โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

How to success “ผัดไทย ประตูผี” ในมือ รุ่น 3 “ศีขรเชษฐ์ ใบสมุทร”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 10.41 น.

“ศีขรเชษฐ์ ใบสมุทร” รุ่น 3 “ผัดไทย ประตูผี” ความสำเร็จที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น ไม่ต้องเป็นราชสีห์ก็ได้ เป็นแค่เต่าก็พอเดินช้าแต่มั่นคั่งและไม่เคยเดินถอยหลัง หยุดขยายร้านขอสร้างตัวตนในอุตสาหกรรมอาหาร แตกแบรนด์ลูก “แบรนด์ไทย” ส่งสตรีทฟู้ด Ready meal, Ready to Eat, Ready to Cook ปูทางส่งออกตีตลาดโลก พร้อมสร้างลายเซ็นของรุ่น 3 “ผัดไทซูเปอร์”

“ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี” คือชื่อที่คุ้นหู คุ้นตาคนไทยเป็นอย่างดี สะท้อนผ่านจำนวนคิวหน้าร้านที่แน่นทุกวัน แถมยังเป็นที่รู้จักและโด่งดังในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักชิมที่หลั่งใหลเข้ามาพิสูจน์ความอร่อยกว่า 86 ปี

ปัจจุบันส่งต่อ DNA ความอร่อยมาถึงมือรุ่น 3 ภายใต้การบริหารของ ดร.ศีขรเชษฐ์ ใบสมุทร, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือทิพย์สมัย กรุ๊ป และ บริษัท สยาม รอยัล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเล่าย้อนที่มาของ “ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี” ว่า 86 ปีที่แล้วรุ่นแรกหรือ “คุณยาย” พายเรือขายก๋วยเตี๋ยวผัดในคลองภาษีเจริญ ก่อนส่งต่อมาถึงรุ่นคุณแม่ “สมัย” ที่เริ่มนำก๋วยเตี๋ยวผัดเข้ามาขายที่พระนครบริเวณ “แยกสำราญราษฎร์” จนคนละแวกนั้นติดใจในฝีมือและเรียกปากต่อปากว่าจาก“ก๋วยเตี๋ยวผัด” เป็น “ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย” จนเหลือแค่ “ผัดไทย” และสุดท้ายเรียกติดปากว่า “ผัดไทยประตูผี”

ประกอบกับในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพล ป. พิบูลสงคราม หรือจอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นรณรงค์ให้คนไทยกินของไทย ใช้ของไทย และมีโอกาสได้แวะเวียนมาชิมและยกให้ “ผัดไทยประตูผี” เป็นผัดไทยที่แท้จริง ทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีการขยายธุรกิจลงทุนเช่าร้านเปิดร้านจริงจัง ซึ่งคุณพ่อ “โชติ ใบสมุทร” ได้ตั้งชื่อร้านว่า “ทิพย์สมัย” โดยนำชื่อคุณแม่ “สมัย” มารวมกับคำว่า “ทิพย์” ซึ่งแปลว่าไม่มีวันตายหรือนิรันดร์กาล” และปัจจุบันตกทอดมาสู่รุ่น 3 ตั้งแต่ 1 มกรา 2555 ที่ผ่านมา

“ในเจเนอเรชันของเรา เราพยายามทำให้ผัดไทยทุกเมนูตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัย ทุกกลุ่ม รวมถึงขยายผลิตภัณฑ์ใหม่โดยลงทุนสร้างโรงงาน “สยามรอยัล อินเตอร์เนชั่นนัล” ขึ้นมา เพราะในช่วงที่เข้ามาดูที่ร้าน เราพบว่าในรุ่นคุณแม่ ก๋วยเตี๋ยวผัดรสชาติไม่คงที่ขึ้นอยู่กับคนผัดที่ใช้ความเคยชินในการตักวัตถุดิบ-เครื่องปรุง ไม่มีการชั่งตวงและเทคนิคการผัดของพ่อครัวแต่ละคน ตอนนั้นเราเริ่มคิดว่าควรมีซอสผัดไทยขึ้นมา โดยใช้เวลาคิดค้นพัฒนาสูตรกว่า 12 ปี และขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ กลุ่มกึ่งสำเร็จรูปและชุดพร้อมปรุงรวมทั้งน้ำจิ้มต่าง ๆ ด้วย”

