ใบเตย แจงสถานะกับ ดีเจแมน หลังเคยจดทะเบียนหย่า ขอไม่ตอบปมดราม่านักร้อง ฟ.
ใบเตย แจงสถานะกับ ดีเจแมน หลังเคยจดทะเบียนหย่า ขอไม่ตอบปมดราม่านักร้อง ฟ.
กลับมาสดใสและมีรอยยิ้มอีกครั้ง สำหรับน้กร้องสาว ใบเตย สุธีวัน หรือ ใบเตย อาร์สยาม หลังจากที่เพิ่งผ่านมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ ล่าสุดใบเตยมาร่วมงานเปิดตัวรายการ “The Celeb Wars สงครามเซเลบ” ณ Unformat Studio ก็ได้เปิดใจถึงสถานะครอบครัวที่หลายคนสงสัยว่าเธอและ “ดีเจแมน พัฒนพล” กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันแล้วหรือไม่ รวมถึงประเด็นดราม่ากับนักร้องหนุ่ม ฟ.ชื่อดัง พร้อมเปิดใจถึงดราม่าคอนเทนต์สุดแซ่บของลูกสาวตัวน้อย ‘น้องเวทมนตร์’
อัพเดตครอบครัวตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว?
“ก็ต้องปรับความเป็นครอบครัวกันพอสมควร หลักๆ เราก็โฟกัสที่ลูกสาว น้องเวทมนต์เหมือนเขาก็มีความสุขมาก ตั้งแต่วันที่พี่แมนกลับมา แต่เหมือนว่าเราก็ต้องปรับในการดูแลลูกเหมือนกันคนละไม้คนละมือช่วยกันบาลานซ์ความเป็นครอบครัวให้มันเหมือนเดิมมากๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็เจอปัญหาอะไรมาเยอะมาก พอวันนี้มันกลับมาเป็นเหมือนต้องนับหนึ่งใหม่มันก็ต้องมีการดูแลหลายๆอย่าง หลักๆ คือการแบ่งหน้าที่แล้วก็ดูลูกเป็นหลักว่าใครไปรับไปส่ง ใครดูแลใครตื่นเช้าไปส่งลูกรายละเอียดมันค่อนข้างที่จะต้องมีการพูดคุยทั้งกับใบเตยและพี่แมนด้วยต่างคนต่างทำงาน”
การปรับตัว?
“เอาจริงๆ พี่แมนปรับตัวได้ไวมากๆ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอะไรใดๆเลย ความเข้มแข็งเขามีเยอะมากๆ ในความเป็นผู้ชาย”
เรื่องฐานะครอบครัวที่ก่อนหน้านี้เราก็หย่ากันความสัมพันธ์นี้คือยังไงบ้างคะ?
“ตอนนี้ไม่ได้มองในเรื่องของกระดาษหรือว่าในเรื่องของใบสำคัญของการหย่าหรืออะไร มันก็ในมุมเราพอกลับมาเราก็โฟกัสที่ลูกเป็นหลัก ถ้าลูกมีความสุข ณ วันนี้เรายังบาลานซ์ของความเป็นครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราก็อยากให้ประคับประคองไปอย่างนี้อยู่เพื่อความสุขของลูก
ไม่ได้กลับไปจดทะเบียน?
“ไม่ค่ะ”
ตอนนี้ก็คือใช้คำว่าสามีภรรยาได้ แต่แค่ไม่ได้จดทะเบียน?
“ใช่ค่ะ”
อันนี้คือเราปรึกษากับแมนแล้ว?
“เอาจริงๆ ไม่ได้มีการปรึกษาอะไรเลย เราทำทุกอย่างในแบบสิ่งที่ตามความรู้สึกและเป็นธรรมชาติในการกลับมาแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่”
ซึ่งตอนนี้เราโฟกัสที่น้องเวทมนต์?
“ใช่ค่ะโฟกัสที่น้อง โฟกัสที่งาน แล้วการเริ่มต้นกับชีวิตครอบครัวแบบใหม่ในการดูแลทุกๆ อย่างสำหรับคนในครอบครัวค่ะหลักๆ ก็คือลูกที่ต้องแบ่งหน้าที่กันเยอะมาก ต้องวางแผนกันเยอะมาก”
ขอถามเรื่องพี่แมนกับนักร้อง ฟ.มันจะยังไง?
