โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก็แค่รัก คนที่อยากจะรัก 'Laurence Anyways' หนังที่ว่าด้วยความรักอันงดงาม แบบไม่ต้องมีคำยามว่าเพศไหน

Mirror Thailand

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 07.56 น.
ภาพไฮไลต์

Laurence Anyways คือผลงานลำดับ 3 ในชีวิตการทำหนังของผู้กำกับชาวแคนาเดียน-ฝรั่งเศส ซาเวียร์ โดลอง (Xavier Dolan) ซึ่งพูดเรื่องความเป็นเควียร์และการข้ามเพศตั้งแต่ในปี 2012 อีกทั้งช่วงเวลาภายในหนังก็ยังพาเราย้อนกลับไปถึงช่วงประมาณปลายปี 80s - 90s ที่เผยให้เห็นว่าสังคมส่วนใหญ่ แม้แต่ในฝั่งยุโรปเองก็ยังไม่ได้เปิดรับการข้ามเพศหรือคนข้ามเพศมากขนาดนั้น และการที่หนังเรื่องนี้ทั้งถกเถียงและถากถางประเด็นต่างๆ เหล่านี้ได้ ‘โคตรมัน’ ผ่านฝีมือคนทำหนังที่มีสไตล์การเล่าเรื่องหวือหวาอย่างโดลองแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมมันถึงได้รับรางวัล Queer Palm จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ตั้งแต่ในปีนั้นไปด้วย

อันที่จริงแล้ว Laurence Anyways อาจเป็นหนังที่เปิดมาด้วยการพูดเรื่องการข้ามเพศของคนคนหนึ่ง แต่สำหรับเราที่กลับมาดูเรื่องนี้อีกครั้งในวัยและวันที่เติบโตขึ้น เรากลับพบว่า Laurence Anyways คือหนังรักที่พูดเรื่องความรักได้อย่างทรงพลังดีๆ นี่เอง เพียงแต่มันเป็นความรักที่มองมาจากมิติอันหลากหลายแตกต่างไป นั่นหมายถึงการรักและเคารพตัวเองไปพร้อมกับเคารพในสิ่งที่ตัวเองได้ ‘เลือก’ อย่างสัตย์ซื่อ

หนังเล่าเรื่องของ ‘โลรองซ์’ (Laurence) ครูโรงเรียนมัธยมหนุ่มวัย 35 ที่มีชีวิตเหมือนๆ กับผู้ชายทั่วไป เขาแต่งงานอยู่กินกับ ‘เฟร็ด’ (Fred) แฟนสาวมาสักพัก แล้วพวกเขาก็รักกันปานจะกลืนกินเหมือนหนุ่มสาวทั่วไป ทว่าความรู้สึกขัดแย้งบางอย่างก็ยังเกิดขึ้นในใจของโลรองซ์ตลอดเวลา มันเป็นความรู้สึกราวกับว่าอยู่ท่ามกลางผู้คน แต่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ เป็นความรู้สึกเหมือนเขามองไม่เห็นตัวเอง เห็นแค่คนแปลกหน้าซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้อาศัยอยู่ในร่างกายของเขา พูดเหมือนเขา คิดเหมือนเขา ทำอะไรๆ เหมือนเขา แต่นั่นไม่ใช่เขาเลย และมันทำให้เขารู้สึกแปลกแยกแม้กระทั่งในตัวเอง

กระทั่งวันหนึ่งความอัดอั้นก็ระเบิดโพล่งออกมา เมื่อเขาสารภาพกับแฟนสาวว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย…

แน่นอนว่าการระเบิดตัวตนครั้งใหญ่ของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ใช้ชีวิตมาจนถึง 35 ย่อมมีแรงปะทะตามมามากมาย อย่างแรกคือแรงปะทะภายนอกจากบรรดาคนรอบข้าง เพื่อนที่ทำงาน ครอบครัว คนในสังคมรอบข้างเขา ฯลฯ แต่แรงปะทะภายนอกก็อาจเทียบไม่ได้แลยกับแรงปะทะจากภายใน ไม่ใช่แค่ภายในตัวเอง ยังเป็นแรงปะทะภายในตัวของแฟนสาวที่รุนแรงไม่แพ้กัน ในมุมของผู้หญิงที่ต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัว ผู้หญิงคนหนึ่งที่ตื่นมาแล้วพบว่าผู้ชายข้างๆ เธอคือใครกันแน่ และต้องต่อสู้กับความรู้สึกมากมายแบบไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรดี อกหัก ผิดหวัง สับสน และอีกสารพัดความรู้สึกพัลวันกันอยู่ในนั้น

“เธอจะบอกว่าเธอเกลียดร่างกายตัวเอง เกลียดร่างกายที่ฉันรักมันทุกอย่างงั้นเหรอ?” เฟร็ดถามโลรองซ์ ในวันที่เขาสารภาพกับเธอถึงความรู้สึกแปลกหน้าในร่างกายตัวเอง

