โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ผสมพันธุ์! พรรคส้ม หนุน ‘กวีเสื้อแดง เพื่อไทย’ นิรโทษกรรมรวมคดี 112

ไทยโพสต์

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 19.10 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 12.06 น.

"รอมฎอน" สส.พรรคประชาชน หนุน "อดิศร เพียงเกษ" นิรโทษกรรมล้างผิดคดี 112 เป็นถนนที่เปิดกว้าง ช่วยคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง ปลดทุ่นระเบิด เพื่อปลดปล่อยประชาชนออกจากการคุมขัง กอดคอกันเดินไปข้างหน้าในฐานะเพื่อนร่วมชาติ

9 กรกฎาคม 2568 - เวลา 15.32 น. นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายสนับสนุนนิรโทษกรรมรวมคดีมาตรา 112 ว่า แม้ตนเองจะเป็นมุสลิม แต่ก็เห็นด้วยกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ที่เป็นการทำบุญทางการเมืองตามที่นายอดิศร เพียงเกษ สส. เพื่อไทย ได้อภิปรายไว้ ถนนที่เปิดกว้าง ต้องกว้างที่สุด เราถึงจะสามารถคลี่คลายความตึงเครียด และความขัดแย้งได้ นี่คือโอกาสที่คนในรุ่นตนเอง และหลังจากตนเอง จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ และบทเรียนของพวกเรา ผ่านประสบการณ์ทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมือง และความพยายามในการแสวงหากลไกการออกแบบสถาบันต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสังคมไทย เพื่อที่จะโอบกอด โอบรับความแตกต่างเหล่านั้น และกอดคอกันเดินก้าวไปข้างหน้าร่วมกันในฐานะเพื่อนร่วมชาติ

นายรอมฎอน กล่าวอีกว่า นี่คือโอกาสของพวกเราที่จะให้ความหมายที่เป็นจริงในความหมายของคำว่าเพื่อนร่วมชาติ คนที่ใช้ชีวิต มีความฝันความเจ็บปวด แต่อยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่างหลากหลายนี่คือสมาชิกที่อยู่ในองค์กรทางการเมือง หรือชุมชนทางการเมืองที่เรียกว่า ชาติ นี่คือโอกาสที่จะขยับความหมายให้ครอบคลุมชีวิตของผู้คน ถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากกว่า 20 ปีที่เปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนรุ่นกัน บางคนนึกไม่ออกว่าความขัดแย้งทางการเมืองในสมัยนั้นเป็นอย่างไร แต่ยังต้องแบกรับความขัดแย้งทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน นี่คือโอกาสที่เราพยายามเสนอเครื่องมือคลี่คลายความขัดแย้งคือการนิรโทษกรรม

นายรอมฎอน ระบุว่า เราถกเถียงกันในเวลานี้ว่าเราจะมีหนทาง และมีถนนที่กว้างแค่ไหน ตนเองเข้าใจดีถึงความกังวลของเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่เห็นว่าหากครอบคลุมบางประเด็นกฏหมาย หรือฐานความผิด เช่น ฐานความผิดในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่อาจสร้างปัญหาใหม่ก่อให้เกิดความแตกแยกใหม่เป็นทุ่นระเบิดที่ทำให้ความขัดแย้งไม่จบสักที

นายรอมฎอน กล่าวว่า ตนเองอยากบอกว่าถ้าเรามองกฎหมายนี้ได้ว่านิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือ เป็นกลไกที่สังคมสร้างขึ้นมาแคบเกินไป ตัวมันเองก็อาจเป็นทุ่นระเบิดเช่นเดียวกัน หากเราไม่โอบกอดความขัดแย้งทุกเรื่องที่เราผ่านมา และผ่อนคลายด้วยกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับใหม่ ใช้กลไกที่สภาเห็นพ้องต้องกัน ถ้าไม่เปลี่ยนผ่านความขัดแย้งนี้ไปด้วยกัน เกรงว่าจะมีคนถูกกันออก และปิดกั้น จะเป็นแรงกดดันที่ก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต

นายรอมฎอน มองว่า นี่คือการแก้ไขปัญหา อยากให้เพื่อนสมาชิกไม่อยากทิ้งโอกาสนี้ ขณะนี้เรามีกฎหมายฉบับนี้ 5 ฉบับ ซึ่งเราเห็นพ้องกันหลายเรื่อง โดยหากดูในรายละเอียดดี ๆ จะเห็นว่ามันโอบกอดทุกความคิด ทุกกลุ่มคน หากเราผ่านจุดนี้ไปได้ แม้ว่าจะอึดอัดใจบ้าง บทเรียนในอดีตสอนเรา เราผ่านสงครามกลางเมืองที่ความขัดแย้ง คลี่คลายออกไป บานปลายออกไปเป็นใช้กำลังอยู่ช่วงหนึ่งที่คนในสังคมนี้ใช้กำลังห่ำหั่นกัน ตนเองก็เห็นสิ่งนั้นจากปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เมื่อสถาบันทางการเมือง และคนไทยในทางการเมือง มีที่ทางให้ความเห็น แต่ต่างได้ปรากฏทางเลือกของผู้คน ก็ถูกบีบไปสู่การใช้กำลัง และความสูญเสียจะยิ่งบานปลายมากกว่าที่เราคิดไว้

"นี่คือโอกาสที่เราจะป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลายขยายตัว จึงอยากให้เพื่อน สส.ใคร่ครวญถึงทางเลือกนี้ และโอกาสนี้ในอนาคตเรา อาจจะหันกลับมามองในจังหวะนี้ หากเราตัดสินใจถูก เราจะสร้างสังคมความหมายของความเป็นเพื่อนร่วมชาติใหม่ที่ยอมรับกันและกันได้"

นายรอมฎอน ชี้ว่า ตนเองไม่อยากเห็นความขัดแย้งที่บานปลาย ไม่อยากเห็นโอกาสที่เราทิ้งไป ตนเองไม่อยากเห็นทางเลือกที่ถูกตัดขาดออกไป เพราะฉะนั้น เห็นว่าร่างกฎหมายของเพื่อนสมาชิกที่เสนอมาหลายพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกฎหมายจากภาคประชาชน ที่เสนอมาเราต้องถึงโอกาสนี้ จึงอยากให้สื่อสารไปถึงสมาชิก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยตนเองเชื่อว่านี่คือการที่จะใช้เพื่อสร้างสังคมใหม่ร่วมกับเรา

“เรามาปลดทุ่นระเบิดนี้ด้วยกันด้วยการปลดปล่อยประชาชนออกจากการคุมขัง และกลไกที่กดทับ บีบคั้นความคิดทางการเมืองของพวกเขา เพื่อที่เปิดทางให้พวกเราเดินไปด้วยกันสร้างสังคมไทยไปด้วยกัน” นายรอมฎอน กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...