โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

“กุ้ง สุธิราช - จิ้งหรีดขาว” เล่าทั้งน้ำตา นาทีสุดท้าย “วิรดา วงศ์เทวัญ” จากไป เผยคำพูดสุดท้ายจากแม่

มาดามเม้าท์

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.20 น.

“กุ้ง สุธิราช – จิ้งหรีดขาว” เล่าทั้งน้ำตา นาทีสุดท้าย “วิรดา วงศ์เทวัญ” จากไป เผยคำพูดสุดท้ายจากแม่

“กุ้ง สุธิราช”ควงน้าสาว“จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ” เปิดใจครั้งแรก หลังต้องสูญเสียน้องสาวอันเป็นที่รัก “วิ วิรดา วงศ์เทวัญ” ที่รักษาตัวอยู่ในรพ. 1 ปี 6 เดือนไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมเผยห่วงสุดท้ายของน้องสาวคือลูกชาย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?

กุ้ง : จริง ๆ เราเตรียมใจไว้พอสมควร ช่วงน้องวิป่วยปีครึ่ง ผมได้เห็นความเป็นมาเป็นไป น้องไม่รู้สึกตัวตั้งแต่วันแรกที่ป่วย จนถึงปีครึ่งก่อนเสียไป เราก็รู้สึกว่าน้องคงไม่ฟื้น รู้อยู่แก่ใจว่าน้องไม่ฟื้นแน่ๆ แต่ทุกคนยังมีความหวัง แม่ น้า ทุกคนมีความหวังว่าวิต้องฟื้นกลับมา แต่เราอยู่กับความเป็นจริง ผมก็จะรู้สึกว่าดูแลกันไปเรื่อยๆ คิดอย่างนั้น แต่พอถึงเวลาจริงๆ พอวิไปจริงๆ มันใจหาย มันก็เสียใจ

จิ้งหรีดรู้สึกมีความหวัง?

จิ้งหรีดขาว : หวังทุกวินาที เขาพูดตลอด เขาเป็นคนตรง พูดให้เรารู้สึกว่าเราต้องทำใจ แต่เรายังมีความหวังตลอดเวลา

วิป่วยจากไข้เลือดออกแล้วรักษาตัวประมาณปีครึ่ง ระยะเวลาปีครึ่งได้รับการรักษาที่กรุงเทพฯ ตลอด แต่มีเหตุการณ์ มีอะไรหลายอย่างที่สุดท้ายต้องย้ายพาวิไปรักษาที่ชัยนาท มันเกิดอะไรขึ้น?

กุ้ง : จากวันแรกที่ป่วยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ล่าสุดอยู่ศิริราชปีกว่า ณ เวลานั้น ด้วยสภาพร่างกายทุกอย่างปกติ มีเพียงสมองไม่ทำงาน มีช่วงนึงเรื่องค่ารักษาประกันครอบคลุมส่วนหนึ่ง แต่ค่าห้องก็เสียเงินเองไปเกือบล้าน ประมาณ 8 แสนกว่าบาท ตอนนั้นคุณแม่เขาคิดเองว่าเขาอยากจะบริหารจัดการเรื่องการดูแลน้องให้ได้นานที่สุด ก็เลยคิดว่าอยากจะย้ายไปที่ชัยนาท ซึ่งปรึกษากับคุณหมอเรียบร้อย คุณหมอบอกว่าจริงๆ ไม่ต้องอยู่รพ.ก็ได้ กลับไปอยู่บ้านก็ได้ เพราะวิไม่มีอาการอะไรนอกเหนือจากนั้น มีเครื่องช่วยหายใจอยู่แล้ว ก็สามารถอยู่ที่บ้านก็ได้

คุณแม่อยากใกล้ชิดกับน้อง ไม่ต้องเดินทางไปมา เลยย้ายมาอยู่ต่างจังหวัด?

