โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : วุ้นในตาเสื่อม สาเหตุ อาการ และการรักษา

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 16.54 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 09.54 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

วุ้นในตาเสื่อมเกิดจากสาเหตุใด อาการเป็นอย่างไร มีวิธีการรักษาอย่างไร ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

ในลูกตาของคนเรามีกระจกตาดำอยู่ด้านหน้า ด้านในถูกเติมเต็มด้วยน้ำวุ้นลูกตา หรือที่คนทั่วไปคุ้นเคยกับคำว่า วุ้นตา (Vitreous) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของลูกตา มีลักษณะเหลวคล้ายไข่ขาวที่ยึดติดกับผิวของจอตา

วุ้นตามีมาตั้งแต่เกิด เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง หรือเข้าสู่วัยกลางคนวุ้นตาจะเสื่อม มีลักษณะเหลวเป็นน้ำ หดตัวและลอกตัวจากจอตา อาจเกิดตะกอนวุ้นตา (Floaters) ลอยขึ้นมาในวุ้นตาได้ ที่เรียกกันว่าวุ้นตาเสื่อม (Vitreous Degeneration)

วุ้นตาเสื่อม เกิดขึ้นกับคนกลุ่มไหน ?

วุ้นตาเสื่อมไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น วัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น อายุ 20 กว่าก็มีวุ้นตาเสื่อม หรือตะกอนในวุ้นลูกตาได้

“วุ้นตาเสื่อม” เป็นภาวะที่เกิดได้กับทุกคน แต่มีโอกาสพบได้มากคือคนที่มีภาวะสายตาสั้นมาก ๆ และลูกตาเคยถูกกระแทกอย่างรุนแรง รวมถึงคนที่เคยผ่าตัดต้อกระจก

ในคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่อาจกระทบถึงดวงตาได้ เช่น เบาหวานขึ้นตาก็ทำให้เกิดตะกอนได้ หรือมีวุ้นตาเสื่อมได้เร็วกว่าคนปกติทั่วไป

สาเหตุ และอาการ “วุ้นตาเสื่อม” เป็นอย่างไร ?

โดยทั่วไป อาการวุ้นตาเสื่อมหรือมีตะกอนในวุ้นลูกตา ผู้ป่วยมาพบจักษุแพทย์เพราะมองเห็นจุดดำ ๆ หรือมีหยากไย่ลอยไปลอยมาบางเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมองบนพื้นเรียบ ๆ ผนังสีขาว มองกระดาษ หรือแม้แต่กำลังดื่มน้ำ จะรู้สึกเหมือนมีจุดลอยอยู่ในน้ำซึ่งเป็นที่วุ้นลูกตา จุดนี้ลอยขึ้นมาอยู่ในแนวแสงที่เข้าไปในลูกตา ทำให้รู้สึกเหมือนมองเห็นอะไรสักอย่างลอยไปลอยมา

“วุ้นตาเสื่อม” นอกจากมองเห็นจุดหยากไย่แล้ว บางครั้งมีตะกอนลอยใกล้ผนังจอประสาทตาที่อยู่ด้านใน ซึ่งอาจไปดึงหรือกระชากจอประสาทตา ทำให้ดูคล้ายนั่งอยู่ในห้องมืดแล้วมีคนเปิดแฟลชกล้องถ่ายรูปเข้าตา ทางการแพทย์เรียกว่า แฟลชชิ่ง (Flashing)

การมีแฟลชชิ่ง แสดงว่าเริ่มมีความเสี่ยงเกิดอันตรายกับดวงตา มีการดึงจอประสาทตา ถ้าจอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอกก็อาจเป็นต้นเหตุของภาวะตาบอดได้

การรักษาภาวะวุ้นตาเสื่อม อย่างไร ?

ทางการแพทย์เคยมีความพยายามยิงเลเซอร์ให้ตะกอนในวุ้นตาแตกสลายไป พบว่ายังได้ผลไม่ดีมากนัก

ปัจจุบัน ถ้ามองเห็นจุดลอยไปลอยมา หรือแฟลชชิ่ง เมื่อตรวจตาแล้วไม่พบความผิดปกติอื่น ๆ มักจะแนะนำให้สังเกตอาการและนัดตรวจจอประสาทตาเป็นระยะ ในช่วงแรกทุก 2-3 เดือนจนกว่าอาการจะหายไป

รวมถึงวิตามินต่าง ๆ ที่โฆษณากันบนสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ได้ช่วยป้องกันหรือรักษาภาวะนี้แต่อย่างใด

ดังนั้น เพื่อความสบายใจก็ควรไปเล่าอาการให้จักษุแพทย์ฟัง และตรวจจอประสาทตา จะช่วยลดความกังวลได้

ถ้ามีเพียงอาการเห็นจุดลอยไปลอยมา พบว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ไม่เกิน 1-3 เปอร์เซ็นต์ที่ผนังจอประสาทตาฉีกขาด

กรณีเห็นจุดลอยไปลอยมาร่วมกับมีฟ้าแลบบ่อย ๆ อาจจะมีความเสี่ยงเกิดจอประสาทตาฉีกขาดสูง 5-10 เปอร์เซ็นต์

ถ้าจอประสาทตาฉีก ขาด แพทย์จะใช้เลเซอร์ปิดรอยฉีก เพื่อป้องกันภาวะจอประสาทตาลอกที่เป็นสาเหตุของการเกิดตาบอดถาวรได้

รักษาอาการผิดปกติตั้งแต่แรกเริ่ม จะช่วยหยุดไม่ให้เกิดอาการที่ร้ายแรงมากขึ้นได้

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : วุ้นในตาเสื่อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...