โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"NIA" เปิดงานมหกรรมนวัตกรรมและเครือข่ายสตาร์ตอัป “SITE 2025”

สยามรัฐ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 13.36 น.

NIA เปิดงานมหกรรมนวัตกรรมและเครือข่ายสตาร์ตอัป “SITE 2025” รองนายกฯและ รมว.ดิจิทัล ชี้นวัตกรรมจะเป็นกุญแจสำคัญพาไทยไปสู่อนาคต ยกย่องสตาร์ตอัป/ผู้ประกอบการนวัตกรรม เป็นผู้กล้าฝัน กล้าลงมือทำ กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เผยกฎหมายส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปมีผลบังคับใช้ปีนี้ พร้อมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ทันสมัยรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI, IoT และ Big Data

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.68 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2025 หรือ SITE 2025 ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability: The Next Era of Innovation” เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านนวัตกรรมในระดับภูมิภาค โดยมุ่งส่งเสริมการเชื่อมต่อสตาร์ตอัปไทยกับเครือข่ายนานาชาติในเชิงยุทธศาสตร์ โดยมี ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA และเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ อาทิ เยอรมัน ชิลี เข้าร่วม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 350 แห่งมาจัดแสดงผลงานด้านสตาร์ตอัปและนวัตกรรมเต็มพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร

นายประเสริฐ กล่าวในพิธีเปิดว่า งาน SITE 2025 คือมหกรรมนวัตกรรมและเครือข่ายสตาร์ตอัปไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นงานที่ได้รวบรวมสุดยอดความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมล้ำสมัยจากผู้ประกอบการ และพลังขับเคลื่อนจากสตาร์ตอัปทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการประกาศศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรม ที่สำคัญวันนี้คำว่า นวัตกรรม ไม่ใช่แค่คำศัพท์สวยหรูอีกต่อไป แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะพาเราไปสู่อนาคต ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ พัฒนาอุตสาหกรรม และแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนในสังคมและแน่นอนว่าหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมเหล่านี้ คือสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการนวัตกรรม ที่เป็นผู้กล้าที่พร้อมจะก้าวออกจากกรอบเดิมๆ กล้าที่จะฝันใหญ่ และกล้าที่จะลงมือทำ กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมและสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างก้าวกระโดด ไปจนถึงขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจเพื่ออนาคต

“รัฐบาลไทยให้ความสำคัญและมีนโยบายที่ชัดเจนและมุ่งมั่นในการส่งเสริมนวัตกรรมและสตาร์ตอัป เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยมีนโยบายและแนวทางที่สำคัญ คือประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมและยกระดับประเทศไทยให้เป็น "Innovation Nation" และเป็น "ศูนย์กลางนวัตกรรมในภูมิภาค" ที่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและเป็นแหล่งรวมของสตาร์ตอัปที่มีศักยภาพ รัฐบาลจะผลักดันกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย(High-Growth Technology Sectors) และสนับสนุนกลุ่มเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ AI เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง AI และ ความยั่งยืน (Sustainability) ในเอเชีย โดยมีการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกในการสร้าง Data Center ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของ AI ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน รวมถึง เทคโนโลยีสีเขียว (Green Tech), เทคโนโลยีสะอาด (Clean Tech), และ เทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ” นายประเสริฐ กล่าว

ที่สำคัญรัฐบาลได้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของสตาร์ตอัป โดยเฉพาะพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป ที่จะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ ซึ่งคาดหวังว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียน การระดมทุน และการขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อดึงดูดสตาร์ตอัปและนักลงทุนจากทั่วโลกตลอดจนการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ทันสมัยและครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI, IoT และ Big Data

“รัฐบาลเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย เชื่อมั่นในความคิดสร้างสรรค์ เชื่อมั่นในพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม และผมเชื่อมั่นว่างาน SITE 2025 จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก รวมทั้งจะช่วยตอกย้ำให้ทั่วโลกเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่แข็งแกร่งในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัล กล่าว

ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผอ.NIA กล่าวว่า NIA ในฐานะผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor) มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับนวัตกรรมของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด 4G ได้แก่ Groom, Grant, Growth และ Global เพื่อบ่มเพาะ สนับสนุน และผลักดันนวัตกรรมไทยสู่สากล โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่ช่วยให้สตาร์ตอัปไทยมีเวทีในการเติบโตและแข่งขันในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ภายในงานตลอด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 – 6 ก.ค.นี้ มีกิจกรรมไฮไลต์ที่สำคัญ ได้แก่ การสัมมนากว่า 50 หัวข้อจากวิทยากรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศบน 3 เวที ได้แก่ เวทีหลัก (Main Stage) เวทีระดับโลก(Global Stage) และ เวทีแห่งการนำเสนอไอเดีย(Pitch Stage) รวมถึงนิทรรศการผลงานนวัตกรรมจากผู้ประกอบการกว่า 300 ราย การแข่งขัน Startup Thailand League รอบชิงชนะเลิศ และกิจกรรม 100 Startup Pitching ที่เปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปได้แสดงศักยภาพในเทคโนโลยีมาแรง อาทิ AI, Deep Tech และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

ผอ.NIA กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ NIA ยังเปิดตัวข้อมูลอัปเดตของ Startup Universe 2025 ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเชิงลึกของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย เปิดตัว Acceleration Program เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการขยายตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...