กุ้ง : คุณแม่นอนอยู่รพ.เลยตลอดเวลา ที่ศิริราชก็นอนอยู่รพ.เลย เพราะเป็นห้องพิเศษอยู่แล้ว เขาก็ดูแลอยู่ตลอด จนวันนั้นเขานึกอยากพาน้องกลับบ้าน อยากพาน้องกลับชัยนาท ก็เป็นการตัดสินใจของเขา ผมก็บอกว่าแม่อยู่นี่ก็ได้นะ เราก็อยากให้น้องอยู่ใกล้ๆ เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ชัยนาท เราใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ ซะมากกว่า แม่บอกว่าอยากพาน้องกลับชัยนาท

พอแม่พูดอย่างนั้น เราวางแผนหรือดำเนินการยังไง?

กุ้ง : ประสานรพ.เอกชนที่ชัยนาทว่าโอเคนะ แบบนี้รับส่ง และการดูแลเป็นยังไง ให้คุยโดยตรงกับรพ.ศิริราชอยู่แล้ว คุณหมอก็คุยกันเข้าใจ รู้เรื่อง ดูแลได้

หลังจากย้ายไปอยู่ชัยนาท อาการเป็นยังไง?

กุ้ง : จากที่ไปวันแรก ก็ยังดูปกตินะครับ การเคลื่อนย้ายไม่มีปัญหาใดๆ หลังจากนั้นเริ่มมีอาการฉี่ไม่ออก ต้องดูเรื่องปริมาณโซเดียม โซเดียมสูงเกิน แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป มีภาวะความดันตก ภาวะหัวใจเต้นช้า ปกติแล้วด้วยน้องวิสมองไม่ได้สั่งการ เรื่องความดันสวิงอยู่แล้ว เดี๋ยวขึ้นสูง เดี๋ยวลดลงเป็นปกติ แต่ไม่ถึงขั้นทรุด แค่สวิง พอย้ายก็เริ่มรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ก็แอบกังวลใจ ย้ายมาอยู่ห้องพิเศษนะที่ชัยนาท จนคุณหมอบอกว่าขอไปไอซียูดีกว่าไปเช็กใกล้ๆ ตอนนั้นก็คิดว่าคงไม่เป็นไรมากหรอก เราเห็นว่าน้องไม่ได้เป็นอะไรมากมาย นอนนิ่งๆ แบบนั้นอยู่แล้ว จนวันนึงแม่บอกว่าต้องให้ยาเพิ่ม ให้ยาเพิ่มความดัน ให้ยาหลายๆ ตัว ซึ่งเรารู้สึกว่า มันแปลกๆ รู้สึกว่าเหมือนกลับไปวันแรกๆ ที่น้องป่วยหนักๆ

ตอนนั้นแม่ก็แอบรู้สึก และขอรวมตัวญาติๆ มาเจอน้อง?

กุ้ง : ครอบครัวเราก็นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว เดินทางกลับไปเคลื่อนย้ายไปชัยนาท คุณแม่ผ่านศาลหลักเมือง เขาก็อธิษฐานบอกว่าถ้าหนูอยากให้แม่ดูแลต่อ กลับมาบ้านครั้งนี้ ให้หนูมีสัญญาณอะไรบ่งบอก จะกระพริบตา หรือมีอะไรให้ดีขึ้น แม่ก็พร้อมดูแลหนูจนกว่าแม่จะไม่ไหว แต่ถ้าหนูจะไม่อยู่จริงๆ ให้เห็นอาการภายใน 3 วัน หลังจากนั้น 3 วัน วิเริ่มมีอาการเปลี่ยนไป

ณ ตอนนั้นพี่จิ้งหรีดก็เป็นคนที่คุณแม่พี่กุ้งโทรตามมารวมตัวด้วย?