ปัจจุบัน“ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี” มี 5 สาขา คือสาขาประตูผี, ไอคอนสยาม, คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, สยามพารากอน และพุทธมณฑล สาย 4 พร้อมกับส่งบางผลิตภัณฑ์เช่นน้ำซอสผัดไทย และน้ำจิ้มต่างไปขึ้นเชลฟ์ซูเปอร์มาร์เก็ตและนำร่องส่งออกไปต่างประเทศแล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น “ศีขรเชษฐ์” ยังส่ง ผัดไทยประตูผี ขึ้นไปเสิร์ฟบนการบินไทยเส้นทาง เอเชีย ยุโรปและออสเตรเลียเป็นเวลา 3 เดือนคือ พฤษภาคม กรกฏาคมและกันยายน ซึ่งผู้บริหารบอกว่า ฟีดแบ็กจากผู้โดยสาร ลูกเรือ ผู้บริหารต่างๆนั้น “ดีมาก”

หยิบเมนูพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคยแตกแบรนด์ลูก “แบรนด์ไทย”

และในงาน THAIFEX 2025 ที่ผ่านมา ทายาทรุ่น 3 ยังจัดเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ลูก “แบรนด์ไทย” ด้วย 27 เมนู ครอบคลุมกลุ่ม Ready Meal, Ready to Eat และ Ready to Cook

“แรงบันดาลใจเกิดจาก ร้านอาหารสตรีทฟู้ดของรุ่น อากง อาม่า หรืออาหารตามสั่งทุกวันนี้น้อยลงไปเรื่อย ๆ เราเล็งว่าถ้าอาหารพวกนี้หายไปจะทำให้ความผูกพันธ์ที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นวัฒนธรรมของประเทศไทยลดลงไปด้วย อีกส่วนหนึ่งคือเราต้องการทำสิ่งเหล่านี้เพื่อช่วยผู้ประสบภัยในกรณีที่เกิดอุทกภัย วาตภัยต่างๆ อาหารเหล่านี้สามารถนำไปช่วยทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ประสบภัยได้ด้วย

เราจึงคิดว่า “แบรนด์ไทย” นี่แหละเป็นชื่อที่ดีและอยู่คู่คนไทยตลอดไป คอนเซ็ปต์คือต้องเป็นอาหารพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคยมาก ๆ และกินได้ง่าย ๆ ราคาถูกกว่าทิพย์สมัย จับต้องได้เริ่มต้น 60 บาทตอนนี้มี 27 เมนู เช่น ผัดขี้เมา ข้าวผัด ยำต่างๆแม้แต่ข้าวกระเพราต่าง ๆ รวมถึงของหวาน เช่น ข้าวเหนียวมูล ข้าวเหนียวมะม่วง,ทุเรียน,สังขยา เป็นต้น

หลังจากเปิดตัวในงาน THAIFEX 2025 จะเริ่มวางขายในร้าน “ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี” ทุกสาขา หลังจากนั้นจะเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตและหวังว่าอนาคตจะสามารถส่งออกได้ด้วย”

จากไลน์ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผู้บริหารได้จัดพอร์ตธุรกิจใน 2 ส่วนหลักคือ

  • แบรนด์ “ทิพย์สมัย” จะใช้กับทุกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผัดไทยในทุกรูปแบบทั้ง ผัดไทยสด กึ่งสำเร็จรูปซอสผัดไทย ผัดไทยแช่แข็ง เซตผัดไทยพร้อมปรุง
  • แบรนด์ “แบรนด์ไทย” จะใช้กับทุกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ผัดไทย ครอบคลุมทั้งกลุ่ม ครอบคลุมกลุ่ม Ready Meal, Ready to Eat และ Ready to Cook ซอสซีซันนิ่ง เช่น น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มสุกี้ น้ำปลาหวาน และในอนาคตขยายกลุ่มอาหารกลุ่มอาหาร Chilled

