โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กลุ่มแบงก์ ‘กำไรไตรมาส 2’ หด พิษ ‘เศรษฐกิจ-สินเชื่อ’ ลด รายได้ดอกเบี้ยชะลอตัว

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

“กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย” (แบงก์) กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ “ท้าทาย” ในแง่ของผลประกอบการช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 ที่คาดว่าจะประกาศตัวเลขการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเะทศไทย (ตลท.) ในช่วงเดือนก.ค. นี้ ทั้งนี้หลากหลายสำนักวิเคราะห์ประเมินตัวเลขงบแบงก์ไตรมาส 2 ไม่สดใส แต่ “จุดแข็ง” โดดเด่นคงยกให้ “การจ่ายเงินปันผล” และ “การซื้อหุ้นคืน” อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุง เนื่องจากยังมีประเด็นความเสี่ยงแนวโน้ม “เศรษฐกิจ” ครึ่งปีหลัง 2568

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจิรญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า “กลุ่มธนาคารพาณิชย์” (แบงก์) ยังคงเผชิญภาวะ “ชะลอตัว” ในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตที่ไม่มากและการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทำให้กำไรของกลุ่มธนาคารอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับ แนวโน้ม “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งเหลือการประชุมอีก 3 ครั้ง ซึ่งคาดว่า กนง. มีโอกาสที่จะ “ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง” อีก 1 ครั้ง สู่ระดับ 1.50% สอดคล้องกับพันธบัตรรัฐบาลไทยที่ปรับตัวลงไปใกล้ 1.5% แล้ว ซึ่งสะท้อนว่าดอกเบี้ยนโยบายยังมีโอกาสลดลงได้อีก เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการที่ภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังอาจมีแรงกดดันจากนโยบายการค้าของสหรัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม แม้กำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะอ่อนตัวลงในไตรมาส 2 ปี 2568 แต่ทว่ากลุ่มแบงก์มี “จุดเด่น” ที่มีการจ่ายเงินปันผลที่สูง ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มธนาคารพยายามเพิ่มนโยบายการจ่ายเงินปันผล หรือบางธนาคารก็มีการซื้อหุ้นคืน เห็นได้ชัดคือธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ที่มีการซื้อหุ้นคืน รวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ที่ได้จบโครงการซื้อหุ้นคืนรอบแรกไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาซื้อหุ้นคืน เช่น ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ ธนาคารกรุงไทย (KTB) คาดว่าจะช่วยหนุนราคาหุ้นของกลุ่มธนาคารในระยะต่อไปได้

สำหรับ หุ้นเด่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แนะนำหุ้น KTB มีศักยภาพ หรือมีโอกาสในการซื้อหุ้นคืน รวมถึงให้ปันผลระดับสูงประมาณ 7% ต่อปี และคาดว่ากลุ่มธนาคารโดยรวมมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการพิจารณาจ่ายปันผลระหว่างกาลที่จะเข้ามาเสริม

นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ปี 2568 กลุ่มแบงก์คาดจะลดลงเพียงเล็กน้อยทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสินเชื่อที่ลดลง ซึ่ง NIM ปรับตัวลงจากดอกเบี้ยนโยบายที่มีการปรับลง และระดับต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) ที่ยังน่าจะทรงตัวสูง

อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้าคาดทิศทางกำไรของกลุ่มแบงก์ อาจจะลดลงต่อในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากฐานสินเชื่อที่ต่ำลง กำไรเงินลงทุนที่น่าจะลดลง และคาดค่าใช้จ่ายสำรองที่อาจสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านภาคการส่งออก โดยเราคาดการณ์กำไรของกลุ่มแบงก์ปีนี้อยู่ที่ 185,331 ล้านบาท (ไม่รวมKBANK) หรือ ลดลง 5% จากปีก่อน พร้อมกับแนะนำการลงทุนหุ้นกลุ่มแบงก์ “ไม่เพิ่มสัดส่วน” การลงทุนแล้ว แต่เน้น “ถือ” เพื่อรับปันผลได้บางตัวเท่านั้น

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า คาดว่าภาพรวมกลุ่มแบงก์ไตรมาส 2 ปี 2568 ด้านสินเชื่อแนวโน้มจะชะลอตัวลง แต่กลุ่มสินเชื่อที่จะนำการเติบโตในไตรมาส 2 ปี 2568 น่าจะมีเพียง “สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่” จากการรีไฟแนนซ์หนี้/หุ้นกู้ ขณะที่ธนาคารยังคงใช้ความระมัดระวังสินเชื่อของ SME และสินเชื่อรายย่อย โดยเน้นกลุ่มลูกค้ารายได้สูงสำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบัตรเครดิต

ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 50bp ในวันที่ 1 ม.ค.-30 เม.ย.68 จึงทำให้อัตราดอกเบี้ย Benchmark ของอุตสาหกรรมธนาคารอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2567 ดังนั้น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) โดยรวมในไตรมาส 2 ปี 2568 จึงน่าจะอยู่ใน “ขาลง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...