โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก. เผยเตรียมเยียวยาภาคเอกชน-ผู้ประกอบการไทยในกัมพูชา แจงจับกุมชาวกัมพูชา 2 คน เหตุไม่มีใบอนุญาต - อยู่เกินเวลา

สยามรัฐ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.19 น.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 26 มิ.ย. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางมาระตี นะลิตา อันดาโมรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงว่า สำหรับมิติด้านการต่างประเทศ ที่ได้มีการหารือในที่ประชุม ศบ.ทก.เช้าวันนี้ มี 2 ประเด็นหลัก โดยประเด็นที่ 1 เรื่องการติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนที่จุดผ่านแดนต่างๆ โดยที่ประชุมรับรายงานจากหน่วยงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบการบริหารงานจุดผ่านแดนต่างๆตามนโยบายของ ศบ.ทก. เพื่อติดตาม การปฎิบัติการตามมาตรการยกระดับความเข้มข้นของการควบคุมด่าน ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบว่า ส่วนใหญ่เป็นไปอย่างเรียบร้อย

ทั้งนี้ ตามที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีบางจุดที่มีชาวกัมพูชาจำนวนมากรอข้ามแดนกลับประเทศ ฝ่ายไทยได้หารือเจรจากับฝ่ายกัมพูชาเพื่อสามารถขยายเวลาสำหรับการเปิดด่านฝั่งกัมพูชา และในที่สุดได้บริหารจัดการให้การผ่านแดนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดย ในที่สุดมีชาวกัมพูชาในจุดนั้นมีจำนวน 722 คนที่เดินทางข้ามแดนได้

นางมาระตี กล่าวว่า ขอย้ำแม้ว่ามาตรการต่างๆ จะเพิ่มความเข้มงวดขึ้น สำหรับผู้ผ่านแดนทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติอื่นๆเช่นกัน และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่าการผ่านแดน เพื่อความจำเป็นด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยมารักษาพยาบาล นักเรียน นักศึกษา ที่มาเรียนหนังสือ และการจับจ่ายใช้สอยเพื่อชีวิตประจำวัน ของประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้สบายใจได้ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินฝ่ายไทยพร้อมอำนวยความสะดวกให้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าการดำเนินการทุกอย่างของรัฐบาลไทยเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน มีการประสานงานและพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานทุกฝ่ายในพื้นที่ทุกวันและยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลักตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนตามที่ฝ่ายไทยยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอด ซึ่งในขณะที่ไทยกำลังอยู่ในวาระการเป็นสมาชิก คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติก็ย่อมเพิ่มความรับผิดชอบของไทยในเรื่องดังกล่าว

ประเด็นที่ 2 เรื่องของมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจที่ประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางการบริหารผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการต่างๆ เช่น การช่วยเหลือเยียวยาภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทยในกัมพูชาเป็นการเฉพาะ ซึ่งน่าได้รับผลกระทบจากการที่ฝ่ายกัมพูชา ระงับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศไทย ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายแห่ง ได้รับคำเชิญเข้าร่วมประชุม ศบ.ทก.เช้าวันนี้ เพื่อให้ข้อมูลและให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาทางเลือกต่างๆ พร้อมเตรียมการรับมือในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจจะเพิ่มขึ้นพื้นที่รองรับสินค้า และบริหารสถานการณ์ต่อไป

ในส่วนของพื้นที่ชายแดน ที่ประชุมรับฟังรายงานจากการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ ภายใต้การประสานงานของศูนย์สั่งการชายแดนในแต่ละจังหวัด โดยการอำนวยการของผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งการอำนวยความสะดวก ด้านการจำหน่ายสินค้าและช่วยเหลือเกษตรกร

ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษก ศบ.ทก. ด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขอเน้นย้ำถึงกลไกการทำงานของไทยว่าดำเนินการอย่างเป็นเอกภาพและเป็นขั้นตอน โดยมาตรการต่างๆที่ไทยกำหนดมาจากมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ โดยสั่งผ่าน ศบ.ทก. และสั่งการไปยังกองทัพที่มีกองกำลังป้องกันชายแดนเป็นผู้ปฏิบัติในพื้นที่

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า มาตรการในการเปิดได้ถูกยกระดับการควบคุมให้เข้มข้นขึ้น และเป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ทั้งชาวไทยและกัมพูชายังเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนได้ สามารถจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้หน่วยงานในพื้นที่ก็ยังดำรงความเข้มงวดในการกวดขันผู้ผ่านเข้า-ออก ซึ่งกรณีที่มีการจับกุมชาวกัมพูชา 2 คนเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เป็นการดำเนินการต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ตามปกติ โดยรายหนึ่งเป็นผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าเมือง อีกหนึ่งรายเป็นผู้ที่อยู่เกินห้วงเวลาที่กำหนด (Overstay)

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า สำหรับการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในวันนี้ ทางศบ.ทก.ได้หารือกับหน่วยรับผิดชอบ ในการจัดส่งสินค้าตามช่องทางต่างๆ เช่น กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งทุกหน่วยมีความพร้อมใน ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัด เร่วดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดชายแดน โดยวันนี้ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการชี้แจงแนวทาง การเพิ่มช่องทางจำหน่ายเครื่องอุปโภค บริโภค เช่น การประสานงานกับห้างร้าน สถานที่จำหน่ายสินค้า การจัดงานช่วงเทศกาลต่างๆ รวมถึงการเปิดช่องทางร้องเรียนให้แก่ประชาชน โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นผู้ประสานงานกับเครือข่ายพาณิชย์จังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของจังหวัดมาจัดจำหน่ายด้วยเช่นเดียวกัน

“ขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลไทยดำรงความเป็นเอกภาพในการดำเนินการ ในวันนี้นายกฯ มีกำหนดการเดินทางไปจังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังทุกข์ สุขของ ประชาชน รวมทั้งตรวจเยี่ยมขวัญให้ขวัญกำลังใจแก่กองกำลังป้องกันชายแดน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่” พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าว

นางมาระตี กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชน ให้ระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้รับการตรวจสอบยืนยัน และหลีกเลี่ยงการขยายข่าวปลอม ที่น่าจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลุกระดม เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติม ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและการชี้แจงอย่างเป็นทางการที่น่าเชื่อถือและจากเฟซบุ๊ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...