“แล้วทุกอย่างที่เธอรักมีแค่ร่างกายเหรอ?” โลรองซ์ตอบ

บทสนทนาเจ็บปวดถึงการพยายามหาคำตอบในความสัมพันธ์ของพวกเขาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ในทีเเรก Laurence Anyways มีองค์ประกอบคล้ายกับหนังหลายๆ เรื่องที่พูดถึงคนข้ามเพศและการข้ามเพศ ตั้งแต่ภาวะก่อนหน้า ความอึดอัดสับสน การตั้งคำถามถึงตัวตนที่แท้จริง ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่าน แต่เรื่องราวหลังจากนั้นกลับไม่ค่อยมีใครพูดถึงนัก โดยเฉพาะในมุมของคนท่ีเลือกจะ ‘อยู่ข้างๆ’ ไม่ทิ้งไปไหน แถมยังคอยซัพพอร์ต ให้กำลังใจ และเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้น อย่างที่เฟร็ด-แฟนสาวของโลรองซ์เลือกที่จะทำ

มันทำให้เราได้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จะจัดวางตัวเองไว้ตรงไหน อย่างไร ในชีวิตของโลรองซ์และในความสัมพันธ์นี้ มันทำให้เธอตั้งคำถามถึงตัวตนของตัวเองว่าเธอเป็นใคร และถ้าเลือกจะคบกับโลรองซ์ต่อไป เธอจะต้องเป็นตัวเองแบบไหน ต้องข้ามเพศไปเป็นผู้ชายด้วยหรือเปล่า หรือเป็นทอม เป็นเลสเบี้ยน ก็ในเมื่อโลรองซ์เป็นผู้หญิง แล้วพวกเขาจะต้องนิยามตัวเองว่าเป็นคนรัก เพื่อนสาว หรือเป็นอะไร ซึ่งไม่ใช่คำถามที่ง่ายดายเลยสำหรับยุคนั้น

หนังพาคนดูออกเดินทางไปกับคำถามน่าสับสนต่างๆ นี้พร้อมกับเฟร็ดและโลรองซ์ ชวนให้คิดว่าหรือจริงๆ แล้วมันกำลังวิพากษ์เราอย่างตลกร้ายกันแน่ เหมือนเช่นที่เรากำลังอยู่ในโลกที่ทุกอย่างถูกบังคับให้ เราพยายามจับยัดให้ทุกคน ทุกสิ่ง ต้องลงไปอยู่ใน ‘บล็อก’ ของอะไรสักอย่าง ทุกอย่างต้องมีชื่อเรียก ต้องมีคำตอบ เราไม่เพียงต้องรู้และหาคำตอบให้ได้ว่าตัวเองเกิดมาเป็นใคร เป็นเพศอะไร หรือต้องการรักคนเพศไหน แต่เรายังต้องการรู้ยันเรื่องของคนอื่นๆ ในเรื่องทั้งหมดนั่นด้วย เรากระหายอยากเห็นใครสักคน Come Out ทั้งที่เขาอาจจะยังไม่ได้พร้อม เราอยากรู้นิยามตัวตนของทุกคนว่าเขาเป็นอะไร เควียร์ไหม ชายจริงหญิงแท้ หรือว่าแซฟฟิก ถึงเขาจะไม่ได้อยากนิยามตัวเองเลยสักนิดเดียว และพอเป็นเรื่องอัตลักษณ์หรือรสนิยมทางเพศของใครสักคน เราก็มาถึงจุดที่อยากรู้แม้กระทั่งว่าใครเป็นรุกใครเป็นรับกันขนาดนั้น ทั้งที่บางครั้งทั้งหมดนั้นอาจไม่ได้เกี่ยงข้องมีผลกับชีวิตเราหรือใครเลยแม้แต่น้อย

Laurence Anyways จึงเป็นหนังที่อาจเรียกได้ว่ามาก่อนกาล ในการ ‘เบลอ’ และ ‘ทำลาย’ บล็อกหรือคำนิยามทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ใช่แค่เพียงแง่มุมของการข้ามเพศ หากยังเป็นมุมของคนคนหนึ่งที่ข้ามเพศไปแล้วว่าเขา ‘ข้ามแล้วไปไหน’ ‘เป็นอะไร’ และ ‘เลือกที่จะรักใคร’ ต่อจากนั้น หากคนคนนั้นไม่เอานิยามคำว่าเพศไหนมาเป็นสาระสำคัญของชีวิต

นี่อาจเป็นเรื่องราวของมนุษย์จริงๆ ที่ไม่สามารถ และไม่ต้องการการถูกนิยามใดๆ ไม่ได้ต้องการให้ใครมาจับวางหรือจัดระเบียบ เพราะมนุษย์คือความซับซ้อนอ่อนไหว แล้วความรักของมนุษย์ก็เป็นเรื่องงดงามที่มีเฉดสีมากกว่านั้น

ที่แน่ๆ สิ่งที่อยู่ในตัวมนุษย์อย่างโลรองซ์และเฟร็ดเสมอมาตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครก็คือความรักยิ่งใหญ่ที่มีต่อกัน เป็นมนุษย์หนึ่งคนที่แค่รักมนุษย์อีกคน ก็เพราะพวกเขาได้ ‘เลือก’ แล้วที่จะรักคนคนนั้น ไม่ได้รักใครคนอื่น…

เพราะไม่ว่าจะภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ตัวตนข้างในก็ยังเป็นคนเดิม เหมือนฉากสุดท้ายของหนังที่ย้อนกลับไปในวันแรกที่ทั้งคู่เจอกันแล้วตกหลุมรักกันอย่างไม่มีเงื่อนไข และโลรองซ์บอกกับเฟร็ดว่า

“ยังไงเขาก็เป็นโลรองซ์”

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...