทายระบบป้องกันขีปนาวุธ Fattah-1 ออกแบบโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ใช้ ความเร็วเหนือเสียง โดยมีความเร็วระหว่างมัค 5 ถึงมัค 15 หรือประมาณ 6,180 กม./ชม ไปจนถึง 18,540 กม./ชม. มีพิสัยการโจมตีประมาณ 1,400 กิโลเมตร แตกต่างจากขีปนาวุธแบบขีปนาวุธข้ามทวีปทั่วไปที่เคลื่อนที่ตามเส้นโค้งของโลกที่ระบบตรวจจับสามารถคาดเดาทิศทางได้ จรวด Fattah-1 สามารถปรับเส้นทางการบินได้อย่างฉับพลัน ซึ่งหมายความว่ามันสามารถร่อนและเปลี่ยนวิถีการบินภายในชั้นบรรยากาศ ทำให้ระบบป้องกันขีปนาวุธ เช่น Iron Dome และ Arrow ของอิสราเอล สกัดกั้นได้ยาก

ระบบขับเคลื่อนของขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Fattah-1 ใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิงแข็ง ช่วยให้เร่งความเร็วได้อย่างฉับพลัน ทำความเร็วสูงตั้งแต่เริ่มการปล่อย เครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็ง ช่วยให้ขีปนาวุธมีความเร็วเหนือเสียงมากขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในอากาศ หลบเลี่ยงการสกัดกั้นเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อบ่งชี้ว่า Fattah-1 ใช้มอเตอร์แบบ 2 ชั้น เพื่อให้เกิดความเร็วเป็นระยะๆ ในช่วงการบินเข้าสู่ดินแดนศัตรู ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งเส้นทางการบินและความเร็ว ทำให้การสกัดกั้นมีความซับซ้อนมากขึ้น ความคล่องตัว เมื่อรวมกับความเร็วเหนือเสียง ทำให้ Fattah-1 เป็นภัยคุกคามที่น่ากลัว สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูงที่ไม่สามารถทำลายขณะที่พุ่งข้ามขอบฟ้าได้

อิหร่านยังไม่ได้เปิดเผยความจุสูงสุดของหัวรบนิวเคลียร์ใน Fattah-1 แต่การออกแบบแสดงให้เห็นถึงความอเนกประสงค์ ทำให้สามารถเพิ่มน้ำหนักบรรทุกได้หลากหลาย ซึ่งรวมถึงหัวรบนิวเคลียร์แบบธรรมดา หรืออาจบรรจุอาวุธนิวเคลียร์ หากอิหร่านเลือกที่จะพัฒนาขีดความสามารถนี้ การประเมินอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า หัวรบนิวเคลียร์มีน้ำหนักระหว่าง 350 ถึง 450 กิโลกรัม ความยืดหยุ่น ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางยุทธศาสตร์ของขีปนาวุธ เหมาะสำหรับการโจมตีทั้งเป้าหมายทางทหารและเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอิสราเอล แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ศักยภาพในการบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ของ Fattah-1 บ่งชี้ว่าอิหร่านกำลังมุ่งเน้นที่จะเพิ่มระดับภัยคุกคามทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค

ระบบนำวิถีของ Fattah-1 ใช้ความสามารถในการปรับเปลี่ยนเส้นทางของขีปนาวุธเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ บ่งชี้ถึงเทคโนโลยีนำวิถีที่ซับซ้อน ช่วบ กำหนดเป้าหมายของการโจมตีได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นสำหรับการโจมตีเป้าหมายที่มีความสำคัญได้อย่างแม่นยำ การผสมผสานระหว่างความคล่องตัวความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อนเชื้อเพลิงแข็ง และระบบนำวิถีขั้นสูง ทำให้ Fattah-1 เป็นความท้าทายอย่างยิ่งต่อระบบป้องกันที่จะตอบโต้กลับ

สำหรับกองกำลังติดอาวุธของอิสราเอล ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Fattah-1 ของอิหร่านถือเป็นความท้าทายทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เนื่องจากความเร็ว ความคล่องตัว และความสามารถในการเจาะทะลวง ความเร็วของขีปนาวุธ Fattah-1 ทำให้เวลาในการตอบสนองของกองทัพอิสราเอลในการเข้าสกัดกั้นลดลงเหลือเพียงไม่กี่วินาที ความเร็วเหนือเสียงระหว่าง 6000 -10000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถเปลี่ยนวิถีการบินได้ ทำให้ยากต่อการตรวจจับและติดตาม เนื่องจากระบบป้องกันบอลลิสติกแบบดั้งเดิม เช่น Iron Dome และ Arrow ได้รับการปรับให้เหมาะสมเพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธที่เคลื่อนที่ตามเส้นทางที่คาดเดา Fattah-1 แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเป้าหมายระยะไกลเกิน 1300 กิโลเมตร เป็น เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในพื้นที่ลึกของอิสราเอล

การสกัดกั้นขีปนาวุธ Fattah-1 หรือภัยคุกคามความเร็วเหนือเสียงอื่นๆ ที่คล้ายกันนั้น อิสราเอลจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงเทคโนโลยีและหามาตรการตอบโต้ทางเลือก ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการตรวจจับ ติดตาม และสกัดกั้นที่สามารถตอบสนองด้วยความเร็วสูงมาก อิสราเอลสามารถเร่งการวิจัยอาวุธพลังงานกำกับทิศทางซึ่งให้การโจมตีที่รวดเร็วซึ่งจำเป็นสำหรับภัยคุกคามความเร็วสูง หรือสำรวจเครื่องดักจับจลนศาสตร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเป้าหมายการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียง นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของอิสราเอลอาจต้องพิจารณาใช้ระบบเรดาร์ขั้นสูงที่มีความสามารถในการผสานรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อตรวจจับและดักจับขีปนาวุธเหล่านี้ในระยะการบินที่แตกต่างกัน ความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้นกับพันธมิตร เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ลงทุนอย่างหนักในโซลูชันการป้องกันความเร็วเหนือเสียง อาจช่วยให้อิสราเอลเข้าถึงมาตรการตอบโต้ใหม่ๆ ที่เหมาะสมในการดักจับขีปนาวุธที่มีวิถีการบินที่คาดเดาไม่ได้

ในขณะที่ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงกลายมาเป็นภัยคุกคามที่สร้างความเสียหาย กลยุทธ์การป้องกันขีปนาวุธแบบหลายชั้นของอิสราเอลจะต้องพัฒนาขึ้น โดยนำระบบตรวจจับและสกัดกั้นใหม่ๆ ที่สามารถติดตามและทำให้เป้าหมายที่มีความเร็วเหนือเสียงเป็นกลางได้ เพื่อตอบโต้ความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นของระบบต่างๆ เช่น Fattah-1 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อง Fattah-1 ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิคของอิหร่าน เอาชนะระบบป้องกันภายทางอากาศ Iron Dome

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...