Business Today Thai Politics 20 มิถุนายน 2568
Businesstoday
อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.09 น. • Businesstoday“นายกฯ” พบ แม่ทัพภาค 2 ขึ้น ฮ.ไปฐานมรกตให้กำลังใจทหาร
จ.อุบลราชธานี วันนี้ (20 มิ.ย.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงกองบิน 21 จ.อุบลราชธานี โดยมีพล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 รอรับ และเดินทางต่อไปที่สนามกีฬานานาชาติ อบต.โดมประดิษฐ์ มีว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.อุบลราชธานี นายเกรียง กัลตินัลป์ อดีต รมว.มหาดไทย และ สส.พรรคเพื่อไทย มารอต้อนรับ
น.ส.แพทองธาร ได้มอบสิ่งของให้แก่ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง โดยชาวบ้านหลายคนนำดอกกุหลาบ และผ้าขาวม้า มามอบให้เป็นกำลังใจแก่นายกฯ ในระหว่างที่ประชาชน มอบดอกไม้ให้ นายกฯชวนแม่ทัพภาคที่ 2 มารับดอกไม้และถ่ายภาพร่วมกัน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เคลียร์ใจแล้วหรือไม่ นายกฯไม่ได้ตอบคำถาม โดยจังหวะที่สอบถามอย่างชุลมุน ปรากฎว่าไมค์ของสื่อมวลชน ไปโดนหัวของนายกฯ ทำให้นายกฯร้อง “โอ้ย เขกหัว“ ก่อนที่สื่อมวลชนจะรีบขอโทษ ขณะที่นายกฯขำ พร้อมตอบกลับว่า ไม่เป็นไร
จากนั้นนายกฯพร้อมแม่ทัพภาคที่2 เดินทางต่อไปที่ฐานปฏิบัติการมรกต ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน เพื่อพบปะและให้กำลังใจกองกำลังพลกองกำลังสุรนารี
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุม 7 ผู้ว่าฯ ชายแดน ไทย-กัมพูชา
วันนี้ (20 มิ.ย.) ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามดูแลการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และวิดีโอ คอนเฟอร์เร้นท์ กับผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดชายแดน ประกอบด้วย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ตราด จันทบุรี สระแก้ว
โดยมี นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมการประชุม
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุม ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ว่า เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง แต่อยากให้ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่ออย่างเข้มแข็ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และตนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านที่อาสามาอยู่ตรงนี้ได้ดูแลประชาชนมาระยะต่างกัน ตนคิดว่าเมื่อเอาประเทศชาติและประชาชนเป็นหลักก็จะสร้างเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรต่อ ในเรื่องสถานการณ์ชายแดน
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดและมีการพูดคุยถึงเรื่องหลุมหลบภัย และบังเกอร์ โดยมีการสั่งการให้ทำเพิ่มเติม ซึ่งตนอยากเน้นย้ำว่า พวกบังเกอร์ที่มีขอให้ช่วยดูเรื่องของคุณภาพให้ดี เนื่องจากไม่แน่ใจว่า บังเกอร์ที่ชาวบ้านทำเอง จะสามารถป้องกันได้มากน้อยเพียงใด และบังเกอร์ที่สร้างอย่างรวดเร็ว ก็ไม่แน่ใจว่าสามารถป้องกันอะไรได้บ้าง จึงอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยดู
