โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ มีผลกับ Bitcoin ยังไง? ปี 2025 จากสินทรัพย์นอกกระแส สู่การยอมรับโดยยักษ์การเงิน

Thairath Money

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 08.53 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 08.52 น.
ภาพไฮไลต์

ย้อนกลับไปในปี 2013 ปีที่ Bitcoin (บิตคอยน์) เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างเป็นครั้งแรก หลังมีแนวคิดเบื้องหลังของการเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถใช้ชำระเงินได้อย่างรวดเร็วและไม่เปิดเผยตัวตน โดยไม่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินอย่างธนาคาร ส่งผลให้ราคาของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปีนั้น จากประมาณ 13 ดอลลาร์สหรัฐไปอยู่ที่ 747 ดอลลาร์สหรัฐ

12 ปีต่อมา สกุลเงินดิจิทัลที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลกนี้ได้ทะยานขึ้นไปแตะระดับกว่า 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ จนสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้คนนับหมื่น (และก็มีบ้างที่เสีย) และถึงแม้ว่าจะมีการพูดถึง Bitcoin ว่าอาจจะขึ้นมาเป็นกระแสหลัก แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่เห็นว่า Bitcoin จะเข้ามาคุกคามสกุลเงินทั่วไปที่ใช้การชำระเงินเพื่อซื้อของชำ ซื้อรถ หรือแม้กระทั่งส่งเงินข้ามประเทศได้เลย

ทั้งนี้ทั้งนั้น เหตุผลหลักที่ Bitcoin ยังคงเป็นที่พูดถึงอยู่ทุกวันนี้แทบจะไม่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินเลย แต่เป็นการถูกยอมรับในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูง หากเทียบกับหุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ หรือทองคำ จนมีรายชื่อเศรษฐี Bitcoin เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และก็ไปกระตุ้นให้คนอื่น ๆ อยากเข้ามามีส่วนร่วมในเกมนี้

ปัจจัยเหล่านี้ยังส่งผลให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่ต่างหันมาเสนอขายกองทุน Bitcoin ETF โดยทำการตลาดว่าเป็นเครื่องมือสำหรับนักลงทุนในการกระจายพอร์ตการลงทุนและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้ออีกด้วย บวกกับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการผ่านกฎหมายหลายฉบับที่ผลักดันโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้โลกคริปโตฯ ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

อะไรทำให้ Bitcoin มีมูลค่า?

เจ้าของ Bitcoin จะไม่ได้รับรายได้หรือผลตอบแทนประจำเหมือนกับการถือพันธบัตรหรือหุ้น แต่มีมูลค่าจากการที่ Bitcoin มีอุปทานที่จำกัด โปรโตคอลซอฟต์แวร์ของ Bitcoin กำหนดว่าจำนวนเหรียญที่มีอยู่จะไม่มีวันมีเกิน 21 ล้านเหรียญ

นอกจากนี้ อัตราการออก Bitcoin ใหม่จะลดลงครึ่งหนึ่งในทุก ๆ 4 ปีโดยประมาณ ซึ่งจะช่วยลดการเติบโตของอุปทานเมื่อเวลาผ่านไป โดยไม่คำนึงถึงอุปสงค์

ด้านผู้สนับสนุน Bitcoin ชี้ว่านี่คือเหตุผลสำคัญที่ควรถือ Bitcoin เป็นทางเลือกแทนสกุลเงินทั่วไปที่มูลค่าอาจลดลงเมื่อธนาคารกลางพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ทองคำเองก็ยังสามารถขุดและถลุงเพิ่มได้หากความต้องการที่เพิ่มขึ้นผลักดันให้ราคาสูงขึ้น

แม้ว่าจะมีกลุ่มแรงงานข้ามชาติบางคนใช้ Bitcoin เพื่อโอนเงินกลับบ้านให้ครอบครัว ใช้ในการซื้อสินค้าผิดกฎหมายบนดาร์กเว็บ หรือใช้ฟอกเงิน แต่เจ้าของ Bitcoin ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน กลับมองว่ามันเป็นสินทรัพย์สำหรับถือครอง ไม่ใช่สกุลเงินสำหรับใช้จ่าย และเชื่อว่ามูลค่าจากความหายากของมันจะผลักดันให้ราคาสูงขึ้นต่อไปในอนาคต

ทำไม Bitcoin ถึงไม่เหมาะกับการใช้จ่าย?

การชำระธุรกรรมด้วย Bitcoin อาจล่าช้าในช่วงที่มีการใช้งานบนเครือข่ายบล็อกเชนปริมาณมาก บวกกับปัจจัยที่ว่าราคาของ Bitcoin มีความผันผวนสูงมาก ดังนั้นจึงยากที่จะรู้ว่า Bitcoin จะซื้อแอปเปิล รองเท้า หรือรถลัมโบร์กินีได้เท่าไรในแต่ละสัปดาห์ ต่างจากสกุลเงินทั่วไปมักไม่มีความผันผวนของราคาในระดับนี้ เว้นแต่ประเทศนั้น ๆ จะอยู่ในภาวะวิกฤติทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ

อีกหนึ่งเหตุผลคือ Bitcoin ยังต้องแข่งขันกับสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อย่างเช่น Ether และ Dogecoin ในการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ และด้วยค่าธรรมเนียมที่สูงอาจทำให้ Bitcoin ไม่เหมาะสำหรับการชำระเงินจำนวนน้อย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ได้ยอมรับ Bitcoin เป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในปี 2021 แต่จากการศึกษาในปี 2023 พบว่ามีธุรกรรมเกิดขึ้นเพียง 4.9% เท่านั้นที่ชำระด้วย Bitcoin

นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีสกุลเงินที่เรียกว่า Stablecoins (สเตเบิลคอยน์) ที่ถูกนำมาใช้ในการชำระเงิน เนื่องเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกตรึงมูลค่าแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับสกุลเงินทั่วไป ซึ่งโดยปกติคือ ดอลลาร์สหรัฐ

ทำไม Bitcoin ถึงพุ่งขึ้นแรงในปี 2025?

ในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด Bitcoin มักจะทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดทิศทางของตลาดคริปโตฯ แม้ว่ามูลค่าของ Bitcoin จะเคยร่วงลงมาหลายครั้ง แถมยังเคยเกิดเหตุรุนแรงอย่างช่วงที่ FTX ล้มละลาย หรือการล่มสลายของ Terra ในปี 2022 ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้รัฐบาลบางประเทศที่ลังเลอยู่เชื่อว่าความเสี่ยงในคริปโตฯ นั้นมีมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ

แต่ทว่า Bitcoin ก็กลับมาฟื้นตัวได้เสมอ และเริ่มดึงดูดความสนใจอย่างจริงจังจากผู้เล่นรายใหญ่ในแวดวงการเงินแบบดั้งเดิม โดยเมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมา Bitcoin ได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังจากมีข่าวลือว่า โดนัลด์ ทรัมป์จะได้รับเลือกกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย และจะผลักดันให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายเพื่อกำกับดูแลคริปโตฯ ให้เหมือนกับสินทรัพย์ทั่วไป และชัยชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วก็ได้ผลักดันให้ Bitcoin สร้างสถิติใหม่อีกหลายครั้ง

กฎหมายคริปโตฯ ของทรัมป์มีผลยังไงกับ Bitcoin?

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็น Crypto Week เมื่อสหรัฐอเมริกามีการขอผ่านกฎหมายคริปโตฯ ถึง 3 รายการ นั่นคือ Clarity Act, Anti-CBDC Surveillance State Act และ GENIUS Act (ร่างกฎหมาย Stablecoin ที่ผ่านแล้ว)

พร้อมกันนี้ การกำหนดให้สินทรัพย์บนบล็อกเชนบางประเภทเป็น “Digital Commodities” หรือสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล จะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบสำหรับ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ และทำให้สถาบันการเงินที่พิจารณาการลงทุนในคริปโตฯ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และการเปลี่ยนแปลงนี้อาจผลักดันให้ความต้องการ Bitcoin เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ มีการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทคริปโตฯ ที่เสนอขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนแล้ว แต่ Clarity Act ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะแบ่งความรับผิดชอบในการกำกับดูแลคริปโตฯ ระหว่างคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้บริษัทต่าง ๆ มีความมั่นใจมากขึ้นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์คริปโตฯ แก่ลูกค้า

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ให้คำมั่นว่าจะจัดตั้งทุนสำรองเชิงยุทธศาสตร์สำหรับ Bitcoin ซึ่งอาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินทรัพย์ประเภทนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก

รายใหญ่ มีใครบ้างที่ลงมาหนุน Bitcoin?

ปัจจุบัน ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในแวดวงการเงินระดับโลกหลายรายกำลังเข้ามาลงทุนใน Bitcoin ซึ่งรวมไปถึง BlackRock และ Fidelity ที่ได้เสนอขายกองทุน Bitcoin ETF ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึง Bitcoin ได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางแบบดั้งเดิม เช่น ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในปัจจุบันมีการซื้อขาย Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาเป็นมูลค่าเกือบ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทอย่าง BNY Mellon, Goldman Sachs และ Standard Chartered ก็เริ่มเข้ามาสำรวจบริการรับฝากสินทรัพย์หรือบริการซื้อขาย Bitcoin ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ความคาดหวังของผู้สนับสนุน Bitcoin ในปัจจุบันคือ การมีฐานนักลงทุนสถาบันที่ใหญ่ขึ้นเข้ามาในตลาดนี้จะช่วยลดความผันผวนลงได้ โดยสถาบันเหล่านี้จะเข้ามาเป็นผู้ซื้อระยะยาว และการมีกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่และหลากหลายขึ้นยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดผลกระทบของการเทขายครั้งใหญ่ที่มีผลต่อราคาได้

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรายใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงกังวลกับเรื่องนี้ อย่างเช่น Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan ที่เคยกล่าวไว้ว่า Bitcoin เป็นหนึ่งในรูปแบบการฉ้อโกงที่กำลังถูกปั่นกระแส พร้อมกับบอกว่าจะสั่งปิดอุตสาหกรรมคริปโตฯ หากทำได้ แต่แล้วในปีนี้ ทาง JP Morgan ก็กลับลำเริ่มยอมรับ Bitcoin ETF เป็นหลักประกันสำหรับเงินกู้แล้ว

ที่มา: Bloomberg, The Verge

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ มีผลกับ Bitcoin ยังไง? ปี 2025 จากสินทรัพย์นอกกระแส สู่การยอมรับโดยยักษ์การเงิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...