โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ร่างกฎหมายของทรัมป์ "One Big Beautiful Bill" อาจเป็นฝันร้ายสำหรับอาณาจักรของอีลอน มัสก์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 08.02 น.
ร่างกฎหมายของทรัมป์

ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นระหว่างสองมหาอำนาจแห่งยุคอย่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ อีลอน มัสก์ ไม่ใช่แค่สงครามวาทะระหว่างบุคคล แต่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่อาจพลิกโฉมเศรษฐกิจสหรัฐฯ นั่นคือร่างกฎหมายที่ทรัมป์ตั้งชื่ออย่างสวยหรูว่า"One Big Beautiful Bill" บทความนี้จะเจาะลึกว่ากฎหมายนี้คืออะไร มีรายละเอียดอย่างไร และเหตุใดมันจึงกลายเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่ออาณาจักรธุรกิจของอีลอน มัสก์ จนทำให้เขาต้องออกมาต่อต้านอย่างเต็มที่

ร่างกฎหมาย "One Big Beautiful Bill" คืออะไร?

"One Big Beautiful Bill" คือ ชุดข้อเสนอการปฏิรูปเศรษฐกิจขนานใหญ่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ นำเสนอโดยมีหัวใจหลักคือการดำเนินนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) อย่างสุดขั้ว ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่

1. การลดภาษีครั้งใหญ่ (Radical Tax Cuts) เพื่อกระตุ้นการลงทุนและการจ้างงานในประเทศ โดยมีทั้งการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญ ทรัมป์เสนอให้ลดภาษีนิติบุคคลลงอีก เพื่อจูงใจให้บริษัทต่างๆ ลงทุนและจ้างงานในสหรัฐฯ มากขึ้น
2. นโยบายการค้าแบบกีดกัน (Protectionist Trade) การตั้งกำแพงภาษีในอัตราที่สูง โดยเฉพาะจากประเทศจีน เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศและกระตุ้นให้เกิดการผลิตในสหรัฐฯ (Made in America)
3. การยกเลิกนโยบายพลังงานสะอาด (Reversal of Green Policies) กลับไปสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานดั้งเดิม การตัดเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV), การผลิตแบตเตอรี่, และโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นนโยบายที่สิ้นเปลืองและทำลายอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิลดั้งเดิม

ผลกระทบต่ออาณาจักรของอีลอน มัสก์

ร่างกฎหมาย "One Big Beautiful Bill" ดูเหมือนกระทบต่อธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดของบริษัท Tesla ในทางลบมากที่สุด เนื่องจากหัวใจสำคัญของร่างกฎหมายนี้คือการยกเลิกนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดที่มีอยู่เดิม

ตัวอย่างหนึ่ง คือ การยกเลิกเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV Tax Credit) ปัจจุบัน ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ จะได้รับส่วนลดทางภาษีสูงถึง $7,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 275,000 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายและทำให้รถ Tesla สามารถแข่งขันในตลาดได้ หากร่างกฎหมายนี้ผ่าน การยกเลิกสิทธิประโยชน์นี้จะทำให้ราคาสุดท้ายที่ผู้บริโภคต้องจ่ายสูงขึ้นทันที ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างมาก

การตัดเงินอุดหนุนการผลิตแบตเตอรี่และพลังงานสะอาด กฎหมายเดิม (Inflation Reduction Act - IRA) ให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทที่ผลิตแบตเตอรี่และส่วนประกอบสำหรับพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ ซึ่ง Tesla เป็นผู้ได้รับประโยชน์รายใหญ่ การยกเลิกเงินอุดหนุนส่วนนี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตของ Tesla สูงขึ้น และลดความสามารถในการทำกำไร

และอาจชะลอการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า นโยบายของทรัมป์มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป ซึ่งจะลดแรงกดดันให้ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมต้องหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง และอาจทำให้การยอมรับรถยนต์ไฟฟ้าในภาพรวมของตลาดช้าลง

นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ วิจารณ์ร่างกฎหมายฉบับนี้ว่าอาจสร้างหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง และจะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นมหาศาล ซึ่งจะสร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว

สำหรับผลกระทบต่อธุรกิจขนส่งอวกาศของบริษัท SpaceX และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink อาจเป็นผลกระทบทางอ้อมจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เนื่องจากปัจจุบันบริษัท SpaceX พึ่งพาสัญญามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากองค์การนาซา NASA และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ความขัดแย้งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจนำไปสู่การทบทวนหรือยกเลิกสัญญาเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อความอยู่รอดของบริษัท

ทรัมป์ยืนยัน "ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง"

แม้จะมีผลกระทบด้านต่าง ๆ แต่ทางโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงผลักดันกฎหมายฉบับนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเขาเชื่อว่าร่างกฎหมายนี้มีเป้าหมายที่จะรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจที่สนับสนุนโลกาภิวัตน์และพลังงานทางเลือก แล้วหันกลับไปสู่นโยบายที่เน้นอุตสาหกรรมดั้งเดิมภายในประเทศเป็นหลัก

การลดภาษีครั้งใหญ่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุด เขามองว่าเมื่อบริษัทต่างๆ จ่ายภาษีน้อยลง ก็จะมีเงินทุนเหลือไปใช้ในการลงทุน ขยายโรงงาน และที่สำคัญคือการจ้างงานชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน การลดภาษีให้บุคคลธรรมดาจะทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น และเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตอย่างรวดเร็ว

สำหรับนโยบายกำแพงภาษี ทรัมป์ให้เหตุผลว่านี่ไม่ใช่การสร้างภาระให้ผู้บริโภค แต่เป็นเครื่องมือในการสร้าง "การค้าที่ยุติธรรม" (Fair Trade) เขายืนยันว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน เอาเปรียบสหรัฐฯ มานานด้วยการผลิตสินค้าราคาถูกและทุ่มตลาด ทำให้โรงงานในอเมริกาต้องปิดตัวและแรงงานต้องตกงาน

กำแพงภาษีจึงเป็นวิธีที่จะทำให้สินค้านำเข้าราคาแพงขึ้น เพื่อจูงใจให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคหันมาสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในอเมริกา (Made in America) ซึ่งจะช่วยนำตำแหน่งงานและอุตสาหกรรมการผลิตกลับคืนสู่ประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และอีลอน มัสก์ ไม่ใช่เป็นเพียงความบาดหมางส่วนตัว แต่คือการปะทะกันของวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่ออนาคตของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ด้านหนึ่งคือวิสัยทัศน์ของทรัมป์ที่ต้องการหวนคืนสู่อุตสาหกรรมดั้งเดิม ปกป้องตลาดภายใน และให้ความสำคัญกับพลังงานฟอสซิลภายใต้นโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน"

ส่วนอีกด้าน คือ วิสัยทัศน์ของมัสก์ ซึ่งเป็นตัวแทนของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีล้ำสมัย และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

ดังนั้น ชะตากรรมของร่างกฎหมาย "One Big Beautiful Bill" และผลลัพธ์ของความขัดแย้งครั้งนี้ จึงไม่ได้ตัดสินเพียงอนาคตของบริษัท Tesla หรืออีลอน มัสก์เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวชี้วัดทิศทางของสหรัฐอเมริกาในเวทีโลก ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในทศวรรษต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...