โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นักวิทย์ฯชี้สภาพอากาศสุดขั้ว กำลังกลายเป็น “เรื่องปกติ”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.00 น.
“สภาพอากาศสุดขั้ว” ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอีกต่อไป ทั้งอุณหภูมิพุ่ง ฝนกระหน่ำ น้ำทะเลสูงขึ้น จนกระทบทั้งชีวิตผู้คน นักวิทยาศาสตร์เตือน นี่ไม่ใช่แค่สถิติ แต่เป็น “เสียงเตือน” ที่ทุกภาคส่วนต้องรับฟังและเร่งลงมือก่อนจะสายเกินไป

สภาพอากาศที่รุนแรง เช่น คลื่นความร้อนและฝนตกหนัก ซึ่งเคยเป็นเหตุการณ์ผิดปกติในอดีต กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในสหราชอาณาจักร รายงานฉบับล่าสุดจากทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศเผยให้เห็นว่า ประเทศกำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจนมากขึ้น

ข้อมูลจากสถานีอุตุนิยมวิทยาหลายร้อยแห่งทั่วประเทศพบว่า อุณหภูมิสูงสุดในแต่ละปีมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนวันที่อุณหภูมิสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของช่วงปี พ.ศ. 2504–2533 ถึง 5°C ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หากเป็นวันที่สูงกว่า 8°C ตัวเลขเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า และหากสูงกว่า 10°C ตัวเลขเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังมีแสงแดดเพิ่มขึ้นถึง 8% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า ปริมาณฝนก็รุนแรงขึ้นเช่นกัน โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จำนวนเดือนที่มีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยสองเท่าได้เพิ่มขึ้นถึง 50% โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม ซึ่งฤดูหนาวปี พ.ศ. 2566–2567 นับเป็นช่วงเวลาที่มีฝนตกมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี พ.ศ. 2310 ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เช่น ดาร์บีเชอร์, นอตติงแฮมเชอร์ และเวสต์มิดแลนด์

นอกจากนี้ ระดับน้ำทะเลรอบสหราชอาณาจักรกำลังเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมชายฝั่งบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น โดยนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นได้ถึง 200 เซนติเมตร ผลกระทบเหล่านี้ได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนในอังกฤษและเวลส์ถึง 600 ราย และนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ความรุนแรงของคลื่นความร้อนนี้เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่าเนื่องจากภาวะโลกร้อน

แม้ปัญหาจะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การเตรียมพร้อมของรัฐบาลยังถูกวิจารณ์ว่า “ไม่เพียงพอ ไม่เป็นระบบ และขาดความต่อเนื่อง” รายงานยังระบุว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพและสังคมยังไม่สามารถรองรับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากมนุษย์แล้ว ธรรมชาติก็ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน โดยในปี พ.ศ. 2567 พบว่าการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลเกิดเร็วขึ้น เช่น การวางไข่ของกบและการทำรังของนกแบล็กเบิร์ดเกิดเร็วกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้ง 12 ใน 13 เหตุการณ์สำคัญทางธรรมชาติที่มีการเฝ้าติดตาม เช่น การผลิดอกไม้แรกของพืชบางชนิด ก็ล้วนเกิดก่อนเวลาอันควร ซึ่งอาจทำให้ระบบนิเวศเกิดความไม่สมดุล โดยสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพากันในห่วงโซ่อาหารหรือกระบวนการผสมเกสรอาจเกิดความคลาดเคลื่อน

รายงาน State of the UK Climate 2024 ซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิชาการ International Journal of Climatology ระบุว่า 3 ปีล่าสุดติดอันดับ 5 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่สหราชอาณาจักรเคยมีการบันทึกมา โดยฤดูใบไม้ผลิปี พ.ศ. 2567 นับเป็นฤดูที่ร้อนที่สุด ก่อนจะถูกแซงหน้าในปี พ.ศ. 2568 ด้านนักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่า อุณหภูมิที่ถือว่าสูงในปัจจุบัน อาจกลายเป็นค่าปกติในปี พ.ศ. 2593 และถือว่า “เย็น” ในปี พ.ศ. 2643 หากไม่มีการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเร่งด่วน

รายงานฉบับนี้ไม่เพียงแต่เป็นบันทึกของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังถือเป็น “เสียงเตือนที่ชัดเจน” ถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการอย่างจริงจังเพื่อเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วที่กำลังจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...