“เราเริ่มจากธุรกิจร้านอาหาร ปัจจุบันมี 5 สาขาทุกห้างที่ขายเราเป็น Top Sale 1 ใน 3 มาตลอด ซึ่งเราไม่คิดที่จะขยายต่อแต่จะขยายในภาคอุตสาหกรรมมากกว่า เพราะลูกค้าที่เจอที่หน้าร้านเป็นลูกค้าต่างชาติค่อนข้างเยอะและมองหาอาหารไทยแท้

เราจึงชู “ไทยเทสต์” รสชาติไทยแท้ ตอนนี้เริ่มมีต่างชาติติดต่อเข้ามาอยากนำไปขายที่ต่างประเทศ ซึ่งเรายังไม่พร้อมซะทีเดียว จึงเริ่มส่งออกไปยังประเทศที่ชอบทานเส้นเช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ส่วน จีน เราอยากส่งออกผัดไทยแบบแช่แข็งไปก่อนเพื่อให้คนทานได้รับรสชาติก่อนที่จะนำไปปรุงแล้วรสชาติผิดเพี้ยน”

+ไมล์สโตนใหม่เปลี่ยนผัดไทยสูตร “กับแกล้ม” เป็น “ผัดไทยอGen 3”

สำหรับหมุดหมายต่อไปที่ “ศีขรเชษฐ์” หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องทำให้สำเร็จคือสร้างลายเซ็นต์ของตัวเองด้วย ผัดไทยที่เป็นสูตรของ Gen 3 จริง ๆ

“ผัดไทยุคคุณยายใช้น้ำมะขาม ไข่เป็ดไล่ทุ่งเป็นตัวชูโรง ยุคคุณแม่ใช้น้ำตาลปี๊บ น้ำส้มสายชูรสชาติหวานนำและใช้มันกุ้งในการสร้างรสชาติของ Gen 2 และสิ่งที่ผมกำลังจะทำคือผัดไทยที่ใช้มะนาวให้ความรู้สึกปรี้ยวหวาน หอมมะนาว เป็นผัดไทยที่เป็นเจเนอเรชันของเราเอง

เพราะเรารู้สึกละอายตัวเอง รุ่นคุณแม่ซิกเนเจอร์เป็นผัดไทยมันกุ้ง คุณยายเป็นสยามรอยัล แต่ยุคของเราเหมือนเกาะเขากิน เราอยากทำผัดไทยสูตรของเราขึ้นมาเพื่อให้ถูกจริตของคนที่กินรสชาติเปรี้ยว หอมมะนาว วัตถุดิบแต่ละตัวเราคัดพิเศษจากแหล่งธรรมชาติดี ๆ ใจเราอยากทำให้อาหารเป็นยาด้วยซ้ำแต่ตอนนี้ความรู้ยังไม่มีพอ

ตอนนี้เราตั้งชื่อเล่นรอไว้ว่า“ผัดไทยซูเปอร์” มาจากตอนวัยรุ่นเพื่อน ๆ มานั่งรอดื่ม ใช้ผัดไทยมาปรุงรสเป็นผัดไทยรสจัดเป็นกับแกล้ม ทุกคนจะเรียกชื่อเล่น ๆ ว่า “ผัดไทยซูเปอร์” จนถึงวันนี้เพื่อนที่มาก็ยังสั่งผัดไทยซูเปอร์ พนักงานก็จะรู้กันว่าจะต้องปรุงยังไง เราอยากทำสิ่งที่เราชอบกินให้คนไทยได้ทานด้วย

สุดท้าย “ศีขรเชษฐ์” ยังแชร์เคล็ดลับความสำเร็จที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ว่า “คุณแม่สอนว่าชีวิตเราไม่ต้องเป็นราชสีห์แต่เราเป็นเต่าก็พอ เดินช้าๆแต่มั่นคงและเต่าไม่เคยเดินถอยหลัง ดังนั้นเราต้องเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆแต่มั่นคง ทำอะไรก็แล้วแต่ให้คิดถึงใจเขาใจเรา ดูแลลูกค้าให้ดีเหมือนญาติเราและปลูกฝังพนักงานให้ดูแลลูกค้าดุจญาติ ยิ้มและให้บริการจากใจจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...