โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หนุ่มเขมร’ มุดท่อบำบัดน้ำเสียหาปลา ‘บึงหัวทะเล-โคราช’ สูญหายไม่ทราบชะตากรรม

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 18.59 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 11.51 น. • เดลินิวส์
2 คนงานก่อสร้างชาว

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตาได้รับแจ้งเหตุ นายเชียน รา อายุ 35 ปี แรงงานชาวกัมพูชา ได้สูญหายไปขณะเข้าไปหาปลาในท่อบำบัดน้ำเสีย บึงหัวทะเล ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยท่อดังกล่าวมีความยาวหลายกิโลเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 100 ซม. มีน้ำในท่อลึกประมาณ 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปค้นหาแต่เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ระดับน้ำเริ่มเพิ่มสูงเกรงจะเกิดอันตรายจึงได้ยุติการค้นหาไว้ก่อน

ด้าน นายเอง นาน อายุ 23 ปี แรงงานชาวกัมพูชา เปิดเผยว่า ตนมาทำงานก่อสร้างอยู่ จ.นครราชสีมา กว่า 6 ปีแล้ว ยามว่างจะชักชวน นายเชียน รา รุ่นพี่มาหาปลาบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุมาหาปลากันตามปกติ โดยนายเชียน เดินนำหน้าเข้าไปก่อน จากนั้นจะแยกกันหาปลาประมาณ 20 นาที ก็จะเดินกลับออกมา แต่วันนี้พยายามเรียก นายเชียน หลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบ และไม่มีวี่แววจะเดินออกมา ตนจึงรีบประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยเหลือ ภายหลังพยายามตามหานานกว่า 4 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบและไม่ทราบชะตากรรม

ขณะที่ นายเอกภพ โตมรศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลหัวทะเล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้การช่วยเหลือและกำลังหาจุดที่มีน้ำตื้นที่สุด โดยได้ร่วมประชุมหารือและหาเส้นทางท่อกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ โดยกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นกับเด็กชายชาวจังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เด็กชายได้เสียชีวิตภายในท่อ ถึงได้ฝากเตือนไปยังผู้ที่ชอบหาปลาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ระมัดระวังในการที่จะเข้าไปหาปลาภายในท่อระบายน้ำด้วย จากนี้เทศบาลหัวทะเลจะหามาตรการในการปิดปากท่อเพื่อป้องกันเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีก.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...