นอกจากนี้ได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในเรื่องยุทโธปกรณ์ต่างๆที่ยังไม่เพียงพอ หรือมีอะไรที่ยังไม่ค่อยทันสมัย จึงไม่อยากให้ประชาชนได้ต้องเป็นห่วง และขอให้ทางกองทัพช่วยกันดู ว่าของเรานั้นมีความพร้อมอยู่เสมอ แน่นอนว่าต้องการเลี่ยงการปะทะอย่างแน่นอน แต่หากเกิดสุดวิสัย ก็ต้องรักษาชีวิตของทหารชายแดนนับหมื่นคน และรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยชีวิตของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญและที่ตนเคยบอกไปก่อนหน้านี้มหาดไทยเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว มหาดไทยเองก็ต้องดูแลคนในบ้านให้ปลอดภัย ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ
ส่วนในพื้นที่ 7 จังหวัดก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดนายอำเภอ นายกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ขอให้ดูแลประชาชน ในการปฏิบัติพื้นที่ส่วนหลัง ตอนนี้รัฐบาลกำลังพูดคุย ไม่ให้เกิดการปะทะไม่เกิดความรุนแรง แต่ขอให้มีการเตรียมความพร้อมทุกอย่าง หากเกิดเหตุการณ์มีการปะทะ โรงพยาบาลและทุกอย่างต้องมีความพร้อม บุคลากรต้องพร้อม พร้อม ควบคู่ไปกับเรื่องยาเสพติดในพื้นที่ แม้ว่าจะสามารถปราบไปได้เยอะมากๆในช่วงที่ผ่านมา
ซึ่งก็ได้รับเสียงสะท้อนจากสส.ว่าเราจับล็อตใหญ่ๆไปได้ แต่ยังมีล็อตที่เข้ามาแล้วในหมู่บ้านชุมชน ที่เป็นล็อตเล็กๆแต่มีการกระจายถึงชาวบ้านอยู่ นี่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ขอให้ช่วยเป็นหูเป็นตา และดูแลความปลอดภัยของชาวบ้าน ที่นำข้อมูลเรื่องยาเสพติดมาให้ ไม่อยากให้ต้องรู้สึกกลัวและไม่บอกข้อมูลข้อเท็จจริง ซึ่งจากที่ได้คุยกับสส.และภาคต่างๆ ชาวบ้านจะไม่ค่อยกล้าบอก ทางผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ใหญ่บ้านซึ่งสส.ก็ได้รับรู้มาบ้าง จึงอยากขอให้สร้างความมั่นใจว่า เขาสามารถให้ข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดที่เกิดขึ้นในชุมชน พร้อมกับสร้างความ มั่นใจในเรื่องของข่าวปลอม โดยอยากให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเพจหลัก
โดยในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเชื่อมั่นและทราบฝีมือ และมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะสามารถทำประโยชน์และทำงานอย่างต่อเนื่อง ขอให้ช่วยกันทำงานให้เข้มแข็งที่สุด และสัญญาว่ารัฐบาล ไม่ทิ้งกระทรวงไหน และมั่นใจว่าทุกกระทรวงจะสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ ขอให้ยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ
“ภูมิธรรม” ชี้แค่ปรับ ครม. พรรคร่วมรัฐบาลยังอยู่ครบ
วันนี้ ( 20 มิ.ย.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ล่าสุดว่าได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล ถึงการให้ความมั่นใจกับนายกรัฐมนตรี ว่า ท่านเป็นหัวหน้าพรรค เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้ประสานและพูดคุย เพราะท่านเป็นหัวหน้าพรรค สถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ลาออก ยังไม่ได้พ้นสภาพ
เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะมาถามว่าตั้งใครขึ้นมาใหม่นั้นยังไม่ใช่ ตอนนี้เป็นแค่เพียงการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะปรับหรือไม่ปรับก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี รัฐบาลยังอยู่เหมือนเดิมและพรรคภูมิใจไทยได้ออกไป พรรคร่วมรัฐบาลก็ยังดำเนินการอยู่ ก็เป็นการปรับกำลังให้เหมาะสมเท่านั้นเอง
เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติใดขอให้เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเป็นนายชัยเกษม นิติศิริ นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินอย่างนี้ ตนคิดว่ามันจบแล้ว
เมื่อถามต่อว่าพรรครวมไทยสร้างชาติได้ส่งสัญญาณมาที่พรรคเพื่อไทย หรือนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องไปถามนายกรัฐมนตรี แต่เท่าที่ตนได้รับทราบมา ไม่มีอะไรแล้ว
เมื่อถามว่าทุกสัญญาณที่นายภูมิธรรม ได้รับมา พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังอยู่ร่วมสนับสนุนนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นอย่างนั้น
ส่วนวันนี้ยังมั่นใจพรรคร่วมรัฐบาลที่เหลือหรือไม่นั้นนายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจ
เมื่อถามต่อว่าจะมีใครเข้ามาเติมเสียงให้กับรัฐบาลอีกหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อันนี้เดี๋ยวไปดูตามกระบวนการ
ส่วนจะมองว่าท่าทีของพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นการต่อรองหรือไม่ เพราะตามรายงานข่าวเหมือนเสนอให้เปลี่ยนตัวนายกฯ นายภูมิธรรม กล่าวว่า นั่นเป็นข่าว การประชุมของแต่ละพรรคก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคที่จะพิจารณา เรื่องการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคของทุกพรรคไม่ใช่เรื่องแปลก ในเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเรียกคุยกัน และเป็นสิทธิของแต่ละพรรคที่จะพิจารณาอะไรก็ได้ ก็เป็นปกติทางการเมือง เมื่อมีอะไรปรับเปลี่ยนก็ต้องคุยกัน
เมื่อถามว่าแม้รัฐบาลจะสามารถเดินต่อไปได้ แต่การที่ยังมีเสียงเรียกร้องให้ลาออก เรื่องนี้จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนคิดว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนได้ฟังคลิปร่วมกันหมดแล้ว ก็รู้ว่าไม่มีปัญหา เป็นเพียงการต่อรองทางการทูต และหากดูจากเทปจริงๆ ก็ไม่มีอะไรที่เข้าข่ายข้อหาหรือเป็นปัญหา เป็นเพียงการพูดคุย และสุดท้ายได้มีการพูดคุยว่าจะชี้แจงกองทัพว่าอย่างไร ที่บ้านพิษณุโลกได้มีการประชุมและเล่าให้ฟังทั้งหมด
การที่บอกว่าไม่มีความพอใจตรงนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ว่ากันไปเอง และนายกฯ ได้คุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ท่านเข้าใจในหน้าที่ สิ่งที่นายกฯ รัฐบาล กองทัพ เข้าใจตรงกันคือรักษาซึ่งอำนาจอธิปไตยของประเทศ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ได้คุยกันเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนกรณีที่ขณะนี้มีการนัดชุมนุมใหญ่จากผู้ที่ไม่พอใจในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เป็นไรการแสดงออก ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