“(หัวเราะ) ขอไม่ตอบในเรื่องนี้ เพราะเอาจริงๆ เราแทบไม่ได้ทราบเรื่องราวเบื้องลึก เรารู้สึกว่าสุดท้ายแล้ว ณ วันนี้ก็เป็นเรื่องราวของเขาทั้งสองคน แต่คิดว่าในอนาคตพอเวลาผ่านไปก็คงทำให้อะไรหลายๆ อย่างค่อนข้างคลี่คลายไปในทางที่ดีหรือเข้าใจกันมากขึ้น จริงๆ ไม่ค่อยได้คุยดีเทลตรงนี้กับทั้งสองฝั่งเขารู้สึกว่า มันเลยจุดที่เราคอนโทรลอะไรหลายๆ อย่างได้แล้ว มันไม่ใช่เป็นเรื่องของเราโดยตรงแล้ว เพราะว่าในวันที่เป็นเรื่องเป็นราวกัน เราก็ไม่ทราบว่าการสื่อสารของเขาทั้งสองฝั่งในหลายๆ ปีที่ผ่านมาเป็นแบบไหนเป็นยังไงก็เพิ่งมารู้ ณ จุดๆนั้น ก็เลยรู้สึกโอเคก็ขอปล่อยผ่านเลยแล้วกัน เอาฉันออกไปจากตรงนี้”
เราอึดอัดไหม?
“เราเป็นคนกลางค่ะ คนนึงก็พี่ในวงการที่เจอกันมาตั้งแต่เด็ก อีกคนนึงก็แฟน เราก็เอ๊ะทำไมต้องมาตีกันไม่เข้าใจ ก็คิดว่าเดี๋ยวเวลาคงทำให้หลายๆ อย่างดีขึ้นแล้วกันค่ะ”
แต่ความสัมพันธ์กับพี่ ฟ. ก็ยังเหมือนเดิม?
“คือไม่เคยมีอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงเลยกับพี่ฟิล์ม (รัฐภูมิ โตคงทรัพย์) ก็เหมือนรู้จักตามผ่านๆมา 15 ปี ที่เคยรู้จักกันแบบไหน ณ วันนี้ก็ยังเป็นพี่ชายเหมือนเดิมที่น่ารักมากๆ คือเรื่องปัญหาต่างๆเราก็รู้สึกว่า บางทีชีวิตความเป็นใบเตย ต้องแยกแยะอะไรเยอะมากเลย เพราะว่าบางทีมันก็ไม่เกี่ยวกับเราเลย ก็เลยรู้สึกว่าปัญหาใครปัญหามันเนอะ ก็คิดว่าปลายทางก็คงอยากให้เวลา ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น”
แต่ใบเตยก็คือเคารพการตัดสินใจของแมนใช่ไหมที่แมนฟาดปะทะกับเขา?
“คือจะบอกว่าเอาจริงๆ เรื่องนี้แทบไม่ได้คุยดีเทลกันเลย เพราะตัวพี่แมนเองเขาค่อนข้างจะโพรเทคว่าเดี๋ยวตรงนี้เขาจัดการเองให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาไป เขาก็คงเข้าใจด้วยแหละว่าเราเป็นคนกลางมากๆ ก็ไม่อยากให้เรามากระทบ เอาจริงๆ เรารู้สึกว่าเราก็เครียดเยอะมากๆ แล้วกับชีวิตที่ผ่านๆ มา”
แสดงว่าถ้าจะให้เป็นกาวใจเราก็เต็มที่?
“ไม่รู้จะกาวใจยังไง เอาจริงๆ เป็นเรื่องที่งงในงงหลายๆ อย่างมาก ก็รู้สึกว่าโอเคความเป็นชีวิตใบเตยต้องปล่อยผ่านได้แล้ว ก็มาโฟกัสที่งานแล้วทำงานหาเงินตั้งใจเลี้ยงลูกให้ดี เรื่องของคนอื่นก็น่าจะเป็นเรื่องของคนอื่นไปให้เขาจัดการกันเอง”
แสดงว่าเราก็ไม่มีความรู้สึกไม่ดีอะไรกับคนนั้น?