จิ้งหรีดขาว : ตอนนั้นเราไปดูอาการก่อน ย้ายไปชัยนาท ไปดูสองรอบดูว่าหลานจากที่ไปยังโอเค เรารู้สึกว่าคุยกับพี่ทวีปว่าอยากย้ายน้องกลับที่เดิมกรุงเทพฯ ตอนนั้นรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อยู่ที่พี่สาวด้วย ก็รู้สึกว่าอยากให้น้องเป็นเหมือนเดิม ก็คิดอยู่ว่าจะกลับมั้ย แต่ ณ ตอนนั้นก็ได้ข่าวแล้วว่าพอกลับมาเยี่ยมอาการสวิงลง เราก็รู้สึกไม่ดี หลานบอกว่าจะรวมตัวกัน แต่ทุกคนเหมือนติดหน้าที่กัน ณ ตอนนั้น สุดท้ายการรวมตัวก็ไม่ได้เกิดขึ้น

กุ้ง : คุณแม่โทรมาวันนั้นแหละ วันที่น้องวิเสีย วันนั้นเลย โทรมาแล้วบอกว่าน้องอาการไม่ดีเลย มีสายระโยงระยาง ให้ยาเพิ่มมากขึ้น เราคิดว่าคงไม่เป็นไร เดี๋ยวขอทำงานก่อน แล้วจะรีบตีรถกลับไป ณ ช่วงเวลานึง ประมาณทุ่มกว่าๆ คุณแม่ก็โทรมาอีกที ตอนนั้นเราก็รู้สึกใจไม่ดีแล้ว เขาบอกว่ากำลังปั๊มหัวใจอยู่ เราก็ทำอะไรไม่ถูก กำลังจะเดินทางไปงาน ก็บอกแม่ใจเย็นๆ แม่ก็วิดีโอคอลให้คุยกับน้อง

โมเมนต์ช่วงที่วิดีโอคอลคุยกับน้อง ได้บอกอะไรเขามั้ย?

กุ้ง : บอกเขาว่าไม่ต้องห่วงนะวิ ถ้ามันไม่ไหว ก็ไม่ต้องห่วงใดๆ ทั้งสิ้น ไปในที่ดีๆ บอกรักเขา บอกว่าพี่รักหนูนะวิ ไม่ต้องห่วงแม่ ไม่ต้องวาคิน ไม่ต้องห่วงใครทั้งนั้น ไปให้สบาย ให้พ่อมารับไปนะ คุยกับเขา

พี่จิ้งหรีดได้บอกหลานมั้ย?

จิ้งหรีดขาว : ตอนเขาอยู่ไอซียูก็จับมือเขา ส่งจิตบอกเขาว่าถ้าไหวก็อยู่ต่อ ถ้าไม่ไหวก็ไปเลย

คิดว่าเขารับรู้ได้มั้ยกับสิ่งที่เราพูด?

กุ้ง : ถ้าทางกายภาพ น้องวิไม่ได้รับรู้ ทางสมองไม่ได้รับรู้เลย นอนนิ่งๆ เลย แต่ตอนอยู่รพ. เราเข้าไปหา เราจับตัวน้อง เขาสะดุ้งสวนมาเลย จนเราตกใจ เอ้า ยังไง รู้เหรอพี่มา แต่อย่างที่คุณหมอบอก มันเป็นลักษณะประสาทกล้ามเนื้อที่ไม่ได้สั่งการโดยสมอง เราก็แค่รู้สึกว่าอย่างน้อยรู้สึกว่าน้องรับรู้

หลังโทรและวิดีโอคอลเป็นครั้งสุดท้าย เราคิดมั้ยจะเป็นครั้งสุดท้ายของการบอกลาหรือได้คุยกัน?