เมื่อถามย้ำว่าได้ประเมินสถานการณ์ว่าการชุมนุมจะบานปลาย หรือจุดติดหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ประเมินกันว่ารัฐบาลยังทำหน้าที่ต่อได้ และเพื่อความมั่นคงของประเทศ ทุกคนประเมินว่าขณะนี้ เป็นภัยจากความมั่นคงคุกคามจากนอกประเทศ ซึ่งต้องให้ความสำคัญตรงนี้ และต้องพิจารณาข้อมูลทุกวัน ความไม่พอใจในประเทศก็น่าจะมีโอกาสลดลงได้ ถ้ามาดูกันจริงๆ แล้วไม่ได้เป็นไปอย่างที่มีการพูดกัน นายกรัฐมนตรีมีคำไหนข้อไหนที่จะไปฟ้องได้ไม่มี
“บิ๊กเล็ก” ปัดโพสต์ส่งสัญญาณอำลาเก้าอี้รัฐมนตรี ยันยังทำหน้าที่เต็ม 100
วันนี้ (20 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ชี้แจงกรณีแถลงการณ์ของ ศูนย์บริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย -กัมพูชา (ศบ.ทก.) ที่ในช่วงท้ายระบุเหมือนกับว่าจะไม่ได้อยู่ต่อแล้ว ว่า ต้องขออภัยที่ทำให้เข้าใจผิด
ซึ่งความจริงไม่ใช่อย่างนั้น ในแถลงการณ์เป็นคำพูดที่ตนพูดกับกรรมการและน้องๆในห้องประชุม ศบ.ทก. และให้ข้อคิดกับน้องๆในห้องประชุมว่า เราในฐานะกรรมการทีมไทยแลนด์ไม่ต้องมองเรื่องอื่นหรือเรื่องการเมือง ขอให้มองไปข้างนอกประเทศ มองไปที่ชายแดนและความสงบสุขของประชาชน โดยในหนังสือมีหัวเรื่อง ตัวเรื่องและท้ายเรื่อง แต่เราตีความที่ท้ายเรื่อง ซึ่งตนอยากให้ตีความที่ตัวเรื่อง
เมื่อถามว่า เนื้อหาคำแถลงที่ระบุว่าคลิปเสียงหลุดออกมาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการยิงกระสุนนัดเดียวให้นกตายทั้งรังนั้น หมายความว่าอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เขาไม่ได้มุ่งต้องการที่นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ซึ่งคิดว่าการที่ทำเช่นนี้ และอะไรที่เกิดหลังจากนี้นั่นคือเป้าหมาย หรือหากตนจะเปรียบเทียบให้พอเข้าใจคือ ทุกคนยอมรับว่าประเทศไทยมีความเจริญมากกว่าประเทศกัมพูชา ซึ่งกัมพูชาเองก็ยอมรับและปัจจุบันเขาก็พยายามเร่งรัดพัฒนาประเทศ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ทำให้ประเทศไทยรอเขาได้เขาก็จะทำ ซึ่งเป็นแนวคิดส่วนบุคคลหรือของพรรคอะไรก็แล้วแต่
“เรื่องอะไรก็ตาม ที่ทำให้ประเทศไทยถอยหลังไปได้สักก้าว สองก้าว เขาคงพยายามจะทำ”
พล.อ.ณัฐพล กล่าวย้ำว่า คำพูดดังกล่าวตนเพียงต้องการเตือนสติคำพูดคนในห้องประชุมเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคนข้างนอก เพราะประชาชนข้างนอกมีคนเก่งและนักวิชาการได้ให้ข้อคิดเยอะแล้ว ตนในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์ก็พูดกับคนในทีม ไม่ได้บังอาจไปแนะนำสั่งสอนประชาชนหรือสื่อมวลชน
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานเรื่องชาวกัมพูชาขึ้นไปร้องเพลงที่ปราสาทซึ่งกำลังเป็นข้อพิพาทอยู่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่ยืนยันว่าทีมไทยแลนด์จะสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตย และขอสื่อมวลชนอย่าปล่อยให้กองทัพที่ปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนต้องห่วงหน้าพะวงหลัง อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกการเมืองและกฎหมาย หน้าที่ใครหน้าที่มัน ซึ่งหน้าที่ของทีมไทยแลนด์ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง
เมื่อถามย้ำว่า วันนี้ยังไม่ถอดใจและจะยังทำหน้าที่ให้ถึงที่สุดใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า เต็ม 100
ปลุก ‘รวมพลังแผ่นดิน’ นัดชุมนุมใหญ่อนุสาวรีย์ชัยฯ 28 มิ.ย.
