โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 บิ๊กเนมเคยถูก “ศาลรธน.” สั่งหยุด-ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่

INN News

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • INN News

เปิด 6 รายชื่อนักการเมืองที่เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

จากที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีรายงานการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญ 1 ก.ค. 2568 ที่คาดหมายว่า จะมีเรื่องสำคัญที่สังคมจับตา จะมีการพิจารณาและลงมติในคำร้องของ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย “พลเอกสวัสดิ์ ทัศนา” ประธานกรรมาธิการทหารที่ยื่นร้อง ถอดถอน “นายกอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร”กรณีคลิปเสียงสนทนา กับ “ฮุน เซน”และขอให้สั่งให้ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ที่หากมีการรับคำร้อง จะมีมติให้ “นายกอิ๊งค์” หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าคดีจะสิ้นสุดหรือไม่

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าจะมีการใช้โมเดล ”ลุงตู่” ในการปรับครม.อิ๊งค์2 ให้ “นายกอิ๊งค์” นั่งควบตำแหน่งรมว.กลาโหมเพื่อยังทำงานได้ระหว่างถูกศาล “สั่งหยุด” ที่เจ้าตัวปฏิเสธแล้วเมื่อวาน

ย้อนกลับไปดูบรรดานักการเมือง “บิ๊กเนม”ที่ตั้งแต่ระดับนายกฯจนถึง แกนนำฝ่ายค้าน ส.ส. ที่เคยถูก “ศาลรัฐธรรมนูญ” สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนการตัดสิน ขณะที่บางราย แม้ไม่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ปลายทางถูกตัดสินให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

ไล่เรียงตั้งแต่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ใน ช่วงปี 2565 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้องที่ส.ส. ฝ่ายค้านยื่นขอให้พิจารณาเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่าครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่พร้อมทั้งมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2565

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่ความเป็น รมว.กลาโหมของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา” ยังไม่สิ้นสุด ทำให้ยังเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สวรรณ” รักษาการนายกฯ ในฐานะรัฐมนตรีได้ ที่คดีนี้ปลายทางศาลมีคำวินิจฉัยให้รอดและกลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามเดิม

ถัดมา “เศรษฐา ทวีสิน” นายกคนที่ 30 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ 40 สว. ขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ จากกรณีแต่งตั้งบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีโดย วันที่ 23 พ.ค.2567 ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยให้ผู้ถูกร้อง ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง และ มีมติ 5 ต่อ 4 ไม่สั่งให้ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย แต่ต่อมา 14 ส.ค. 2567 ศาลมีคำวินิจฉัยถอดถอนเศรษฐาพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม ใน “รัฐบาลอิ๊งค์” ที่ล่าสุดถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ “เฉพาะจุด” ตามคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว โดยคำร้องอ้างถึงการที่ผู้ถูกร้องมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ

ถูกกล่าวหาว่าเป็นการแทรกแซงหรือครอบงำอำนาจของ กกต. และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลมีมติเอกฉันท์เห็นว่า ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง จึงมีคำสั่งให้ “พ.ต.อ.ทวี” หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ใน 2 ฐานะ คือในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI และ รองประธานกรรมการคดีพิเศษมีผลตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.68 เป็นต้นไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย โดยคดีนี้ยังไม่มีการตัดสิน

ส่วนในคดีเดียวกัน “รัฐมนตรี” ที่ถูกร้องขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างการพิจารณา แต่ปรากฎว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ คือ “นายภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตามคำร้อง จากประธานวุฒิสภา เช่นเดียวกับกรณี “พ.ต.อ.ทวี” ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ “นายภูมิธรรม” สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ที่ ศาลพิจารณาสำหรับกรณีของ “นายภูมิธรรม” และ มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่า "ยังไม่ปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง จะสั่งให้ “ภูมิธรรม” หยุดปฏิบัติหน้าที่

เช่นเดียวกับ อีก 2 บิ๊กเนมอย่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้นำจิตวิญญาณพรรคประชาชน อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่แม้จะมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ถูกยื่นร้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคดีที่เกี่ยวกับสมาชิกภาพ สิ้นสุดลงตามมาตรา 82 โดยธนาธรโดนคดีถือหุ้นสื่อ ส่วนพิธาเจอคดีหุ้นสื่อไอทีวี โดยทั้งคู่ต่างถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาเช่นกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...