โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ดีเอสไอ” หารือปม คดี "อั้งยี่-ฟอกเงิน สว." ร่วม ป.ป.ง. สอบสวนคืบกว่า 70%

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.01 น.

“ดีเอสไอ” หารือปม คดี "อั้งยี่-ฟอกเงิน สว." ร่วม ป.ป.ง. สอบสวนคืบกว่า 70% ยันอีก1เดือนรู้ผลอาจถึงขั้นเรียกรับทราบข้อกล่าวหา พบเส้นเงินกระจายกว่า 30 จว. ด้าน “ปปง.” แจง พยานหลักฐานก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้ายืนยันความบริสุทธิ์ใจและเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องก็สามารถเข้าชี้แจงเจ้าพนักงานได้

วันที่ 17 ก.ค. 68 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวภายหลังจากหารือเกี่ยวกับการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เพื่อหารือกรอบการสอบสวน สรุปผลการดำเนินการว่าสอบสวนปากคำพยานได้ความอย่างไรบ้าง ความคืบหน้าทางคดี และแนวทางการสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม จะเรียกใครเพิ่มอีกหรือไม่

พ.ต.ต.ยุทธนา เผยว่า มีการสอบถามเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องฟอกเงินในพฤติการณ์การเตรียมเงินและการจ่ายเงินให้กับหัวคะแนนที่ไปสนับสนุนในการความผิด ซึ่งเป็นการทำความผิดตามข้อกฎหมาย คณะกรรมการป้องกันและปรับปรับการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งในการรวบรวมหลักฐานพบว่ามีเงินกระจายอยู่หลายพื้นที่ และมีความชัดเจนมากขึ้นที่เชื่อว่ามีความกระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหาเกิดขึ้นไม่ว่าจะการอั้งยี่ ฟอกเงิน โดยมีการกำหนดกรอบการสอบพยานเพื่อที่จะเรียกผู้กล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในขั้นตอนต่อไปจะเรียกพยานหรือเรียกผู้เกี่ยวข้องมาในการสืบคดีอย่างไร อธิบดีดีเอสไอเผยว่า จะมีการเรียกพยานมาบางส่วนเพราะการสอบสวนเริ่มการสอบสวนมาแล้วถึง 60-70% โดยหลังจากนั้นจะมีการพิจารณาว่าบุคคลใดเข้าข่ายความผิดทางอาญา ซึ่งการสอบปากคำพยานที่ผ่านมานั้นผ่านไปกว่า 90 ปาก เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินในหลายจังหวัด ทั้งการวางแผนการทำหน้าที่ รู้เห็น และพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งกลุ่มที่สอบเส้นทางการเงินนั้นมีส่วนน้อยเพียงแค่ 7-8 รายแต่เมื่อดูหลักฐานเส้นทางการเงิน การเดินบัญชี หลักฐานการโอนเงินซึ่งส่วนใหญ่พยานอ้างว่าเป็นการโอนเงินตามหนี้โดยจะนำมาชั่งน้ำหนักรู้ว่าจะรับฟังได้หรือไม่

เมื่อถามถึงพยานในรอบถัดไปจะเป็นกลุ่มไหนนั้น พ.ต.ต.ยุทธนาเผยว่า จะเป็นพยานในเรื่องเส้นทางการเงินและพยานที่จะพิสูจน์ว่าผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญประจำตัววุฒิสภา(สว.) ที่การแต่งตั้งนั้นได้มีที่มาอย่างไรและทราบว่ามีเงินในบางส่วนโอนกลับไปที่กลุ่มคณะบุคคลบางกลุ่มซึ่งจะไปติดตามตรวจสอบต่อไป ซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องหากอยู่ในฐานะพยานก็จะเรียกเข้ามาสอบแต่บางกรณีก็อยู่ในสถานะที่อาจจะถูกกล่าวหาก็ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล ยืนยันว่ามีทุกกลุ่มแต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวอีกว่า คาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนจะเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนขึ้นหรืออาจจะถึงการเรียกรับทราบข้อกล่าวหาก็สามารถเป็นไปได้ขึ้นอยู่กับการได้มาซึ่งพยานหลักฐานว่ามีความยากง่ายแค่ไหน ส่วนเรื่องพฤติการณ์ผู้ต้องหานั้นก็คือการที่รับโอนเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดซึ่งได้ทราบจากทางปปง.ว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดครอบคลุมไปถึงกรณีใดบ้าง

เมื่อถามว่ามีเส้นทางการเงินกระจายไปทั้งหมดกี่จังหวัดมากกว่า 20 จังหวัดหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดว่ามีประมาณ 30 จังหวัดแต่ต้องมาคุยกันว่าจะบริหารจำนวนเจ้าหน้าที่อย่างไรส่วนเรื่องที่จะโฟกัสมากที่สุดคือเรื่องพยานหลักฐานเพราะการสอบสวนนั้นเพื่อให้เห็นการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นแล้วแต่ใครที่ต้องรับผิดในส่วนไหนบ้างต้องไปดูเป็นรายบุคคลไป

ด้านนายวิทยา นีติธรรม โฆษกประจำสำนักงานป้องกันแชะปราบปรามการฟอกเงินเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษเชิญมาให้ความเห็นเนื่องจากปอปองเป็นเจ้าของกฎหมาย การฟอกเงินซึ่งจะให้ความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องความเป็นมูลฐานองค์ประกอบมูลฐานเข้าในเรื่องไหนบ้างซึ่งจะเข้าเกี่ยวกับทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดคือมีสองส่วนคือทรัพย์ที่ได้มาจากการทำความผิดกับทรัพย์ที่เอามาสนับสนุนหรือมีไว้เพื่อสนับสนุนการทำความผิดและส่วนที่สามคือคนที่ไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นจะเข้าข่ายความผิดทางการฟอกเงิน

ซึ่งหากดีเอสไอ ที่เข้ามาดูในส่วนคดีฟอกเงิน ปปง. จะเข้ามาดูเรื่องการยึดทรัพย์ใช่หรือไม่ นายวิทยา เผยว่า เรื่องนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันเพราะจะดูว่ากรณีที่จะให้ปปง.ดำเนินการต่อ อาจต้องมีความชัดเจนขนาดไหน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสำคัญ ที่มาในวันนี้เพื่อที่จะพิสูจน์ความผิดและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายใครไม่ผิดก็ไม่มายุ่งเกี่ยวเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการ ของฝ่ายไหนเจ้าของทรัพย์ก็ยังมีสิทธิ์มาชี้แจงได้ว่าได้มาโดยชอบ ซึ่งกฎหมาย ปปง. สามารถพิสูจน์ได้ 2-3 ชั้น ตั้งแต่อยู่ในชั้นทำเป็นมูลฐานของกรมสอบสวนคดีพิเศษก็สามารถเข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหาได้ ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน พยานหลักฐานก็เป็นในระดับหนึ่งแต่เมื่อมีความสงสัยก็เชิญเข้ามาให้ข้อมูลซึ่งคนที่เกี่ยวกับเรื่องนี้หากเห็นว่าตัวเองมีความบริสุทธิ์ใจ ก็สามารถเข้ามานำเสนอต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งทางปปง. ต้องมีความมั่นใจทั้งหลักฐานถึงซึ่งสามารถดำเนินการได้ เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษก็มีความสำคัญกับการดำเนินการซึ่งยังไม่สามารถบอกมูลค่าคร่าวๆได้เพราะต้องการความชัดเจนของในพยานหลักฐานไม่สามารถจบได้ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษแต่จะไปที่ชั้นอัยการและศาล ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ในทุกชั้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...