โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นโลกผันผวนหนัก! สงครามอิสราเอล-อิหร่านฉุดดัชนี ดาวโจนส์ทรุด 769 จุด แนะจับตา FED-น้ำมัน-หุ้น PTTEP

สยามรัฐ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.14 น.

Pi Daily ผลกระทบจากการหายไปของนักท่องเที่ยวเริ่มส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนอย่างมีนัยยะ ต่างประเทศเผชิญกับแรงกดดันในตะวันออกกลาง (เช้านี้น้ำมัน BRT +1.5%) อาจเลือก Trading PTTEP สัปดาห์นี้รอติดตามประชุม FED คาดคงดอกเบี้ย

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 บล.พายเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 769 จุด (-1.8%) กังวลกับความไม่สงบในตะวันออกกลางหลังจากเกิดการโจมตีกันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 7% จากความกังวลอุปทานจะหายไปเพราะสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ

วันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ระดับ 60.5 มากกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 53.5 นับเป็นการขยายตัวครั้งแรกรอบ 6 เดือน ถ้อยแถลงภายในระบุว่าผู้บริโภครู้สึกว่าแรงกดดันจากภาษีนำเข้าอาจมิได้สูงมากนัก และก็เริ่มปรับตัวได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคก็ยังรับรู้ถึงความเสี่ยงด้านลบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจ สำหรับคาดการณ์เงินเฟ้อในปีหน้าพบว่าอยู่ที่ 5.1% ลดลงจาก 6.6% ในเดือนที่แล้ว แม้จะลดลงบ้างเมื่อเทียบกับเดือนก่อนแต่ก็ยังเป็นระดับที่สูงเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าตัวเลขเศรษฐกิจข้างต้นอาจมีผลจำกัดต่อการลงทุน เพราะนักลงทุนกำลังให้น้ำหนักกับสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ข้อมูลล่าสุดพบว่าอิสราเอลโจมตีบุคคลสำคัญของอิหร่านประกอบไปด้วยนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานเกี่ยวกับนิวเคลียร์ รวมไปถึงทหาร ในขณะเดียวกันอิหร่านก็ได้ตอบโต้ด้วยการยิงจรวดกลับไปยังอิสราเอล ผู้นำอิสราเอลอย่าง Netanyahu ประกาศพร้อมจะตอบโต้กลับ

ปัจจัยข้างต้นสร้างแรงกดดันต่อการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลก แต่จะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบรวมถึงกลุ่มน้ำมันในตลาดหุ้นไทย (PTTEP) สัปดาห์นี้นอกเหนือจากปัจจัยสงครามแล้วนักลงทุนจะให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจประกอบไปด้วยการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่จะทราบผลทางการในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี CME FED Watch ประเมินว่าที่ประชุมจะคงดอกเบี้ยระดับเดิมด้วยน้ำหนักราว 99.6% ด้วยเงินเฟ้อสหรัฐฯที่อาจยังไม่ชัดเจนจากระดับราคาสินค้านำเข้าประกอบกับราคาน้ำมันเริ่มปรับขึ้นมาทำให้แรงกดดันเงินเฟ้ออาจเร่งขึ้นช่วงถัดไป ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯก็ดูจะยังมิได้ชะลอตัวแรง จึงเห็นทิศทางเดียวกับ CME FED Watch ว่าที่ประชุม FED น่าจะคงดอกเบี้ยระดับเดิม แต่อย่างไรก็ตามแนะติดตามถ้อยแถลงและมุมมองดอกเบี้ยช่วงถัดไปของ FED เชื่อว่าจะมีผลมากกว่าดอกเบี้ยในประชุมครั้งนี้

สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1100 – 1140 ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังไม่เร่งร้อนเพิ่มพอร์ตการลงทุน ปัจจัยพื้นฐานไทยยังไม่แข็งแกร่งและเริ่มมีปัจจัยกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงและเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ เพราะคู่ค้าหลักของ AOT อย่าง King Power เริ่มส่งสัญญาณขอเจรจาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่ AOT ได้รับจาก King Power (เสี่ยงที่ผลประกอบการ AOT จะมี Downside) จากนี้รอดูติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่เสี่ยง Downside เช่นกันแต่อย่างไรก็ตามระยะสั้นอาจเลือก Trading ในกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) โรงกลั่น (BCP TOP) กลุ่ม Defensive (BDMS) นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA)

BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)
คาดการณ์รายได้ปี 2025 ที่เติบโตในอัตราลดลง (-2%) โดยใน 1Q25 ประกาศกำไรสุทธิที่ 4.3 พันล้านบาท (+7% YoY) ทรงตัวจากไตรมาสก่อน หนุนจาก 1) รายได้รับรู้จากโรงพยบาลและเตียงผู้ป่วยใหม่ และ 2) การเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มตะวันออกกลาง (+22% YoY) และ CLMV (+11% YoY) ขณะที่ใน 2Q25 เรามองว่าผลประกอบการจะเติบโต YoY

AMATA (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.50 บาท)
ผลประกอบการในปี 25 ของ AMATA ยังมีโอกาสเติบโตจากปีก่อนได้ จากผลดีของ Backlog ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้เรายังงคงกำไรทั้งปีที่ระดับ 2,975 ล้านบาท (+20%YoY) ไว้เท่าเดิมก่อน อย่างไรก็ตามด้วยความไม่แน่นอนของสงครามการค้าที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจชะลอการโอนที่ดินไป ซึ่งจะทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าที่คาดไว้ สำหรับคำแนะนำการลงทุน ระยะสั้นเรามองว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลงเพราะกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าไปมากแล้ว

#อิสราเอลโจมตี #ตลาดหุ้น #ข่าววันนี้ #อิหร่าน #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...