โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ศาลสั่ง ‘กลุ่มมหากิจศิริ ‘ส่งบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน รายรับ-รายจ่าย ให้ศาล-เนสท์เล่

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 09.50 น. • The Bangkok Insight

ศาลสั่ง "กลุ่มมหากิจศิริ" ส่งบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน พร้อมรายรับ-รายจ่าย ให้ศาล-เนสท์เล่ ภายใน 15 สิงหาคม เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเนสท์เล่

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งให้ เฉลิมชัย-สุวิมล–ประยุทธ มหากิจศิริ กรรมการบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด (QCP) จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของ บริษัท QCP เป็นรายเดือน เพื่อส่งให้ศาลและเนสท์เล่ตรวจสอบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เพื่อตรวจสอบไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ บริษัทQCP และเนสท์เล่ โดยที่การพิจารณาคดีขอยกเลิกกิจการ บริษัท QCP ที่เนสท์เล่ยื่นฟ้องยังดำเนินต่อไป

คดีนี้เนสท์เล่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพื่อขอให้ศาลสั่งเลิก บริษัท QCP และแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ตามคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการแห่งสถาบันอนุญาโตตุลาการหอการค้านานาชาติ ที่ชี้ขาดให้เนสท์เล่เป็นฝ่ายชนะในการยุติสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มมหากิจศิริ ในดำเนินงานบริษัท QCP และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวให้แก่เนสท์เล่ ระหว่างการพิจารณาคดี

ระหว่างการพิจารณาคำร้อง ศาลได้พิจารณาเอกสารต่าง ๆ ซึ่งเผยให้เห็นถึงความขัดแย้งรุนแรงและความล้มเหลวในการเจรจาระหว่างผู้ถือหุ้น 2 ฝ่ายและกรรมการบริษัท ที่ทำให้เนสท์เล่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจ บริษัท QCP ร่วมกับ ตระกูลมหากิจศิริ ได้อีกต่อไป นอกจากนี้ ศาลยังได้รับหลักฐาน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงเจตนาของครอบครัวมหากิจศิริ ในการใช้ประโยชน์จากบริษัทร่วมทุนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงเห็นว่ามีเหตุสมควร ที่จะคุ้มครองประโยชน์ของเนสท์เล่ ในระหว่างพิจารณาคดีขอยกเลิกกิจการ บริษัท QCP และได้มีคำสั่งให้กรรมการฝ่ายมหากิจศิริ จัดทำบัญชีรับจ่าย และบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส่งให้ศาลและเนสท์เล่ เป็นประจำทุกเดือน โดยให้เริ่มจัดทำบัญชีตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น สำหรับบัญชีประจำเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม 2568 ให้กลุ่มมหากิจศิริ จัดส่งภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2568

ทั้งนี้ เพื่อตรวจสอบไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ บริษัท QCP และเนสท์เล่ แทนการแต่งตั้งบริษัท แกรนท์ ธอนตัน เป็นผู้จัดการรักษาทรัพย์สินของบริษัท QCP

คดีขอยกเลิกกิจการ บริษัท QCP ที่เนสท์เล่ ยื่นฟ้องจะยังคงดำเนินต่อไป และการที่ศาลมีคำสั่งให้ฝ่ายมหากิจศิริ ในฐานะกรรมการบริษัท QCP ส่งบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีทรัพย์สินหนี้สินรายเดือนของบริษัท จะไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาคดีขอยกเลิกกิจการดังล่าว

เนสท์เล่

ระหว่างปี 2533 - 2567 ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟในประเทศไทยเคยผลิต โดยบริษัท QCP ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนแบบ 50/50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ แต่แบรนด์เนสกาแฟและเทคโนโลยีการผลิตที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นของเนสท์เล่ และเนสท์เล่เป็นผู้บริหารงานบริษัท QCP ทั้งหมดด้วยตนเอง ภายหลังการยุติสัญญาร่วมทุน เนสท์เล่ มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าลงทุนเพื่อตั้งโรงงานผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย และยังเป็นผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ที่สุดของไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์ :https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...