โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘แบงก์ชาติ’ คุมลีสซิ่ง 3,000 ราย จ่อคุย สคบ. ดึงดอกเบี้ยมากำหนดเอง

Businesstoday

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 18.31 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.31 น. • Businesstoday

น.ส.พีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการออกประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568 (พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ) จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 68 เป็นต้นไป โดยธปท.จะออกประกาศหลักเกณฑ์กำหนด และเรียกให้ผู้ประกอบธุรกิจมาลงทะเบียนตั้งแต่เดือน ก.ย.68 จนถึงไตรมาสแรกปี 69 เป็นระยะเวลา 6 เดือน

สำหรับธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่ง เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ผ่านมาไม่มีองค์กรใดกำกับ มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 1.6 ล้านล้านบาทในปี 67 คิดเป็น 10% ของหนี้ครัวเรือน โดยมีทั้งสิ้นกว่า 3,000 ราย ซึ่งช่วงที่ผ่านมาธปท.ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากจากธุรกิจกลุ่มนี้ทั้งแจ้งข้อมูลไม่ครบ และบริการไม่เป็นธรรม โดยกฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการเป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพ ดูแลหนี้ครัวเรือน มีการคิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เป็นมาตรฐาน โปร่งใส การปรับโครงสร้างหนี้ได้มาตรฐานเดียวกัน ข้อมูลชัดเจน ลูกค้าเปรียบเทียบเลือกใช้บริการได้

นอกจากนี้ ธปท.เตรียมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ถึงการกำหนดเพดานดอกเบี้ยรถยนต์ รถยนต์มือสอง และจักรยานยนต์ โดยธปท.จะเป็นผู้ดูแลเอง หลังจากดอกเบี้ยที่ผ่านมา สคบ.เป็นผู้กำหนด และใกล้ถึงเวลาทบทวนทุก 3 ปีในเดือน ต.ค.นี้ จากปัจจุบันเพดานดอกเบี้ย รถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% รถยนต์มือสองไม่เกิน 15% และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ซึ่งการกำหนดดอกเบี้ยต้องดูข้อมูลครบถ้วน หารือผู้ประกอบการ ดูสภาพเศรษฐกิจ และต้นทุนธุรกิจ รวมทั้งไม่ผลักภาระไปให้ผู้บริโภค

“สินเชื่อจะลดลงหรือไม่ ทุกวันนี้มีสินเชื่อไม่เหมาะสม หนี้ครัวเรือนสูง ธปท.อยากให้หนี้ครัวเรือนลดแต่เชื่อว่าประชาชนจะยังได้รับสินเชื่อปกติ พร้อมเน้นย้ำหากผู้ประกอบการมาลงทะเบียนไม่ทัน แม้จะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และไม่ต้องมาขอใบอนุญาตใดๆ แต่จะมีโทษปรับตามกฎหมายสถาบันการเงิน ส่วนโทษปรับกรรมการ 5 แสนบาทนั้น ต้องดูแล้วแต่กรณี จะมีวิธีการเปรียบเทียบปรับ โดยการลงทะเบียนเป็นแค่มารายงานตัว ระบุข้อมูลไม่มาก เพื่อให้ธปท.มีข้อมูลที่ชัดเจนและนำมาประกอบการทำนโยบายในอนาคต”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...