“ไม่เลย เอาจริงๆ ไม่เคยค่ะ คือใบเตยก็รู้สึกว่า อย่างที่บอกว่า ณ วันนี้ก็ยังงงกับหลายๆ อย่างแต่ในเมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้ว เราก็รู้สึกว่าพอเขามีอะไรแบบนี้กันมาเวลาผ่านไปก็คงทำให้อะไรหลายๆ อย่างแบบไปคุยกันหลังบ้านหรือไกล่เกลี่ยกันอะไรยังไงเราก็คงแล้วแต่พวกเขาเลย”
หลายคนแซวอีกทำคอนเทนต์แซบมาทั้งครอบครัวเลย ทวงบังลังก์เซ็กซี่?
“เอาจริงๆ ก็ไม่หรอก ก็ความเป็นใบเตยแหละเนอะ ในการทำงานของเราทุกคนก็จะเห็นอยู่แล้วเวลาขึ้นเวทีก็เป็นตัวเราเองตลอดทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม ไปงานต่างๆ หลักๆ เอาจริงๆ ณ วันนี้ดีใจพอมีติ๊กต๊อกเราขึ้นร้องเพลงใส่ชุดทุกคนก็จะได้ฟังทั้งเสียงได้เห็นทุกอย่างก็จะเข้ามาคอมเมนต์ไปมาก็ดีใจมากๆ ก็อยากให้ดูผลงานกันต่อๆ ไป เดี๋ยวจะมีผลงานใหม่ๆ อีกหลายชิ้นมาให้ได้ชมค่ะ”
หลายคนมองว่าเซ็กซี่ขึ้น ส่วนตัวเรามองว่าเซ็กซี่ขึ้นไหม เวลาแบบโชว์?
“ไม่เลย ในส่วนตัวใบเตยรู้สึกว่าเราดร็อปลงเยอะมาก คือเอาจริงๆนะวันนี้ต้องพยายามตามโลกให้ทันมากๆ แต่ด้วยความที่เป็น ใบเตย ตอนนั้นมัน 20 ปี ตอนนี้เราต้องมานับหนึ่งใหม่ต้องเป็นคอนเทนครีเอเตอร์ มาเป็นติ๊กต๊อกเกอร์ในวัยที่จะ 40 ปีแล้ว เราก็ไม่สามารถจะทำทุกอย่างได้เหมือนเดิมหรอกค่ะ แต่เรารู้สึกว่าถ้าเรายังมีใจรักในตรงไหนเราชัดเจนในเรื่องของความเป็นนักร้องในสไตล์การเต้นของเราก็คงพรีเซ็นต์ตรงนี้ได้ดีที่สุดอยู่แล้ว ในทางโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ทุกคนเห็นใบเตยก็ยังเป็นใบเตยที่ทุกคนเห็นค่ะ”
ใบเตยมีน้องเวทมนต์?
“คือคิดว่าลูกสาวไม่กี่ปีก็คงจะแซ่บกว่าแม่เยอะ”
เราโอเคใช่ไหมถ้าเกิดลูกจะมาเวย์เดียวกันกับแม่?
“เอาจริงๆ ตอนแรกเราก็รู้สึกว่าเอ๊ะเขาจะแบบยังไงนะ แต่วันนี้รู้สึกว่าเขาต้องยิ่งกว่าเราแน่ๆ เพราะว่า น้องเวทมนต์นะวันนี้เขาโตมากับครีเอเตอร์เขาค่อนข้างได้เห็นอะไรต่างๆ ไวมากๆ การเต้นถ้าทุกคนดูติ๊กต๊อกจะรู้เลยว่าเขาน่าจะยิ่งกว่า ใบเตย อาร์สยาม”
แสดงว่าเกิดมาฆ่าใบเตยแบบนี้ไหม?
“เอาจริงๆ ก็เอาตามที่เขาชอบ วันนี้แค่ได้เชยชมว่าเขาสวย คือเป็นคนรักสวยรักงามมาก น้องเวทมนต์ ตอนนี้แต่งหน้าทำผมทุกวัน ชอบเต้นมีแบบแลบลิ้นปลิ้นตาแบบดาวติ๊กต๊อกอะไรอย่างนี้ เป็นเด็กเจนอัลฟ่าแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าเขาน่าจะล้ำกว่าเราเยอะ”
คุณพ่อแมนโอเคใช่ไหม?