กุ้ง : ณ เวลานั้น เรารู้อยู่ในใจ แม่ก็พยายามสุดความสามารถ จริง ๆ ผมไม่ได้อยากให้มาปั๊มหัวใจน้องผมหรอก ผมอยากให้น้องผมไปสบาย ในความคิดของผมลึกๆ แต่คุณแม่อยู่หน้างานกับน้อง เราให้คุณแม่เต็มที่ในการตัดสินใจทุกอย่าง ผมรู้ ผมเข้าใจ เขาก็อยากให้อยู่เพื่อรอพี่ รอวาคิน ก็ตัดสินใจให้ทำ

วิจากไปอย่างสงบ ด้วยคำพูดของคุณแม่ ประโยคอะไร?

กุ้ง : คุณแม่บอกว่าไม่ต้องห่วงผัว ไม่ต้องห่วงลูก ไม่ต้องห่วงพี่ แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าหนูจะไปไม่ต้องห่วงใครทั้งนั้น แม่อยู่ส่งหนูตรงนี้แล้ว (เสียงสั่นเครือ) ไม่เกิน 5 นาที จากความดันอยู่ที่ 91 มันตกแบบวัดค่าไม่ได้ น้องไปเอง เครื่องช่วยหายใจยังอยู่ ทุกอย่างแม่พยายามพยุงชีวิต รักษาชีวิตเอาไว้ให้เต็มที่ที่สุด แต่ด้วยพอเขาเห็นน้องไม่ไหว เขาก็บอกน้องไปว่าไม่ต้องห่วงใครทั้งนั้น เขารอส่งตรงนี้แล้ว

จิ้งหรีดขาว : หลังจากนั้นก็เป็นพี่สาวแจ้งมา พอโทรศัพท์กริ๊งมา สะดุ้งตื่นโดยอัตโนมัติ โดยไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น เขาก็บอกว่ารู้ยังๆ เราก็รู้เลย เหมือนเราไม่ได้ตั้งตัว

กุ้ง : จังหวะนั้นที่วิดีโอมาคือน้องไปแล้ว ได้เห็นหน้าน้อง ทุกอย่างเหมือนปลดพันธนาการทุกอย่าง ปกติเขาเจาะคออยู่แล้ว สัญญาณชีพทุกอย่างมันดับแล้ว น้องไปจริงๆ ก็ได้แต่รู้สึกว่าน้องไม่อยู่แล้วเนอะ ก็ไปในที่ดีๆ ส่งเขา เราก็เยียวยาใจตัวเอง สงสารแม่ แม่เขาก็ยังร้องไห้ ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้นแล้ว

ดูแลมา 1 ปี 6 เดือน จากเป็นไข้เลือดออก วันนี้วิไม่ได้อยู่กับเราแล้ว วันที่กลับไปเจอ เห็นว่าเหมือนวิไปพร้อมบุญ?

กุ้ง : หลังจากน้องเสียตอนสองทุ่ม ผมมีงานร้องเพลงตอนสามทุ่ม เราไม่อยากให้เสียงาน เรากับน้องแทบใจเดียวกัน คิดเหมือนกันทุกอย่าง วันที่พ่อเสียเราก็ต้องไปเล่นลิเก ซึ่งมันเหมือนกัน วันนั้นพอรู้ว่าน้องไปแล้วจริงๆ เดี๋ยวพี่ทำงานตรงนี้แล้วจะรีบกลับไป ไปร้องเพลงก่อน เสร็จเรียบร้อยก็กลับไปหาน้อง เห็นน้องนอนอยู่ในห้องไอซียู น้องเหมือนตุ๊กตา ทุกอย่างเป็นปกติเหมือนคนนอนหลับ เหมือนแค่หลับ น้องก็ยังตัวนิ่ม มือนิ่ม จับไปทางไหนก็ไป เห็นภาพน้องแล้วแบบ น้องหลับไปเลย โดยที่ไม่มีภาพที่ไม่ดีให้เราได้เห็นเลย

จิ้งหรีดขาว : ตอนเราเห็นเขาแต่งหน้าทำผม เหมือนตุ๊กตาน่ารักๆ ไม่เหมือนศพเลย มือนิ่มมาก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...