โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” อนุมัติในหลักการ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” นักวิเคราะห์ชี้โอกาสเกิดจริงต่ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 07.21 น.

"อิหร่าน" อนุมัติในหลักการ "ปิดช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์พลังงานโลก นักวิเคราะห์ชี้โอกาสเกิดจริงต่ำ หวั่นกระทบตัวเองหนักกว่าคู่แข่ง ขณะตลาดจับตาความเสี่ยงพลังงานระลอกใหม่

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 13.39 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ในความเคลื่อนไหวสำคัญหลังจากสหรัฐโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่าน รัฐสภาอิหร่านมีรายงานว่าได้อนุมัติในหลักการให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก แม้การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะอยู่ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติของประเทศ

ความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ จุดชนวนให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานโลกที่อาจพุ่งสูง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น สหรัฐถึงขั้นเรียกร้องให้จีนเข้ามาช่วยกดดันอิหร่านไม่ให้ดำเนินการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่า อิหร่านมีแนวโน้มจะไม่ปิดช่องแคบจริง เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อประเทศตัวเองอย่างหนัก

แวนด้า ฮารี ผู้ก่อตั้งบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงาน Vanda Insights ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “ความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้น ต่ำมากอย่างยิ่ง” พร้อมระบุว่า หากอิหร่านปิดช่องแคบ จะเสี่ยงทำให้ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียกลายเป็นศัตรู และยังเสี่ยงเผชิญความขัดแย้งโดยตรงกับประเทศเหล่านั้น

ที่สำคัญ การปิดช่องแคบยังจะกระทบกับตลาดน้ำมันในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของอิหร่าน และนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านเป็นสัดส่วนสำคัญ

“ไม่มีอะไรที่อิหร่านจะได้จากการปิดช่องแคบนี้ นอกจากทำร้ายตัวเอง” ฮารี กล่าว

ด้าน แอนดรูว์ บิชอป หุ้นส่วนอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายวิจัยนโยบายของบริษัทที่ปรึกษา Signum Global Advisors เห็นด้วย โดยระบุว่า อิหร่านไม่ต้องการทำให้จีนไม่พอใจ และการปิดช่องแคบจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานการผลิตและส่งออกน้ำมันของอิหร่านเองตกเป็นเป้าโจมตี ในช่วงเวลาที่ความตั้งใจของสหรัฐ และอิสราเอลต่อการตอบโต้ถือว่าไม่ต้องสงสัยเลย

เคลย์ตัน ซีเกิล นักวิจัยอาวุโสด้านความมั่นคงพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งศูนย์วิจัย CSIS กล่าวว่า “จีนพึ่งพาการไหลของน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียอย่างมาก ไม่ใช่แค่อิหร่านเท่านั้น ดังนั้นความมั่นคงของจีนเองก็ต้องการให้สถานการณ์ในภูมิภาคสงบลง และให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบเป็นไปอย่างปลอดภัย”

จนถึงขณะนี้ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center) ระบุว่า ยังไม่มีสัญญาณของภัยคุกคามต่อเรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐยังคงเดินทางผ่านช่องแคบได้ตามปกติ ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับระยะสั้น

ผลกระทบหากเกิดการปิดช่องแคบ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือทางทะเลเพียงเส้นทางเดียวจากอ่าวเปอร์เซียสู่มหาสมุทร เปิดทางให้การขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันโลก สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เรียกช่องแคบนี้ว่าจุดคอขวดด้านน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก

บิชอป จาก Signum ชี้ว่าหากอิหร่านต้องการใช้ช่องแคบเป็นเครื่องมือกดดัน จะไม่ถึงขั้นปิดทั้งหมด แต่จะใช้วิธีเขย่าความมั่นคงของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบ เพื่อผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นในระดับปานกลาง ซึ่งจะกระทบสหรัฐโดยตรง แต่ยังไม่รุนแรงพอจะจุดชนวนให้สหรัฐตอบโต้หนัก

แพทริก เดอ ฮาน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ปิโตรเลียมของ GasBuddy โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า ราคาน้ำมันในสหรัฐอาจพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 3.35-3.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จากราคาเฉลี่ย 3.139 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในสัปดาห์ที่ 16 มิถุนายน หากอิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบจริง อาจใช้เรือขนาดเล็กก่อกวนการเดินเรือบางส่วน หรืออาจใช้ทุ่นระเบิดในการปิดเส้นทางอย่างสมบูรณ์

ขณะที่ S&P Global Commodity Insights รายงานว่า หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เพียงแต่การส่งออกน้ำมันของอิหร่านเองจะได้รับผลกระทบ แต่การส่งออกของประเทศอื่น ๆ ในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์ จะได้รับผลกระทบเช่นกัน

การปิดช่องแคบอาจทำให้น้ำมันกว่า 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน หายไปจากตลาดโลก ส่งผลให้โรงกลั่นในภูมิภาคประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และกระทบต่อซัพพลายของเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ

นอกจากน้ำมันแล้ว การส่งออกก๊าซธรรมชาติก็จะได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะก๊าซจากกาตาร์ ซึ่งส่งออกก๊าซ LNG ประมาณ 77 ล้านตันต่อปี คิดเป็นประมาณ 20% ของตลาด LNG โลก

S&P เสริมว่าทางเลือกในการขนส่งน้ำมันและก๊าซทางบกมีจำกัดมาก โดยท่อส่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียและ UAE มีความสามารถในการขนส่งน้ำมันเพียง 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในขณะที่ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ธนาคารเครือจักรภพแห่งออสเตรเลีย (CBA) ชี้ว่าแทบไม่มีทางเลือกอื่นในการหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ

แรงกดดันต่อราคาพลังงาน

จากสถานการณ์ที่ตึงเครียด Goldman Sachs ประเมินว่าตลาดน้ำมันสะท้อนความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk premium) ที่ประมาณ 12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้วในขณะนี้ หากปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่านช่องแคบลดลง 50% เป็นเวลา 1 เดือน และยังคงลดลง 10% อีก 11 เดือน ราคาน้ำมันเบรนท์มีแนวโน้ม "พุ่งขึ้นชั่วคราว" ไปที่ประมาณ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัจจุบันน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายอยู่ที่ 78.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอยู่ที่ 75.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...