วันนี้ (20 มิ.ย.) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กลุ่มเคลื่อนไหวหลายเครือข่าย ภายใต้ชื่อ “รวมพลังแผ่นดิน” ร่วมกันแถลงท่าทีหลังกรณีปรากฎคลิปเสียงน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยเนื้อหาช่วงหนึ่งมีการพาดพิงไปถึง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม
โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา”นักเคลื่อนไหว อ่านแถลงการณ์เนื้อหาโดยสรุปวันนี้ สถานการณ์การเมืองการปกครองของไทย นับแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าบรรดาฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง การแต่งตั้ง การรัฐประหาร หรือการเลือกกันเอง มิได้มีเจตนารมย์ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งมิได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม
บรรดานายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ไม่นำพาต่อการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ที่เลวร้ายที่สุดคือน.ส.แพทองธาร ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ไร้ความสามารถ เป็นที่ประจักษ์ ได้กระทำการในลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศชาติ เข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 3 ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ขัดต่อ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ
มีพฤติการณ์ตามที่เป็นข่าวสาธารณะในเชิงสมคบคิด และแสดงออกซึ่งเจตนาในการใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางตอบสนองความต้องการของอริราชศัตรูทั้งแสดงตัวตนด้วยคำพูด ที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นฝ่ายเดียวกับอริราชศัตรูที่มีความมุ่งหมายรุกล้ำละเมิดอำนาจอธิปไตย ยึดครองแผ่นดินไทย รวมถึงทรัพยากรของชาติ ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน คนไทย และขัดต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่นายกรัฐมนตรี
แม้ปรากฏข้อเท็จจริงประจักษ์ชัดตามข่าวสาธารณะ และการยอมรับของนายกรัฐมนตรี บรรดาคณะรัฐมนตรี และพรรครัวมรัฐบาล ที่ยังคงสนับสนุนให้น.ส.แพทองธาร ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป ไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล จึงอาจถือได้ว่าเข้าร่วมกระทำการกับนายกรัฐมนตรี มีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศชาติเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย อาญากระทำการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน
เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และความมั่นคง อำนาจอธิปไตยแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม ให้น.ส.แพทองธาร ลาออกทันทีและให้พรรครัวมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันที่เพราะสิ้นความชอบธรรมแล้ว
ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำหลอมรวมประเทศไทย กล่าวว่า บัดนี้เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับคนไทยและประเทศไทย เพราะฉะนั้นเรื่องราวทั้งหมดที่เดินมาถึงบัดนี้นั้นเราไม่สามารถที่จะให้นายกรัฐมนตรีคนนี้บริหารประเทศไทยต่อไปแม้แต่เพียงวันเดียว
วันนี้คนไทยต้องสามัคคีเพื่อจัดการคนที่ทรยศขายชาติก่อนแล้วค่อยมาสามัคคีกัน สิ่งที่รัฐบาลพยายามอธิบายว่า วันนี้กัมพูชาต้องการอะไรไทยต้องไม่ทำแบบนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องตรรกะวิบัติ เราไม่ได้ทำตามกัมพูชาแต่เป็นเรื่องที่รับไม่ได้เพราะเป็นเรื่องที่ทำลายหัวใจของคนไทยทั้งประเทศ
ส่วนที่ระบุว่า การเปิดคลิปเสียงเป็นภัยความมั่นคง ส่วนตัวเห็นว่าการใช้โทรศัพท์ส่วนตัวพูดในนามประเทศ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะด้อยค่าแม่ทัพภาคที่2 ขอถามว่าถ้าคลิปไม่หลุดยังไม่เป็นภัยความมั่นคงใช่หรือไม่คำตอบทุกอย่างเป็นใบเสร็จอยู่ในคลิปนั้นแล้ว
นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้พรรคร่วมรัฐบาลกำลังอาจจะต่อรองในวันที่รัฐบาลอ่อนแอ แต่ขอให้ดูในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 377เสียงยังอยู่ไม่ได้ ฝากไปถึงพรรครวมไทยสร้างชาติที่ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลเปลี่ยนตัวนายกฯไม่เช่นนั้นจะถอนตัวร่วมรัฐบาล ถ้าไม่เป็นไปตามนั้นคุณมาอย่างไรคนไทยก็จะให้ไปอย่างนั้น
นายจตุพรกล่าวว่า ดังนั้นขออนุญาตนัดเบื้องต้นกัมพูชานัดรวมสำแดงพลังของแผ่นดินเพื่อปกป้องอธิปไตยของกัมพูชาคนกัมพูชามีประชากรอยู่ 17ล้านคน เขารวมได้ 1.5 แสนคน คนไทยมีประชากรเกือบ 70ล้านคน ขอนัดหมายเบื้องต้นวันเสาร์ที่ 28 มิ.ย.เวลา 16.00 -21.00น. พร้อมกัน ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิขอเชิญประชาชนทั้งแผ่นดิน