เจาะ 2 หุ้นค้าปลีกน้ำมัน OR-PTG ในวันที่ Non-Oil คือกลยุทธ์การเติบโต!
The Bangkok Insight
อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 01.45 น. • The Bangkok Insightเจาะ 2 หุ้นค้าปลีกน้ำมัน OR-PTG ในวันที่ Non-Oil คือกลยุทธ์การเติบโต
ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวน และแนวโน้มพลังงานสะอาดเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมค้าปลีกน้ำมัน ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง OR และ PTG ต่างก็หันมาจับจุดเติบโตใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักเพียงอย่างเดียว กลยุทธ์ Non-Oil จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาวของทั้งคู่
เพราะแม้ว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกน้ำมันจะยังสร้างรายได้หลักให้บริษัท แต่สิ่งที่น่าจับตาคือการขยายอาณาจักรผ่านธุรกิจคาเฟ่ ร้านอาหาร การบริการ และโลจิสติกส์ที่แทรกตัวอยู่ในสถานีบริการอย่างแยกกันไม่ออก คำถามคือกลยุทธ์ Non-Oil ของ OR และ PTG กำลังเดินหน้าไปถึงไหน และใครจะเป็น Game Changer ตัวจริงบนสนามใหม่นี้ ?
1. OR หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีมูลค่าตลาด 135,600 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วน P/E ปี 2568 ที่ 11.47 เท่า และ P/BV ที่ 1.15 เท่า
2. PTG หรือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีมูลค่าตลาด 9,519 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วน P/E ปี 2568 ที่ 8.60 เท่า และ P/BV ที่ 0.98 เท่า
ในช่วงที่ผ่านมา แม้อัตรากำไรน้ำมันถูกกดดันต่อเนื่อง แต่ OR และ PTG คาดว่ายอดขายน้ำมันจะเติบโตขึ้นในปี 2568 โดย OR ได้ประโยชน์จากอุปสงค์น้ำมันอากาศยานที่แข็งแกร่ง อีกทั้งแม้คาด SG&A/ลิตรจะเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ Non-Oil แต่แนวโน้มกำไรระยะยาวยังดูสดใสหนุนจาก GPM ที่สูงขึ้น
มุมมองจากนักวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย คงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มขายปลีกน้ำมัน เนื่องจากคาดว่าความไม่แน่นอนของราคาน้ำมัน จะกดดันอัตรากำไรน้ำมัน และกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2568
นอกจากนี้ ผู้บริหารของทั้ง OR และ PTG คาดว่าอัตรากำไรน้ำมันจะยังถูกกดดันในปี 2568 จากการแทรกแซงของรัฐบาล และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี ผู้บริหารเชื่อว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะเติบโตขึ้น YoY หนุนจากแคมเปญส่วนลด และอุปสงค์น้ำมันอากาศยานที่แข็งแกร่ง โดย OR จะได้ประโยชน์จากสถานการณ์เช่นนี้ เนื่องจากมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 50% ของตลาดน้ำมันอากาศยานในประเทศ ขณะที่ PTG ไม่ได้ดำเนินธุรกิจนี้
สำหรับการมุ่งเน้นไปยังกลุ่ม Non-Oil มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงในช่วงเริ่มต้น แต่จากแนวโน้มของตลาดขายปลีกน้ำมันที่ยากลำบากเช่นนี้ ทำให้ทั้ง 2 บริษัทจึงมุ่งเน้นไปยังกลุ่มธุรกิจ Non-Oil มากขึ้น เพื่อบรรเทาแรงกดดันต่ออัตรากำไรน้ำมัน เราคาดว่าการเปลี่ยนผ่านนี้ จะเพิ่มความท้าทายด้านต้นทุน
โดยคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A ของ OR จะเพิ่มขึ้นจากแผนการลงทุนในแบรนด์ F&B ใหม่ ที่คาดจะประกาศในไตรมาส 3/2568 ขณะเดียวกัน PTG ก็เร่งขยายธุรกิจกาแฟ โดยคาด SG&A จะเพิ่มขึ้นตามการขยายสาขาที่มากขึ้น แต่เชื่อว่ากลยุทธ์การลงทุนดังกล่าว จะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในระยะยาวหนุนจาก GPM ที่สูงขึ้น
ส่วนความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา คาดว่าจะส่งผลกระทบจำกัดในระยะยาว โดยที่กำไรสุทธิของ OR จะได้รับผลกระทบเล็กน้อย จากคำสั่งห้ามนำเข้าเชื้อเพลิงจากไทยของกัมพูชา สถานีบริการน้ำมันในกัมพูชาคิดเป็นสัดส่วนแค่ 3% ของจำนวนสถานีบริการน้ำมันรวมของ OR และ 2% ของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวม คิดเป็นแค่ 3-7% ของ EBITDA ของ OR เท่านั้น ในขณะที่ PTG ไม่มีธุรกิจกับกัมพูชา
ทั้งนี้ บล. กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” หุ้น OR ที่ราคาเป้าหมาย 16.20 บาทต่อหุ้น พร้อมแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTG ที่ราคาเป้าหมาย 8.10 บาทต่อหุ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- OR ร่วมกับ บางกอกแอร์เวย์ส นำร่องใช้น้ำมัน SAF ที่ผลิตในไทยเป็นครั้งแรก
- คาเฟ่ อเมซอน ดัน ‘อเมซอน พรีเมียม Selected Cup’ ย้ำผู้นำตลาดกาแฟไทย
- ‘OR-พาณิชย์’ ผนึกกำลังช่วยเหลือเกษตรกร รับซื้อมังคุดใต้ สร้างรายได้สู่ชุมชนผ่าน PTT Station
ติดตามเราได้ที่