โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศึกโผครม. วัดพลังขั้วการเมือง เขย่ารัฐบาล “แพทองธาร2”

PostToday

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 00.00 น.

โผ ครม. “วัดพลัง” ศึกขั้วอำนาจ เขย่าเก้าอี้ รมต. สะเทือนทั้งใน-นอกพรรคร่วม!

กระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังเป็นที่จับตาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเมื่อประเด็น “การจัดโผ” กลายเป็นมากกว่าแค่การแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง หากแต่เป็น “สนามวัดพลัง” ของกลุ่มการเมือง กระบวนการต่อรอง และยุทธศาสตร์เชิงอำนาจที่ส่งแรงกระเพื่อมทั้งภายในพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล และกลุ่มการเมืองภายนอก โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของรัฐบาลแพทองธาร 2 ที่ต้องเผชิญแรงต้านจากหลายทิศทาง

1. กลาโหมในมือพลเรือน? วัดใจเพื่อไทย-กองทัพ

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ “เก้าอี้กลาโหม” ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งเชิงสัญลักษณ์ของการประสานระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ กลับมีสัญญาณว่าเพื่อไทยอาจเปิดทางให้ “ทหาร” ก้าวขึ้นมาคุมกระทรวงนี้เต็มตัว หากเป็นจริง ถือเป็นการพลิกดุลอำนาจเชิงสถาบัน และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเพิ่มบทบาททหารในการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

2. สมดุลภายในเพื่อไทย: เกมวางตัวเพื่อสร้างเสถียรภาพ
การปรับ ครม. ครั้งนี้ยังสะท้อนความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่าง “สายการเมืองเก่า” กับ “กลุ่มใหม่” ที่นายกรัฐมนตรีแพทองธารต้องจัดวางให้ลงตัว ทั้งในเชิงอำนาจและความคาดหวังของพรรคร่วม เพื่อให้กลไกรัฐบาลสามารถเดินหน้าได้โดยไร้แรงต้านจากภายใน

3. กระทรวงศึกษาฯ: คนรุ่นใหม่ท้าทายระบบเก่า
กระทรวงศึกษาธิการกลายเป็นเวทีสำคัญของการวัดพลังระหว่าง “นักการเมืองสายอนุรักษ์นิยม” กับ “กลุ่มใหม่” ที่เสนอแนวทางการปฏิรูปการศึกษาแบบก้าวกระโดด โดยมีชื่อของนักวิชาการรุ่นใหม่ที่มีสายสัมพันธ์กับตระกูลการเมืองใหญ่ เป็นตัวเต็งนั่ง รมว. หากเปลี่ยนมือสำเร็จ จะสะท้อนถึงความตั้งใจในการยกระดับนโยบายการศึกษาจากฐานราก

4. ศึกในพรรครวมไทยสร้างชาติ: แตกเป็น 4 ก๊วน
พรรครวมไทยสร้างชาติแตกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ แบ่งย่อยเป็น 4 ก๊วน โดยเฉพาะกลุ่ม ส.ส. 18 คน ที่แสดงจุดยืนหนุนรัฐบาล ต่างจากสายแกนนำเดิมที่ยังคลุมเครือ การแยกขั้วในลักษณะนี้ทำให้โควตารัฐมนตรีของพรรคมีความไม่แน่นอน และเปิดช่องให้เกิดการโยกย้ายอำนาจภายในพรรค

5. ชาติไทยพัฒนา: ดวลภายใน “สะสมทรัพย์” ปะทะ “ประภัตร”
พรรคชาติไทยพัฒนา กำลังเผชิญศึกชิงตำแหน่ง รมช. ระหว่าง 2 กลุ่มภายในคือ สาย “สะสมทรัพย์” กับสาย “ประภัตร” ซึ่งต่างมีฐานการเมืองและอิทธิพลในพื้นที่ภาคกลาง การต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้อาจกำหนดอนาคตทางการเมืองของทั้งสองกลุ่ม

6. สุวัจน์: ตัวแปรสำคัญที่ทักษิณวางใจ

ชื่อ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานพรรคชาติพัฒนา ถูกจับตาในฐานะบุคคลที่นายทักษิณไว้วางใจ และอาจได้มอบหมายให้ดูแล 1 กระทรวง ในตำแหน่งระดับรัฐมนตรีเต็มตัวใน ครม. ความสัมพันธ์นี้สะท้อนการฟื้นฟูเครือข่ายทางการเมืองของกลุ่มอดีตแกนนำไทยรักไทยที่ยังคงมีบทบาทอยู่เบื้องหลังการจัดโผ

7. กล้าธรรม-อ.แหม่ม: พรรคเล็กแต่ต่อรองใหญ่

การขยับของ “อ.แหม่ม” จากพรรคกล้าธรรม เข้าสู่กระทรวงเกษตรฯ อย่าง “เบ็ดเสร็จเด็ดขาด” สะท้อนพลังต่อรองของพรรคเล็กที่สามารถแทรกตัวเข้าสู่กระทรวงระดับเศรษฐกิจได้สำเร็จ การจัดวางนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนแรงต่อรองของพรรคเล็กเท่านั้น แต่ยังอาจเปลี่ยนเกมอำนาจในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งมีฐานเสียงสำคัญทั่วประเทศ

บทสรุป: มากกว่า "โผ ครม." คือสนามประลองอำนาจ

การปรับ ครม. ครั้งนี้ คือ "การจัดตำแหน่งเพื่อสร้างอำนาจ" ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคนใหม่เข้าสู่ตำแหน่งเก่า แต่เป็นยุทธศาสตร์การวัดพลังของกลุ่มการเมือง เครือข่าย และผลประโยชน์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง การเปลี่ยนแปลงในแต่ละกระทรวงไม่เพียงแต่สะท้อนดุลอำนาจในปัจจุบัน แต่ยังเป็นตัวชี้วัดถึงทิศทางทางการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลก่อนเข้าสู่ปีงบประมาณใหม่ และศึกเลือกตั้งระดับท้องถิ่นและชาติที่รออยู่เบื้องหน้า

นี่ไม่ใช่แค่ “โผ ครม.” แต่คือสมรภูมิแห่ง “พลัง” ที่กำลังขยับตัว.

ที่มาเนื้อหาประกอบรายงาน เนชั่นอินไซต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...