“คุณพ่อไม่ค่อยโอเค พี่แมนรู้สึกบ่นทุกครั้งที่ลูกมาเต้นแล้วทำท่าเซ็กซี่ พี่แมนหวงมาก พี่แมนเขารู้สึกอันตรายแล้ว ทำไมเราให้ลูกเล่นแบบนี้ คือพ่อพยายามคอนโทรล แต่สุดท้ายใบเตยว่าถ้าเขาเป็นตัวของเขาถ้าเขาชอบแบบนั้น เขาแค่ 4 ขวบ เขาเต้นตามร้องเพลงตามได้จำเนื้อเพลงได้ทุกอย่างก็อยู่ในสายเลือดแหละค่ะเอาจริงๆ แล้ว”
เวลาพาเขาไปขึ้นเวทีตามงานต่างๆ?
“ชอบมากขอขึ้น อย่างงานวันนี้อยากมามาก ชอบดูชอบเห็นคนทำคอนเทนต์ ชอบเห็นคนเต้น”
รับงานคู่ไหมค่ะ?
“ตอนนี้ยังค่ะ เราอยากให้เขาโฟกัสการเรียนเป็นหลัก ถ้าเห็นก็คงได้เห็นเขาใน ติ๊กต๊อกคอนเทนต์ต่างๆ ที่เราสามารถทำให้เด็กน้อยได้”
บางทีคอมเมนต์ก็มีติติงนิดนึงว่าทำไมให้ลูกมาทำคอนเทนต์แบบนี้ เกินวัยไปไหม?
“จริงๆ ใบเตยก็ได้เห็นเราก็เอามาพิจารณา แต่เราก็รู้สึกว่าสุดท้ายส่วนใหญ่เวทมนต์วันนี้ค่อนข้างมีคนที่ชื่นชอบและเอ็นดูเขามากกว่าคุณแม่เองอีก วันนี้เราไปไหนมาไหนทุกคนเลยถามแต่ลูกสาวตลอด เรารู้สึกว่าการเป็นเขามันก็คงจะน่ารักแล้วแหละ อันไหนที่ปรับได้ที่มันรู้สึกว่ามันเกินงามไปหน่อยหรือว่ามันเป็นสาวไปหน่อย เราก็อยากบอกพี่เลี้ยงว่าให้คอนโทรลให้เขาเป็นธรรมชาติในอายุแบบเขาอย่าให้มันเกินไปกว่านี้ก็บอกตลอด”
อย่างชุดเราเลือกให้หรือเขาเลือกเอง?
“เขาเลือกเองหมด เดี๋ยวนี้ตื่นมาคุณแม่จะใส่ชุดนี้ คุณแม่หนูจะใส่ชุดนั้น คือเม็ดเยอะมาก เป็นเด็กเม็ดเยอะมาก แต่ทุกสิ่งทุกอย่างพอเขาเห็นเราแต่งแบบไหน อย่างวันนี้ตื่นมาบอกคุณแม่สวยจังเลยอยากใส่ พอเขาเห็นเราแล้วเขาได้เห็นได้ซึมซับก็คงจะชอบเห็นคุณแม่ทุกวันแต่งหน้าทำอยู่กับช่างแต่งหน้าทำผมที่เป็น LGBT ทุกวัน เขาอยู่กับสิ่งนี้เขาก็จะซึมซับ เอาจริงๆแล้วรู้สึกว่าให้เขาได้เห็นแม่มีชีวิตการทำงานแบบไหนบ้าง ใบเตยว่าโตขึ้นเขาน่าจะไปปรับใช้กับตัวเองได้แล้วมองรู้ว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี คุณแม่ทำแบบไหนแล้วดี คุณแม่แต่งแบบไหนแล้วสวย เราว่ามันเป็นอะไรที่ฝึกการพัฒนาเขาในระดับนึง”
แสดงว่าชาวเน็ตจะมาว่าไม่ได้ว่าเลือกเสื้อผ้าให้น้อง?
“ไม่ได้เลือกเลยสักวัน เขาเลือกเองหมด”
จริงๆคุณแม่อยากได้ลูกสาวเรียบร้อยหรือว่าเปรี้ยว?
“เราปล่อยเขาตามธรรมชาติเลย ให้เป็นแบบไหนก็ได้ สุดท้ายแล้วก็อยากให้เขาเป็นคนที่เอาตัวรอดด้วยตัวเองได้ แล้วก็มีไหวพริบปฏิภาณที่ดี แล้วก็เป็นเด็กพูดจาเพราะแค่นี้เราก็ดีใจแล้ว”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ใบเตย แจงสถานะกับ ดีเจแมน หลังเคยจดทะเบียนหย่า ขอไม่ตอบปมดราม่านักร้อง ฟ.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th