รัฐบาลสหรัฐ ทุ่ม 400 ล้านดอลล์ เข้าถือหุ้นใหญ่เหมืองแรร์เอิร์ธแห่งเดียวของประเทศ หวังลดพึ่งพาจีน
รัฐบาลสหรัฐฯ ทุ่มงบ 400 ล้านดอลลาร์เข้าถือหุ้นใหญ่ใน MP Materials เจ้าของเหมืองแรร์เอิร์ธแห่งเดียวของประเทศ พร้อมการันตีราคารับซื้อ 10 ปี หวังลดการพึ่งพาจีนซึ่งครอง 90% ของการกลั่นทั่วโลก ขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าและสงครามภาษีทวีความรุนแรงขึ้น
วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในเหมืองแร่แรร์เอิร์ธแห่งเดียวของประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ยังจะดำเนินมาตรการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเหมืองแห่งนี้ในเมืองเมาน์เทนพาส รัฐแคลิฟอร์เนีย
แร่แรร์เอิร์ธมีความจำเป็นต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างมาก เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและกังหันลม การเข้าถึงแร่เหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยจีนควบคุมกำลังการผลิตทั่วโลกประมาณ 90%
บริษัท MP Materials ซึ่งเป็นเจ้าของเหมืองดังกล่าว ได้ทำข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อมุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธของอเมริกา
ภายใต้ข้อตกลงนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะรับประกันราคาขั้นต่ำที่บริษัทจะได้รับจากการขายนีโอไดเมียมและพราเซโอไดเมียม สองในแร่แรร์เอิร์ธ 17 ชนิดที่มีความต้องการสูงที่สุดในเศรษฐกิจโลก อยู่ที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกิโลกรัม เป็นระยะเวลา 10 ปี แร่ทั้งสองชนิดนี้จำเป็นต่อการผลิตแม่เหล็กถาวร ซึ่งพบได้ในอุปกรณ์หลากหลาย เช่น สมาร์ทโฟน เครื่อง MRI และมอเตอร์ไฟฟ้า
การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นจากความกังวลว่าจีนใช้การควบคุมอุตสาหกรรมอย่างเกือบเบ็ดเสร็จเพื่อกดราคาลง และผลักดันให้บริษัทต่างชาติทยอยปิดกิจการ
ปัจจุบัน จีนมีสัดส่วนการผลิตแร่แรร์เอิร์ธ 70% ของโลก และมีขีดความสามารถในการกลั่นแร่เหล่านี้ถึง 90% อันเป็นผลจากการสนับสนุนของรัฐบาลจีนมาอย่างต่อเนื่อง
ตามข้อตกลง MP Materials จะสร้างโรงงานใหม่ในสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มกำลังการกลั่นวัตถุดิบจากเหมืองให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ แม้ยังไม่กำหนดสถานที่ตั้งแน่ชัด แต่บริษัทระบุว่าจะให้บริการทั้งลูกค้าฝ่ายพลเรือนและกลาโหม ส่วนหนึ่งของการลงทุนนี้จะมาจากกระทรวงกลาโหม ที่จะซื้อหุ้นใหม่ของบริษัทมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์
“โครงการนี้คือการดำเนินการอย่างเด็ดขาดของรัฐบาลทรัมป์ในการเร่งสร้างความเป็นอิสระด้านห่วงโซ่อุปทานของอเมริกา” เจมส์ ลิทินสกี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ MP Materials กล่าว
ก่อนหน้านี้ บริษัท Shenghe Resources ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลจีนถือหุ้นบางส่วน เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของMP Materials Shenghe ยังเป็นลูกค้ารายเดียวที่ซื้อสินค้าจากเหมืองในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทำให้แร่แรร์เอิร์ธต้องถูกส่งไปจีนเพื่อกลั่นเมื่อต้นปีนี้MP Materials ประกาศว่าจะยุติการส่งออกแร่ไปจีน เนื่องจากจีนเก็บภาษีสินค้าอเมริกันสูงถึง 125% เพื่อตอบโต้ภาษี 145% ที่ทรัมป์เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีน บริษัทกล่าวว่าภาษีดังกล่าวทำให้การส่งแร่ไปจีนไม่คุ้มทางเศรษฐกิจ และไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ
ทั้งนี้แร่แรร์เอิร์ธเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาฟื้นความสัมพันธ์การค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งตกต่ำลงนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง
การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ทำให้จีนออกกฎควบคุมการส่งออกครั้งใหม่ ที่จำกัดปริมาณแร่แรร์เอิร์ธที่จะเข้าสู่โรงงานผลิตในสหรัฐฯ อย่างมาก ข้อตกลงเพื่อให้จีนเปิดทางการส่งออกมากขึ้น โดยแลกกับการที่สหรัฐฯ จะผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกในสินค้าอื่น เป็นหัวใจของการเจรจาทางการค้าในลอนดอนและเจนีวา แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะให้คำมั่นกันแล้ว แต่สหรัฐฯ ยังคงร้องเรียนว่า การดำเนินการของจีนยังล่าช้าเกินไป
ในระยะยาว การมีแหล่งผลิตภายในประเทศคือหนทางที่ดีที่สุดของสหรัฐฯ ในการเพิ่มการเข้าถึงแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตที่อยู่ในวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของทรัมป์ การควบคุมการส่งออกของจีนยังทำให้ยุโรปแสดงความไม่พอใจเช่นกัน โดยรัฐสภายุโรปมีมติว่า มาตรการของจีนเป็น “การบีบบังคับที่ไม่มีเหตุผลอันชอบธรรม” พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปเร่งดำเนินการตามกฎหมาย “Critical Raw Materials Act” ที่มีผลบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศของยุโรป
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างการเยือนเยอรมนี รัฐมนตรีต่างประเทศจีนได้ลดกระแสความกังวลนี้ โดยกล่าวว่า การควบคุมการส่งออกสินค้าเชิงพาณิชย์และการทหารเป็น “สิทธิอธิปไตยของประเทศ” และเป็น “แนวปฏิบัติที่พบได้ทั่วไป”**
อ้างอิง : www.bbc.com